บุพเพสันนิวาส ภาคพิสดาร ตอนที่ 6

“ไอ้จ้อย คุณพี่ไปทางไหน”
แม่การะเกดถามไอ้จ้อยด้วยเสียงอันดังจนไอ้จ้อยสะดุ้งหันมา และยิ่งตกใจมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อพบว่าคนที่ถามมันคือแม่นายการะเกด
“แม่นายขอรับ..แม่นายมานี่ได้อย่างไรขอรับ”
“ข้าถามเจ้าก่อนนะจ้อย ไยจึงมาย้อนถามข้าเช่นนี้ ตอบคำถามข้ามาเร็วๆ”

ไอ้จ้อยลนลานทำอะไรไม่ถูก จนเผลอชี้มือไปทางที่ท้ายวัด อันที่จริงวันนี้คุณพี่เดชของแม่การะเกดมีกิจสำคัญที่ไม่ได้บอกกล่าวแก่ผู้ใดไว้ แต่แม่การะเกดพร้อมด้วยบ่าวทั้งสองกลับแอบสะกดรอยตามมา ด้วยหมายว่าคุณพี่เดชจะลอบไปโล้สำเภากับแม่หญิงจันทร์วาดดังเช่นครั้งก่อนหน้า แต่คราวนี้นางตามไม่ทันเรือของเขาจึงคลาดกันไป แต่ก็ยังแกะรอยมาจนเจอไอ้จ้อยที่ตีไก่อยู่ในบ่อนเข้าจนได้

“ทางโน้นขอรับ”
สิ้นเสียงแม่การะเกดก็จำอ้าวไปตามทิศนั้น
“แม่หญิงขอรับ สงสารจ้อยเถอะขอรับ หากออกขุนท่านเห็นแม่หญิงเข้า ไอ้จ้อยตายแน่ขอรับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวจะทำศพให้สมเกียรติเลยรับรอง”

เมื่อเห็นว่ามิอาจขัดคำได้แล้ว ไอ้จ้อยจึงจำใจต้องนำทางแม่นายของมันไปอย่างไม่เต็มใจนัก ไอ้จ้อยพาแม่การะเกดและนังผินนังแย้มลัดเลาะข้างกำแพงวัดจนมาหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง
“เอ้า หยุดทำไมล่ะจ้อย” แม่การะเกดเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าจ้อยไม่ยอมเดินต่อ
“ต่อจากนี้ไปหาได้ไม่ขอรับ เพราะประตูนี้มีอาคมขอรับ จึงผ่านเข้าไปไม่ได้”
“ไหนล่ะอาคม เห็นมีแต่ประตู งั้นข้าขอลองละกันนะ”
แม่การะเกดไม่ค่อยเชื่อคำไอ้จ้อยนัก จึงลองเดินเข้าไปผลักประตูดู

ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกโดยที่นางยังไม่ทันได้แตะต้องเลยด้วยซ้ำ แถมยังมีลมพัดมาวูบหนึ่งจนแม่การะเกดเซเสียหลักจนเกือบหน้าคะมำ และถลำเข้าไปด้านในทั้งตัว ส่วนนังผินนังแย้มพอเห็นแม่นายเข้าไปได้จึงตามไปติดๆ แต่ก็โดนอะไรบางอย่างผลักออกมาจนกระเด็นถอยหลังล้มลงก้นจ้ำเบ้า
“ข้าบอกแล้วว่ามีอาคม แต่ทำไมแม่นาย..ถึงเข้าไปได้” ไอ้จ้อยเองก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
“นั่นสิ ทำไมข้าเข้ามาได้ล่ะ”

ฉับพลันนั้นประตูก็ปิดเองอย่างรวดเร็ว แม้แม่การะเกดจะออกแรงดึงเท่าใดก็มิอาจเปิดออกได้อีก จึงตัดสินใจเดินเข้าไปสำรวจภายใน
บรรยากาศภายในนั้นชวนให้ขนลุกอย่างแปลกประหลาด มีพระพุทธรูปสีทองอร่ามตั้งเรียงรายไปตามกำแพงจำนวนมาก เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆก็พบกับลานกว้างและได้ยินเสียงคนฟันดาบกันดังช้งเช้ง ที่แท้ข้างในนี้ก็เป็นลานฝึกอาวุธนี่เอง มีชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันจำนวนมากกำลังประลองดาบกันอยู่
การะเกดเดินเข้าไปท่ามกลางเหล่านักรบเหล่านั้นโดยไม่ทันได้คิด ทุกคนต่างหยุดฟันดาบและหันมามองนางเป็นตาเดียวกัน

“นั่นใครน่ะ” ชายผู้หนึ่งร้องถาม พลางลงจากม้าที่ขี่อยู่แล้วเดินดิ่งเข้ามาหานาง
“ไอ้เรือง…แกเองเหรอเนี่ย”
การะเกดร้องทักอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าที่เหมือนเพื่อนของนางราวกับแกะออกจากพิมพ์เดียวกัน
“เจ้ารู้จักข้าด้วยรึ..แม่หญิง”
“อ้าว…ไม่ใช่ไอ้เรืองเหรอ”
“ข้าชื่อเรือง…ยศขุนเรืองอภัยภักดี แล้วเจ้าล่ะแม่หญิง เข้ามาในเขตนี้ได้อย่างไร”
“ข้ามาตามหาคุณพี่เดช ไม่ทราบว่าท่านเห็นหรือไม่”
“ขุนศรีวิสารวาจาน่ะรึ เพิ่งออกไปได้เมื่อสักครู่นี้เอง ว่าแต่ออเจ้าเกี่ยวข้องเป็นอะไรกับพ่อเดชกระนั้นรึ”
ขุนเรืองตอบตามจริง พ่อเดชสหายของเขาเข้ามาคุยธุระกับเขาที่นี่เมื่อสักครู่ก่อนจะขอตัวไปที่อื่นต่อ ไม่คิดว่าจะมีแม่หญิงรูปโฉมงดงามปานนางฟ้านางสวรรค์เช่นนี้มาตามหาเขา ทำให้ขุนเรืองอยากรู้จักยิ่งนัก แต่มิทันจะได้สนทนากันต่อก็มีเสียงดังทุ้มต่ำพูดขึ้นมาจากด้านหลังของคนทั้งสอง

“มีอะไรกันรึ!!”
การะเกดหันไปมอง ก็ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามา ชายผู้นี้หน้าตาน่าเกรงขามนัก ผมสีเทาบ่งบอกว่ามีอายุไม่น้อย หนวดเครายาวยิ่งขับให้ใบหน้านั้นดุดันยิ่งขึ้นไปอีก ตามร่างกายก็มีรอยสักยันต์ทั่วไปหมด ชายผู้นั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแม่การะเกดแล้วมองนางอย่างพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า

‘ผ่านม่านอาคมมาได้ ไม่ธรรมดาเลยหนา ออเจ้า’
ท่านอาจารย์ชีปะขาวคิดในใจก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ออเจ้าตามข้ามาทางนี้สักประเดี๋ยวเถิด”
แม่การะเกดเดินตามหลังท่านอาจารย์ไปช้าๆ อากาศรอบกายนางเย็นยะเยือกจนทำให้นางขนลุกชัน พลันนางก็ได้กลิ่นแปลกๆเหมือนตอนที่อยู่ในโรงน้ำชากับหลวงศรียศในวันนั้น กลิ่นที่ทำให้นางผ่อนคลาย…แลทำให้รู้สึกกำหนัดในคราเดียวกัน

ขุนเรืองเดินตามไปส่งนางถึงหน้าเรือนหลังหนึ่ง ซึ่งสร้างด้วยอิฐฉาบปูนทั้งสี่ด้านแลไม่มีหน้าต่างสักบานเดียว มีเพียงประตูบานเดียวเท่านั้นที่เป็นทางเข้าออกเรือนหลังนี้
“ออเจ้าตามท่านอาจารย์เข้าไปเถิด ข้าจักรอเจ้าอยู่ที่นี่” ขุนเรืองกล่าว
“อ้าว ทำไมท่านไม่เข้าไปข้างในด้วยกันละคะ” แม่การะเกดถาม นางรู้สึกหวั่นๆเล็กน้อยหากจะต้องเข้าไปเพียงลำพัง
“ท่านอาจารย์เชิญเจ้าแต่เพียงผู้เดียว หาได้เชิญข้าไม่ ข้าไม่มีสิทธิเข้าไปในเรือนของท่านหากมิได้รับอนุญาต”
การะเกดรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เรือนหลังนี้คงเป็นเขตหวงห้ามกระมังถึงไม่ยอมให้ใครเข้าออกกันได้ง่ายๆ นางคิด

แม่การะเกดเดินตามเข้าไปในเรือนนั้นเพียงลำพัง และพบว่าชายน่าเกรงขามผู้นั้นนั่งรออยู่บนตั่งไม้ตรงกลางห้องแล้ว การะเกดจึงนั่งพับเพียบลงตรงหน้าเขา กลิ่นหอมแปลกๆนั้นโชยมาเข้าจมูกนางอีกแล้ว คราวนี้ถึงกับทำให้ร่องรักของนางเริ่มชื้นแฉะขึ้นมาทีละนิด โดยที่นางเองก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงรู้สึกเงี่ยนขึ้นมาได้
“เอ่อ…ท่าน” การะเกดเอ่ยขึ้นมา แต่ยังไม่ทันพูดจบเขาก็สวนขึ้นมาเสียก่อน
“เรียกข้าว่าอาจารย์ชีปะขาวเถิดนังหนู”
“เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ชีปะขาว”
“มาอาศัยอยู่ในร่างผู้อื่นแบบนี้ รู้สึกอย่างไรบ้าง”
ท่านอาจารย์ชีปะขาวเอ่ยถามเข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมา
“ท่าน…ท่านอาจารย์รู้ได้อย่างไรเจ้าคะ”
แม่การะเกดสะดุ้งโหยงที่เขารู้ความจริง อารามตกใจทำให้เมือกใสๆในช่องเสียวหลั่งออกมาเพิ่มอีก จนตอนนี้รู้สึกลื่นไปทั้งหว่างขาแล้ว
“ถ้าข้ามิรู้ ข้าจะเป็นอาจารย์ชีปะขาวได้รึ” อาจารย์ชีปะขาวพูดพลางหัวเราะหึหึก่อนจะพูดต่อไป
“ชะตาของเจ้านั้นหนักหนานัก บุพเพสันนิวาสชักนำให้ออเจ้ามาพบกับคู่ครองที่นี่ แต่กว่าจะได้ครองคู่กัน เจ้ายังต้องเจอบททดสอบอีกมาก”
“ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ เนื้อคู่ของข้าอยู่ที่นี่ ใครกันเหรอคะ ข้ารู้จักหรือเปล่า เคยเจอกันแล้วหรือไม่ แล้วข้าจะมีโอกาสได้กลับไปยังที่ที่ข้าจากมาหรือเปล่า ตัวตนของข้าในอีกโลกนึงยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
แม่การะเกดยิงคำถามรัวๆด้วยความอยากรู้จนฟังแทบไม่ทัน แต่ยิ่งร้อนรนมากขึ้นเท่าไหร่ น้ำรักในรูเสียวของนางก็ยิ่งทะลักล้นออกมาไม่หยุดเท่านั้น ตอนนี้แค่ขยับตัวเพียงนิดเดียวก็เสียวซ่านจนเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั้งตัวแล้ว
“ใจเย็นๆก่อนนังหนู เจ้าจักได้รู้คำตอบเหล่านั้นในไม่ช้าแน่นอน แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าคงมีคำถามอื่นที่อยากรู้มากกว่า…จริงหรือไม่”
อาจารย์ชีปะขาวถามแทงใจดำของนางจนแทบทะลุ จริงอยู่เรื่องที่นางมาที่นี่นั้นมีปริศนาที่อยากรู้อยู่มากมาย หากแต่ตอนนี้สิ่งที่ทำให้นางสงสัยที่สุดคือ ความเงี่ยนในใจนางตอนนี้มันมาจากไหนกัน แล้วไหนยังจะกลิ่นแปลกๆที่ไม่รู้ที่มานั้นอีกเล่า
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ถามเหมือนมองทะลุใจข้า ตั้งแต่ข้าเข้ามาในนี้ข้าก็รู้สึกแปลกๆพิกล รู้สึกราวกับว่า…”
แม่การะเกดยั้งปากไว้ไม่กล้าพูดต่อจนจบ นางได้แต่คิดในใจว่า
‘โอ๊ย…จะให้บอกยังไงเนี่ย ว่าอยู่ๆก็เงี่ยนอยากโดนเย็ดขึ้นมาเฉยๆแบบไม่รู้สาเหตุเนี่ย’

‘ออเจ้าเงี่ยน…ใช่หรือไม่’
อาจารย์ชีปะขาวมิได้เอ่ยปากออกมาเป็นคำพูดแม้แต่คำเดียว แต่ใช้กระแสจิตสื่อสารกับแม่การะเกดจนนางตกตะลึงอ้าปากค้าง
‘ท่าน…ท่านได้ยินสิ่งที่ข้าคิดด้วยหรือคะ’
แม่การะเกดถึงกับหน้าแดงซ่านด้วยความอายที่ถูกอ่านใจ ความคิดลามกสัปดนที่นางรู้สึกอยู่ในตอนนี้เขาคงรู้จนหมดสิ้นแล้ว ความอับอายส่งผลให้นางร้อนผะผ่าวไปทั้งร่างกายลามไปถึงช่องรักกลางหว่างขาที่ตอดขมุบขมิบอย่างไม่สามารถควบคุมได้

“หากออเจ้าอยากได้คำตอบ ก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนให้ข้า แล้วข้าจะตอบคำถามที่เจ้าอยากรู้ทั้งหมดทั้งสิ้น”
อาจารย์ชีปะขาวเอ่ยพลางแหวกชายผ้าที่ห่มตัวไว้ออก ผ้าที่เขานุ่งนั้นคล้ายกับผ้านุ่งของสงฆ์หากแต่เป็นผ้าขาวมิใช่ผ้าเหลือง ดังนั้นพอจับชายผ้าตลบขึ้นมา ท่อนล่างของเขาจึงเปลือยเปล่าโชว์ท่อนลำดำมะเมื่อมเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของแม่การะเกด เมื่อนางเห็นของลับของอาจารย์ชีปะขาวก็ถึงกับหน้าซีดเผือด พลางอุทานในใจว่านี่มันควยของคนหรือของสัตว์ประหลาดชนิดใดกัน ถึงมีเม็ดตะปุ่มตะป่ำผิวขรุขระราวกับไม่ใช่ควยของคนยังไงยังงั้น อีกทั้งขนาดของมันยังใหญ่ยาวผิดมนุษย์มนา ควยของหลวงศรียศที่ว่าใหญ่แล้วยังเทียบไม่ได้เลยกับของท่านอาจารย์ผู้นี้

“มิใช่ของสัตว์ประหลาดที่ไหนดอกแม่การะเกด ข้าเป็นผู้ศึกษาอาคมมีวิชาแก่กล้าจึงมีของดีติดตัวอยู่บ้าง เม็ดมุกมหาเสน่ห์ที่ฝังอยู่รอบๆแก่นกายของข้านี้หากหญิงใดได้โดนเข้าสักครั้งจักติดใจโหยหารสของมันไปจนกว่าข้าจะคลายมนต์ให้ ว่าแต่ว่านี่คงไม่ใช่ครั้งแรกของออเจ้ากระมัง เจ้าเคยลิ้มรสควยของผู้อื่นมาก่อนแล้วใช่หรือไม่”
ท่านอาจารย์อ่านความคิดของนางออกเช่นเคย นางจึงหัวเราะแหะๆแล้วจำต้องยอมรับไปตามความจริง
“เจ้าค่ะ ข้าเคยโดนคุณลุงของข้าโล้สำเภาพรากเอาความบริสุทธิ์ไปจากข้า จากนั้นข้าก็เคยอมควยให้บ่าวคนนึงในเรือนแต่มิได้มีอะไรกัน ส่วนครั้งที่สองที่ข้าโดนโล้สำเภาก็เป็นหลวงศรียศเมื่อคราที่ข้าไปเดินเที่ยวตลาดบ้านจีนเจ้าค่ะ”
อาจารย์ชีปะขาวหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจที่แม่การะเกดสารภาพมาตรงๆ กิริยาหัวเราะตัวโยนของเขายิ่งทำให้ท่อนควยกระดกหงึกหงัก แม่การะเกดเห็นแล้วรีบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“ออเจ้าลองปล่อยให้ความปรารถนาภายในตัวออเจ้าชี้นำเถิด อย่าได้หักห้ามตัวเองอยู่เลย แลเมื่อเสร็จแล้วข้าจักอธิบายให้ฟังว่าเพราะเหตุใดออเจ้าถึงมีอาการเยี่ยงนี้”

หลังจากที่อาจารย์ชีปะขาวพูดจบ แม่การะเกดก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วปลดปล่อยจิตใจของตัวเองให้ว่างเปล่า พร้อมๆกันกับผ้านุ่งและสไบของนางก็ถูกปลดปล่อยออกจากร่างกายเช่นกัน บัดนี้เรือนร่างผุดผ่องของนางจึงเปลือยเปล่าต่อหน้าท่านอาจารย์ผู้ทรงอาคม จากนั้นแม่การะเกดก็ขยับร่างกายไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง คลานเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าท่านอาจารย์ ท่อนควยฝังมุกของเขาก็อยู่ห่างจากใบหน้าของนางไม่ถึงศอก แม่การะเกดเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับมันเขย่าเบาๆแล้วรูดหนังหุ้มปลายร่นลงมาจนหัวบานแดงโร่โผล่ออกมาให้เห็น วูบหนึ่งนางก็รู้สึกหวาดหวั่นแต่ก็ยังโน้มศีรษะเข้าหามันอย่างช้าๆ ริมฝีปากบางๆของนางครอบอมส่วนปลายถอกกลืนลงไปเบาๆ ท่อนควยอันเขื่องลำนี้ใหญ่ยาวที่สุดในชีวิตที่นางเคยเจอมา ผิวขรุขระด้วยเม็ดมุกนั้นให้ความรู้สึกจั๊กจี้ฝ่ามือทุกครั้งที่รูดขึ้นลง กลิ่นเหม็นอับที่ตลบอบอวลเข้าจมูกนั้นกลับยิ่งขับอารมณ์ของนางให้เตลิดมากขึ้นไปอีก หีของนางขับเมือกใสๆออกมาไม่ขาดระยะอีกทั้งยังตอดขมุบขมิบราวกับเรียกหาอะไรบางอย่างให้สอดใส่เข้าไปให้หายอยาก แม่การะเกดจึงตัดสินใจใช้มือข้างหนึ่งลงไปบี้คลึงแตดของตัวเองเล่นและแหย่แยงนิ้วเข้าไปในรูสังวาสของตัวเองหมายจะเกาให้หายคัน แต่ยิ่งแยงเข้าแยงออกเท่าไหร่กลับยิ่งทำให้นางหงี่ร่านมากขึ้นๆทุกที ช่องหีก็ขับเมือกลื่นออกมาจนเปียกชุ่มไปทั้งฝ่ามือ

ซักพักเมื่อนางทนต่อความเสียวสยิวนี้ไม่ไหว นางก็ลุกขึ้นนั่งคร่อมไปบนตักของอาจารย์ชีปะขาว จับท่อนควยของเขาตั้งลำจ่อให้ตรงกับช่องสังวาสของนางแล้วค่อยๆโหย่งสะโพกกดลงไป ความคับแน่นในร่องรูสวาทที่กำลังถูกทะลวงแทงจากแรงกดของตัวเองนั้นทำให้นางเสียวจนต้องกัดฟันกรอด เม็ดมุกรอบลำควยของเขาก็เสียดสีกับผนังโพรงถ้ำสังวาสของหล่อนจนเสียวแปล๊บราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย รูสังวาสของนางแหกอ้าออกจนแทบปริขาดแต่แม่การะเกดก็หาได้หวาดหวั่น นางยังคงกัดฟันกดสะโพกสวมครอบท่อนควยยักษ์นั้นเข้าไปในโพรงหีอย่างต่อเนื่อง แม้ท่อนควยของอาจารย์ชีปะขาวจะใหญ่เพียงใดแต่ก็ไม่เกินความสามารถที่หีของนางจะรับได้ จนในที่สุดเนินเนื้อของนางก็ประกบเข้ากับหนอกควยของเขาอย่างสนิทแนบจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน

แม่การะเกดส่ายเต้านมคู่สวยของนางบดถูไปกับใบหน้าของอาจารย์ชีปะขาว หนวดเคราที่ดกหนาและแข็งนั้นทิ่มตำเนื้อนมอ่อนๆจนนางรู้สึกจั๊กจี้ปนสยิวยิ่งนัก ตอนนี้เองที่แม่การะเกดเพิ่งสังเกตว่า ท่านอาจารย์ชีปะขาวนั้นนั่งหลับตานิ่งไม่ไหวติงราวกับรูปปั้น และมิได้สัมผัสเล้าโลมอะไรนางเลยแม้แต่น้อย มีเพียงนางผู้เดียวที่เป็นฝ่ายเคลื่อนไหวโขยกขย่มท่อนควยใส่เขาอยู่ฝ่ายเดียว แต่แม่การะเกดก็หาได้ใส่ใจไม่ เพราะยามนี้ท่อนควยที่แข็งราวกับหินซึ่งเสียบคาอยู่เต็มรูหีของนางก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้นางบรรเทาความกำหนัดลงได้
แม่การะเกดจับหัวไหล่ของอาจารย์ไว้เป็นหลักยึดแล้วกระดกสะโพกขึ้นๆลงๆ บางครั้งก็ส่ายวนเป็นวงกลมเพื่อให้เม็ดมุกเหล่านั้นเสียดสีไปจนทั่วทั้งโพรงสวาทของนาง
“ซี้ด…ท่านอาจารย์เจ้าขา ควยของท่าน..สุดยอดจริงๆเจ้าค่ะ ข้าไม่เคยรู้สึกเสียวขนาดนี้มาก่อน…ซี้ด…อูย…”
อาจารย์ชีปะขาวยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง แลปล่อยให้แม่การะเกดโยกหน้าโยกหลังอย่างเงี่ยนง่าน
“อูย…ท่านอาจารย์ เย็ดข้าหน่อยเถอะค่ะ ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ข้าขย่มเองต่อไม่ไหวแล้ว”
แม่การะเกดออกแรงขย่มสะโพกอยู่นานจนเริ่มอ่อนล้า แลอยากให้อาจารย์ชีปะขาวแสดงฝีมือบ้าง นางจึงออดอ้อนให้เขากระเด้าควยตอบกลับมาบ้าง แต่ท่านอาจารย์ก็ยังคงไม่ตอบสนองนางอยู่ดี จนแม่การะเกดรู้สึกขัดใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ก็ได้เจ้าค่ะ หากท่านอาจารย์ไม่ช่วย ข้าทำเองก็ได้เจ้าค่ะ”
สิ้นเสียงนางก็เริ่มขย่มสะโพกด้วยตัวเองต่อไปแม้จะเหนื่อยล้า แต่ความเงี่ยนนั้นมีมากกว่าจึงทำให้นางกัดฟันกระทำต่อไปได้ นางโผเข้ากอดอาจารย์ชีปะขาวแลเอามือกดศีรษะของเขาให้ถูไถไปกับสองเต้าอวบอิ่มพลางขย่มสะโพกอย่างต่อเนื่องอีกหลายสิบครั้งจนกระทั่ง

“อาจารย์เจ้าขา ข้าจะถึงแล้วนะเจ้าคะ..อาจารย์..อาจารย์ขา…โอว…ข้าเสร็จแล้ว เสียวเหลือเกิน…ซี้ด…ท่านอาจารย์….”
แม่การะเกดตะโกนเรียกท่านอาจารย์เสียงหวีดหวิวดังลั่นด้วยความเสียวอย่างที่สุด แล้วนางก็ไต่ขึ้นสวรรค์สำเร็จไปแต่เพียงผู้เดียว ช่องสังวาสของนางหดเกร็งและกระตุกเป็นจังหวะปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนเฉอะแฉะไปทั้งหน้าขาของท่านอาจารย์

ผ่านไปครู่ใหญ่เมื่อความเงี่ยนของแม่การะเกดผ่อนคลายลง นางจึงค่อยๆแต่งตัวกลับเหมือนเดิมแล้วมานั่งอยู่ต่อหน้าท่านอาจารย์อีกครั้ง
“ออเจ้าหายใคร่แล้วใช่หรือไม่” ท่านอาจารย์ถาม
“เจ้าค่ะอาจารย์ ทีนี้อาจารย์จะตอบคำถามข้าได้หรือยังเจ้าคะ ข้าอยากรู้ว่า ไอ้เจ้ากลิ่นที่ทำให้ข้าเกิดอารมณ์กำหนัดนั้นมันคืออะไร”
อาจารย์ชีปะขาวสูดหายใจลึกก่อนจะค่อยๆตอบอย่างช้าๆแต่ชัดถ้อยชัดคำ
“มิได้มีกลิ่นอันใดดอก ออเจ้านั้นอุปทานไปเอง ด้วยว่าเจ้าของร่างเดิมนั้นเขามีจิตใจฝักใฝ่อยู่แต่ในกามารมณ์ ไม่ว่าพบเห็นชายใดก็ใฝ่ฝันว่าจักได้โล้สำเภาไปกับเขาเสียทุกผู้ทุกคน แต่ก็มิเคยได้สมหวังดังใจ ทีนี้พอเขาสิ้นบุญไปแล้วแต่ความปรารถนายังอยู่ มันก็เลยยังฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของร่างนี้ เมื่อออเจ้ามาอาศัยร่างของเขา จึงได้ถูกจิตใต้สำนึกของเขาครอบงำเอาด้วยยังไงล่ะ ส่วนกลิ่นที่เจ้าบอกว่าสัมผัสได้นั้น คงเป็นเพียงสัญญาณจากจิตใต้สำนึกที่มาบอกให้เจ้ารู้ว่าร่างกายของเจ้ากำลังอยากจะเสพสังวาสกับใครสักคนเท่านั้นเอง”
“อ๋อ…มิน่าล่ะ พออยู่ใกล้กับผู้ชายสองต่อสองทีไร ข้าถึงได้กลิ่นแปลกๆทุกที ที่แท้ก็อยากโดนโล้สำเภานี่เอง เฮ้อ…ทั้งที่ตัวจริงข้าออกจะเป็นคนเรียบร้อย แต่จิตใต้สำนึกของการะเกดกลับเป็นตรงข้ามกันเสียนี่” การะเกดบ่นพึมพำกับตัวเองพลางคุยกับตัวเองในใจ
‘แต่อาจารย์ก็ร้ายไม่เบานะเนี่ย ถ้าเกิดข้าหอยหลวมขึ้นมาก่อนจะได้เจอคู่ครอง ใครจะรับผิดชอบล่ะเนี่ย โล้สำเภาเสียจนหอยข้าระบมไปหมดแล้ว’

แม่การะเกดลืมคิดไปว่าอาจารย์ชีปะขาวสามารถอ่านใจได้ จึงเผลอคิดเล่นๆไป ท่านอาจารย์จึงสวนคำกลับมาพลัน
“ช้าก่อนหนาออเจ้า ข้ายังมิได้ทำกระไรเลย ข้าเพียงนั่งสมาธิเฉยๆ แต่ออเจ้ากลับเปลื้องผ้าเปลื้องผ่อนขึ้นมากระทำชำเราใส่ข้าจนสำเร็จความใคร่ไปเอง แลน้ำรักของข้ายังมิได้หลั่งออกมาแม้เพียงสักหยด ไยออเจ้าจึงมาโทษข้าเยี่ยงนี้”
“โห…ท่านอาจารย์ เล่นงี้เลยเหรอเจ้าคะ ก็ได้เจ้าค่ะ ข้ายอมรับก็ได้ว่าข้าเงี่ยนไปเอง ข้าจึงขึ้นขย่มตอท่านอาจารย์จนหอยระบม แต่ท่านอาจารย์จะมาว่าข้าไม่ได้นะเจ้าคะ ต้องโทษจิตของแม่การะเกดต่างหากที่ทำให้ข้าเป็นหญิงร่านแบบนี้”
แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีในที่สุด

ถ้าชอบเว็บนี้ คลิกแบนเนอร์ด้านบนวันละครั้ง ^-^
If you like this web. Please click banner above 1 click/day ^-^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *