Thai White Book รวมเรื่องเสียว & OnlyFans Model อ่านฟรี อัปเดตทุกวัน
  • Home
  • Home
  • Manga
  • Doujin-TH
  • Manhwa
  • เรื่องเสียว
  • เรื่องเสียวซีรี่ย์
  • Cosplay
  • H-Anime
  • A.I.
  • Onlyfan
Prev
Next
The Dark side_1

การ์ตูนแผ่น (ตอน) เดียวจบ

May 16, 2022
น้องรหัส | [Doujin Sak] Peer Mentee การ์ตูนแผ่นเดียวจบ by Xter
Specials_Vol15_001 (Large)

เปิดบริสุทธิ์

October 8, 2024
061 เปิดบริสุทธิ์ สาวมหาลัย (แหม่ม นันทิชา) 060 เปิดบริสุทธิ์ สาวเพนเฮ้าส์

คฤหาสน์โลกีย์

May 24, 2022
ตอนที่ 38 ตอนที่ 37
Nong Earn – น้องเอิร์น Ch.1-9 + พิเศษ 2 ตอน_Page_170

ได้เวลาเปลี่ยนกะ (น้องเอิร์น) (Nong Earn) ตอนที่ 1-9 ตอนพิเศษ 2 ตอน + PDF

May 13, 2022
ตอนที่ 10 ได้เวลาเปลี่ยนกะ Ch.1-9 + พิเศษ 2 ตอน [JPG][PDF] แก้ลิ้งแล้ว ตอนที่ 9 ฝึกงาน

ครอบครัวหฤหรรษ์

February 14, 2023
ตอนที่ 9 ครอบครัวคุณมรกต ตอนที่ 8 ครอบครัวของเรวดี (คุณพิชาญ,เรวดี,ยุ้ย,โจ้ )

เรื่องเสียวจากหนังสือปกขาว/ปกสี

May 1, 2023
106 เสน่ห์ชาย 105 ผัวน้อยผัวหลวง

นางฟ้าน้อย ๆ กับไอ้เฒ่าบ้ากาม ภาค 1 – 2

July 9, 2022
ภาค 2 ตอนที่ 3 เรอิ สาวน้อยผู้ไร้เดียงสา ภาค 2 ตอนที่ 2 หนิง...สาวน้อยผู้เร่าร้อน
Xter My Mother

My Mother เมื่อคุณแม่ผมเปลี่ยนไป

August 17, 2024
003 My Mother The Animation พากย์ไทย 002 My Mother เมื่อคุณแม่ผมเปลี่ยนไป ZIP

ครูเจ้าเล่ห์

April 30, 2023
ตอนที่ 40 ตอนที่ 39

รสสวาทแรงหึง (นัฐถิยา ภาค 2)

May 27, 2022
รสสวาทแรงหึง 100 รสสวาทแรงหึง 99
hard36a001

A4U Hard Series 80 Albums

October 15, 2024
80 79

คุณนายผู้น่าสงสาร ตอนที่ 1-21

August 21, 2022
ตอนที่ 21 ตอนที่ 20 เมื่อคุณนายผการับเป็นพรายเสน่ห์

The Zodiac บทที่ 4.1 ทลายมังกรฟ้า

  1. Home
  2. The Paradox & The Zodiac by Buta
  3. The Zodiac บทที่ 4.1 ทลายมังกรฟ้า
Prev
Next

The Zodiac บทที่ 4.1 ทลายมังกรฟ้า

ปราณไร้ชื่อที่กระจายทั่วร่างผมแผ่ซ่านออกสู่อากาศรอบตัว ผลักดันให้ร่างผมพุ่งผ่านยอดไม้ราวกับปุยนุ่นไร้น้ำหนักเพียงผ่านการหยั่ง แตะเบาๆ เพื่อดีดตัว เสียงหวีดหวิวของกระแสอากาศที่พัดผ่านโสตสัมผัส บอกให้รู้ว่าผมกำลังเคลื่อนที่ด้วยระดับความเร็วที่สายตามนุษย์แทบจะไม่ สามารถจับภาพได้ทัน นี่คือคชสีห์เหินบิน ที่เมื่อถูกใช้ร่วมกับปราณในร่างผม ทำให้มันกลายเป็นวิชาปราณเคลื่อนร่างที่แม้กระทั่งคุณพ่อผมที่สำเร็จปราณ คชสีห์ชั้นสูงยังยอมรับว่าไม่เคยพบว่ามีผู้ทรงปราณใดสามารถเคลื่อนร่างได้ รวดเร็วกว่านี้อีก

ผมสาดพุ่งร่างไปยังยอดไทรใหญ่ที่ขึ้นอยู่บนไหล่ เขาด้านตะวันตกทิวเขา ต้นไทรต้นนี้น่าจะมีอายุกว่า 100 ปี จากขนาดที่แผ่กว้างครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ จนดูราวกับเป็นร่มยักษ์ที่กางอยู่เหนือไหล่เขา ซึ่งผมรู้ดีว่าใต้ต้นไทรคือจุดพักเพียงแห่งเดียวของผู้ใช้เส้นทางเดินป่าสาย นี้ เนื่องจากเส้นทางทั้งหมดเป็นเพียงป่าโปร่งที่ไม่สามารถให้ร่มเงาแก่ผู้เดิน ทางได้ ทำให้ผู้ผ่านทางอดไม่ได้ที่จะพักผ่อนใต้ร่มไม้อันร่มครึ้มเพื่อสะสมพลังก่อน เดินทางต่อไป ผมแทรกร่างเข้าสู่ใจกลางต้นไทรที่หนาทึบ พร้อมกับปิดกั้นปราณไม่ให้แผ่ซ่านออกจากร่างเพื่อป้องกันตัวเองจากการตรวจพบ ของผู้ทรงปราณระดับสูง อันเป็นนิสัยที่ผมกระทำจนติดเป็นนิสัยมาโดยตลอด แม้จะไม่จำเป็นสำหรับการเฝ้าจับตาผู้ผ่านทางตามปกติก็ตาม

เพียง ชั่วอึดใจ เสียงฝีเท่าแผ่วเบาของขบวนคนที่เหมียวระบุว่ามีจำนวน 20 คนก็เริ่มดังขึ้น ขณะที่ภาพของกลุ่มคนจำนวนมากปรากฏสู่สายตา แต่เสียงฝีเท้าที่ไม่สอดคล้องกับระยะทางทำให้ผมอดสะท้านใจเล็กน้อยไม่ได้ เพราะด้วยระยะทางเพียง 30 เมตรที่กลุ่มคนเลี้ยวพ้นทางโค้งมายังต้นไทรที่ผมซ่อนตัวอยู่ น่าจะทำให้เกิดเท้ากระทบพื้นที่ดังชัดเจน แต่หูผมกลับได้ยินเสียงแผ่วเบาราวกับกลุ่มคนนี้อยู่ห่างไปกว่า 100 เมตร ซึ่งนั่นมีคำตอบเพียงประการเดียวเท่านั้น และเมื่อกลุ่มคนก้าวเข้ามาใกล้จนผมสามารถเห็นเท้าที่กำลังก้าวเดิน ทำให้ผมมั่นใจในทันทีว่าความเข้าใจอของผมถูกต้องแน่นอน

เท้าทั้ง 20 คู่สัมผัสพื้นดินเพียงเบาๆ แล้วยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนดูราวกับเป็นเพียงการแตะเพื่ออาศัยแรงสะท้อน ผลักดันให้ร่างเคลื่อนที่ไปข้างหน้า โดยไร้น้ำหนัก ทั้งที่ส่วนใหญ่แบกเป้สัมภาระขนาดใหญ่ที่น่าจะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัมไว้บนหลัง ปราณในร่างกายผมเคลื่อนตัวเตรียมพร้อมทันที เพราะรู้ดีว่านี่คือการเดินทางของกลุ่มผู้ทรงปราณที่กำลังใช้วิชาปราณ เคลื่อนร่างในการเดินทาง

“พี่ถังหลิน…พักที่นี่ก่อนดีไหม…”

เสียง กังวานของหนึ่งในกลุ่มคนดังขึ้น ขณะที่ทุกคนต่างชะงักการเคลือ่นไที่และหันมามองบุรุษที่อยู่ด้านหลังสุดของ ขบวน ขณะที่จิตใจผมเครียดเขม็งเมื่อได้ยินชื่อถังหลิน ซึ่งเป็นชื่อที่ผู้ทรงปราณทุกคนรู้จักดีว่าคือชื่อของบุตรชายคนโตของถังฮวง ประมุขแห่งสำนักมังกรฟ้า และเป็นองครักษ์อันดับหนึ่งของสำนัก ซึ่งจากคำร่ำลือระบุว่าถังหลินจะมีระดับฝีมือสูงสุดยอด เพียงเป็นรองแต่ถังฮวงเท่านั้น และเป็นที่รับรู้กันว่าเมื่อใดก็ตามที่ถังฮวงสิ้นอายุขัย ถังหลินก็จะเป็นประมุขสำนักมังกรฟ้าคนต่อไปอย่างแน่นอนโดยปราศจากการแข่งขัน จากศิษย์ในสำนัก นอกจากนี้ถังหลินยังมีชื่อเสียงเลื่องลือในฐานะผู้ทรงความรู้เกี่ยวกับปราณ ทุกรูปแบบ จากการศึกษาตำราโบราณที่สำนักมังกรฟ้าสะสมไว้ จนทำให้ถังหลินแทบจะมีฐานะเป็นเทพเจ้าอีกองค์หนึ่งของสาวกตำหนักมังกรฟ้า

“พักก่อนก็ดี ข้าเองก็อยากจะดูอะไรสักหน่อย”

เสียง แผ่วทุ้มแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจดังมาจากร่างชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่งในชุด ยาวสีดำ ประดับลายปักมังกรทองทะยานสู่ฟ้า ซึ่งดูขัดกับกลุ่มคนที่เหลือที่อยู่ในชุดเดินป่ารัดกุม แต่นั่นก็กลับทำให้เห็นฐานะหัวหน้าของถังหลินปรากฏขึ้นโดดเด่นชัดเจน ดวงตายาวเรียวเพ่งมองมายังร่มเงาของต้นไทรขณะเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ที่ หนึ่งในกลุ่มคนรีบยกมาตั้งให้ในทันทีที่ถังหลินก้าวเข้ามาสู่ร่มไม้

“หัว หน้าเฮง ตั้งกล้องส่องทางไกลให้ข้าหน่อย เมื่อครู่ก่อนจะเลี้ยวมาที่ต้นไทรนี้ข้าเห็นบ้านพักสามหลังอยู่ในหุบเขา เบื้องล่าง ข้าอยากเห็นว่าเป็นบ้านของใครและจะเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งยาจากพม่าเข้ามา หรือไม่”

ถังฮวงส่งเสียงสั่งชายกลางคนที่มีฐานะเป็นหัวหน้าของกลุ่ม บริวารมังกรฟ้า ในทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้ที่หันหน้าออกไปทางหุบเขา ทำให้ผมอดครุ่นคิดด้วยความกังวลไม่ได้เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงสายตาที่แหลม คมและความรอบคอบในการปฏิบัติงานของถังฮวง แต่ในขณะเดียวกันผมก็สะท้านใจเมื่อรับรู้ว่าบ้านทั้งสามหลังที่ถังฮวงกล่าว ถึงคือบ้านพักของผมที่ขณะนี้น้องรินน้องกิฟท์น้องเมย์และน้องมินท์ กำลังเล่นน้ำที่ลำห้วยอย่างสนุกสนาน

ชายกลางคนนามเฮง รีบสั่งการให้บริวารเปิดกล่องหนาหนักออกมากเป้สัมภาระอันหนึ่งแล้วกางขาตั้ง ที่มีกล้องส่องทางไกลกำลังขยายสูงเข้ากับขาตั้งและนำมาติดตั้งเบื้องหน้าถัง หลิน ขณะที่องรักษ์อันดับหนึ่งของสำนักมังกรฟ้าส่องกล้องไปในทิศทางของบ้านพักผม แล้วปรับโฟกัสของกล้องอย่างตั้งใจ พร้อมกับเฝ้ามองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองบริวารที่รายล้อมด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วลุกขึ้นยืน แล้วพยักหน้าให้ชายกลางคนชื่อเฮงเข้าไปส่องกล้องต่อ ก่อนหันกลับไปสั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“เป็นบ้านพัก ของพวกเศรษฐี มีผู้หญิงสี่คนกำลังเล่นน้ำในลำห้วย แต่บ้านพวกนี้มันใกล้เส้นทางขนส่งของพวกเราเกินไป ข้าคิดว่าน่าจะจัดการฆ่าพวกมันให้หมดเพื่อข่มขู่ให้มันย้ายออกไปจากพื้นที่ นี้ แต่ก่อนอื่นข้าอยากรู้ว่าพวกมันเป็นใคร…”

คำสั่งของถังหลิน ทำให้กลุ่มบริวารรีบถอดเป้สัมภาระออกจากหลังเพื่อเตรียมปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวินัยที่เข้มงวดของสำนักมังกรฟ้า

“พวกเจ้าไม่ ต้องลงไปทั้งหมด หัวหน้าเฮงคุมคนไป 5 คนจัดการฆ่าผู้ชายและเด็กผู้ชายทุกคนที่นั่น แล้วคุมผู้หญิงสี่คนที่กำลังเล่นน้ำมาให้ข้าที่นี่ และหากมีเด็กผู้หญิงก็ให้ดูด้วยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าไม่สวยก็ฆ่าทิ้งไปให้สิ้นเรื่องราว แต่ถ้าสวยก็พาขึ้นมาให้ข้าบนนี้พร้อมกับนังสี่คนนั่นด้วย ที่สำคัญอย่างเพิ่งเย็ดใครทั้งนั้น ให้ข้าตรวจดูก่อนว่าทั้งสี่คนยังบริสุทธิ์หรือไม่ ถ้าหากพวกมันไม่บริสุทธิ์ข้าก็จะให้พวกเจ้าเย็ดได้ตามใจชอบก่อนพาตัวไปประจำ ซ่องที่เยาวราช ”

กลุ่มบริวารรับฟังคำสั่งของถังหลินอย่างตั้งใจ ขณะที่หัวหน้าเฮงถอนสายตาจากกล้องส่องทางไกลและหันมากล่าวกับถังหลินอย่างนอบน้อม

“ท่าน องครักษ์ไม่สนใจคนใดคนหนึ่งในสี่คนนี่หรือ ข้าคิดว่าคนที่ใส่ชุดว่ายน้ำสีชมพูกับสีดำน่าจะอายุไม่เกิน 15 ซึ่งตรงตามรสนิยมท่านองครักษ์ ส่วนคนที่ใส่ชุดสีเหลืองกับสีแดงนั่นน่าจะอายุประมาณ 20 น่าเย็ดทั้งคู่”

ถังหลินหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบหัวหน้ากลุ่มบริวารเบื้องหน้า

“ยาก นักที่หัวหน้าเฮงจำรสนิยมสตรีของข้าได้ เอาเป็นว่าสตรีคนใดที่ไม่บริสุทธิ์แล้ว ก็ยกให้หัวหน้าเฮงเลือกเย็ดได้เป็นคนแรก….เดี๋ยวก่อน..ใครกำลังมาทางนี้ ”

คำ สนทนาของถังหลินกับบริวาร ทำให้ผมต้องกัดกรามแน่นด้วยความโกรธ เพราะรู้ดีว่าสตรีทั้งสี่ที่ถังหลินกล่าวถึงคือกลุ่มน้องรินที่กำลังเล่นน้ำ อยู่ที่ห้วย แต่ก่อนที่ผมจะตัดสินใจว่าจะปรากฏตัวออกไปหรือไม่ เสียงถังหลินก็ทำให้ผมต้องชะงักลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าและการพูดคุยของคนสอง คนค่อยๆ ดังขึ้น ทำให้ผมรู้ว่าโสตประสาทในการฟังของถังหลินมีความไวไม่ต่างจากผมแม้แต่น้อย..

“กระจายกันออกไป…ระวังตัวด้วย”

หัว หน้าฮวงสั่งกลุ่มบริวารในทันที ทำให้ทุกคนเคลื่อนย้ายไปประจำตำแหน่งวงกลมล้อมรอบถังหลินไว้ ขณะที่เสียงการสนทนาของชายหญิงค่อยๆ ดังขึ้นจนผมจับใจความได้และนั่นทำให้ผมต้องตกตะลึงในทันทีที่รู้ว่าผู้ที่ กำลังผ่านทางมาคือใคร

“นี่ปาเกอยะ…วันนี้พานิดไปที่น้ำตกหน่อยสิ..นิดอยากไปเก็บดอกเอื้องคำมาให้พี่เหมียว”
“เอาสิ…เดี๋ยวผมจะพาคุณหนูนิดลงไปเอง…แล้วคุณหนูนิดไม่เล่นน้ำหรือครับ ไม่เห็นเอาชุดมาเปลี่ยนเลย ”
“ไม่เห็นต้องมีชุดเลย นิดแก้ผ้าเล่นก็ได้ ปาเกอยะก็เห็นร่างกายนิดหมดแล้ว นิดไม่อายหรอก”
“คุณหนูนิดอย่าพูดอย่างนี้เลยครับ เดี๋ยวเกิดพลั้งปากให้นายน้อยรู้ผมตายแน่ๆ เลย”
“ไม่ต้องกลัวหรอปาเกอยะ พี่เอรับปากนิดแล้วว่าจะไม่เย็ดนิด อ้อ..นิดลมบอกว่าพี่เออนุญาตให้นิดเป้นแฟนกับปาเกอยะด้วยนะ..”
“จริงหรือครับ….อย่างนี้คืนนี้ผมก็…เอ๊ะ..คุณหนูนิดระวัง….”

ร่าง คุ้นตาของเด็กหนุ่มวัย 14-15 ที่เดินมาพร้อมกับเด็กหญิงรูปร่างโปร่งบางราวกับอายุเพียง 10 ปี หยุดชะงักในทันที่สายตาของเด็กหนุ่มเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนมากยืยอยู่ภาย ใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่เบื้องหน้า ทำให้ผมต้องยุติความตั้งใจที่จะปรากฏตัวออกไป เพราะผมไม่ต้องการให้เด็กหนุ่มปาเกอยะและหนูนิดที่อยู่เบื้องล่างต้องมา เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น และหวังว่าทั้งสองน่าจะผ่านไปได้โดยไม่ถูกรบกวนใดๆ จากกลุ่มมังกรฟ้า เนื่องจากทั้งสองยังคงเป็นเพียงเด็กชายหญิงที่บังเอิญผ่านทางมาเท่านั้น แต่ความคิดของผมต้องยุติลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงถังหลินสั่งการบริวาร

“นำมันสองคนเข้ามาหาข้า.. ข้ามีเรื่องจะสอบถามมันสักหน่อย ”

สิ้นเสียงของถังหลิน ร่างชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็ถลันไปขวางหน้าปาเกอยะและหนูนิด ทันทีและส่งเสียงราบเรียบต่อทั้งสอง

“น้องชายและน้องสาวทั้งสอง ขอเชิญไปพบหัวหน้าของเราสักครู่…”

น้ำ เสียงที่แม้จะดูปราศจากการข่มขู่แต่มั่นคงจนทำให้รู้ได้ว่านี่ไม่ใช้คำขอที่ สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ปาเกอยะหยุดนิ่งหันมามองถังหลินที่อยุ่ภายใต้ร่มไม้ พร้อมกับดันร่างหนูนิดให้มาซ่อนตัวทางด้านหลัง ก่อนตอบเบาๆ

“ผมขอโทษพวกพี่ด้วย แต่ผมกับน้องสาวต้องรีบไป..ขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ”

ปา เกอยะตอบและขยับตัวเตรียมออกเดินต่อ แต่สีหน้าสงบเรียบของปาเกอยะทำให้ผมรู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังผนึกปราณมารเอกะ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ทุกรูปแบบที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ผมอดชื่นชมเด็กหนุ่มไม่ได้ แต่ก่อนที่ปาเกิอยะจะเริ่มเดินร่างชายฉกรรจ์ที่กล่าววาจาก็เคลื่อนมาขวางไว้

“ น้องชาย คำเชิญของนายเราไม่ใช่สิ่งที่น้องชายจะปฏิเสธได้นะ”
“นายของพี่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับผมและน้องสาวเช่นกัน”

ปา เกิดยะสวนคำแล้วดึงร่างหนูนิดเตรียมผ่านการขวางทาง ทำให้ชายฉกรรจ์บริวารของถังหลินหัวเราะออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนตะปบมือที่หัวไหล่ของปาเกอยะเพื่อขัดขวาง แต่กลับพบความว่างเปล่าเมื่อปาเกอยะกลับถลันหลบวูบแล้วผลักหมัดที่ผนึกปรา รมารเอกะไปที่ลำตัวด้านข้างของผู้โจมตี จนเกิดเสียงปะทะหนักและร่างของชายฉกรรจ์เซถลาไปครึ่งก้าว…ทำให้เกิดเสียง อุทานขึ้นในกลุ่มบริวารของถังหลิน

“ผู้ทรงปราณ ”

พร้อมกัน นั้นร่างบริวาร 5 คนก็สาดพุ่งมาปิดกั้นเส้นทางและล้อมร่างปาเกอยะกับหนูนิดไว้ ขณะที่ถังหลินก้าวออกมาจากร่มเงาต้นไทรเพื่อเพ่งมองปาเกอยะก่อนส่งเสียงถาม ต่อเด็กหนุ่ม

“หมัดเอกะมาร..ปราณเอกะมารเป็นปราณบริวารของปราณคชสีห์อันชั่วร้าย เด็กน้อยเจ้าเกี่ยวพันอย่างไรกับปราณคชสีห์…”

ดวงตาปาเกอยะจับจ้องถังหลินโดยปราศจากความหวาดกลัว และส่งเสียงตอบอย่างมั่นคง

“เรา ไม่รู้จักปราณคชสีห์ใด เราเรียนปราณจากท่านพ่อและไม่ต้องการทำร้ายผู้อื่น ขอท่านเปิดทางให้เรากับน้องสาว และไปตามทางของแต่ละฝ่ายเถอะ…”

คำ ตอบของปาเกอยะทให้ผมอดชื่นชมเด็กหนุ่มไม่ได้ เพราะแม้จะอยู่ในวงล้อมของบริวารมังกรฟ้า แต่ปาเกอยะก็ไม่มีมีท่าทีหวาดกลัว และแม้จะไม่สามารถปิดบังปราณในร่างจนทำให้ต้องใช้ถ้อยคำของผู้ทรงปราณในการ พูดกับถังหลิน แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงปิดบังเรื่องของปราณคชสีห์ไว้ตามคำสั่งของตระกูลอย่าง เคร่งครัด

“เด็กน้อยเจ้าหลอกลวงเราถังหลินผู้เป็นองครักษ์อันดับ หนึ่งแห่งสำนักมังกรฟ้าไม่ได้หรอก ปราณเอกะมารจะต้องอยู่คู่ปราณคชสีห์เพื่อรับใช้และปกป้อง ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ทรงปราณเจ้าก็ต้องรู้จักสำนักของเรา และรู้ดีว่ามังกรฟ้าไม่เคยปราณีต่อผู้ไม่ร่วมมือ ดังนั้นหากเจ้าต้องการมีชีวิตต่อไป ก็จงบอกความจริงต่อเราเดี๋ยวนี้”

คำ พูดของถังหลินที่แม้จะแผ่วทุ้มแต่ก็แฝงพลังปราณเปี่ยมล้น จนผมรับรู้ได้ว่าร่างปาเกอยะกำลังสั่นน้อยๆ เพื่อต่อต้านการคุกคามของปราณ แต่เด็กหนุ่มยังคงประสานสายตากับถังหลินอย่างไม่กลัวเกรง

“เราไม่มีอะไรจะบอก…”
“เด็กน้อยรนหาที่ตาย…”

เสียง ชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ใกล้ปาเกอยะดังขึ้นพร้อมขยับร่างวูบเข้าประชิดและสะบัด ฝ่ามือไปยังใบหน้าเด็กหนุ่ม แต่ปาเกอยะกลับสูดลมหายใจลึกพุ่งหมัดเข้าปะทะอย่างรวดเร็วเกิดเสียงดังลั่น จนทำให้ทั้งสองร่างส่ายโงนเงน ขณะที่ปาเกอยะหันไปรวบเอวหนูนิดและฉวยโอกาสดีดตัวเพื่อออกจากวงล้อม แต่ร่างของเด็กหนุ่มกลับสะท้านเฮือกและตกกลับลงมาที่เดิมทันที เมื่อมือของถังหลินยกขึ้นและแผ่พลังดึงดูดออกมา

“อายุเพียงเท่านี้ กลับมีปราณที่เข้มแข็งแทบไม่เป็นรองลูกน้องของหัวหน้าเฮง นับว่าอาจารย์เจ้ามีความสามารถยิ่งนักแต่น่าเสียดายที่เจ้ายังไม่เข้มแข็งพอ ที่จะรอดจากพลังรั้งฟ้าของปราณมังกรฟ้าได้…เอ๊ะ…”

ถังหลินอุทาน ออกมาเมื่อพบว่าผิวกายปาเอกยะกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม อันเป็นสัญญลักษณ์ของการรวมปราณทั่วร่างเพื่อโจมตี ร่างเด็กหนุ่มทะยานเข้าหาถังหลินอย่างรวดเร็วพร้อมต่อยหมัดที่ผนึกปราณเอกะ มารเต็มเปี่ยมไปที่ใบหน้าขององครักษ์อันดับหนึ่งสำนักมังกรฟ้า ทำให้เกิดเสียงตวาดก้องขึ้นในกลุ่มบริวารและปรากฏกระแสพลังมหาศาลปะทะร่างปา เกอยะจนกระเด็นกลับไปฟุบอยู่ที่เท้าหนูนิด ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นด้วยความตกใจกับสถานการณ์เบื้องหน้า ร่างเด็กหญิงทรุดตัวลงกอดปาเกอยะไว้แน่นก่อนเงยหน้าขึ้นมายังถังหลินและตวาด ด้วยความโกรธ

“แกไอ้คนชั่วร้าย .. พี่เอจะต้องลงโทษแกแน่ๆ…”

ถัง หลินจับจ้องใบหน้างามคมคายของเด็กหญิงเบื้องหน้า ใบหน้าที่ราบเรียบทอประกายแปลกประหลาดเมื่อจับจ้องร่างหนูนิดที่อยู่ในชุด เสื้อยืดรัดรูปและกางเกงผ้ายืดสั้นถึงโคนขาที่เผยให้เห็นเรียวขางามสีน้ำ ผึ้งอย่างเต็มที่ ก่อนยิ้มอย่างหื่นกระหาย

“เป็นเด็กหญิงที่น่ารัก จริงๆ เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินพวกเจ้าคุยกันบอกให้รู้ว่าเจ้าคงจะเป็นนายหญิงของเจ้า เด็กหนุ่มคนนี้ และมีสัมพันธ์ทางร่างกายกันแล้ว…ดังนั้นเจ้าคงไม่ว่าถ้าข้าจะขอ…”

หัว หน้าเฮงที่ยืนอยู่ด้านข้างหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินคำพูดของถังหลิน ร่างสูงใหญ่ถลันวูบเข้าดึงร่างหนูนิดออกจากปาเกอยะแล้วกระชากร่างบอบบางให้ ลุกขึ้นยืนต่อหน้าถังหลิน ผู้ซึ่งยกมือที่เริ่มปรากฏประกายสีขาวของสายฟ้าแลบแปลบปลาบระหว่างนิ้วทั้ง ห้า มาจับปกเสื้อยืดหนูนิดแล้วส่งพลังปราณคลุมร่างเด็กหญิงเอาไว้

“แคว่ก…….ซ่า……”
“ว๊าย……อย่า….”

เสียง ผ้าขาดพร้อมกับการสลายตัวของเนื้อผ้าที่ปกคลุมร่างดังขึ้นพร้อมเสียงกรีด ร้องของหนูนิดขณะที่ชิ้นส่วนทั้งหมดของมันปลิวกระจายออกจากร่างเด็กหญิง ทิ้งไว้แต่เรือนร่างเปลือยเปล่าสีน้ำผึ่งของเด็กหญิงวัย 12 ให้ปรากฏตรงหน้าถังหลินโดยปราศจากสิ่งปกปิดอวัยวะแรกสาว ร่างบอบบางพยายามดิ้นรนให้หลุดจากวงแขนของหัวหน้าเฮงที่ยึดสองแขนไว้ทาง เบื้องหลัง แต่ไม่สามารถต้านกำลังของผู้ทรงปราณระดับสูงเช่นหัวหน้าเฮงได้

“ต้องอายุขนาดนี้ถึงจะถูกรสนิยมของท่านองครักษ์…”

หัว หน้าเฮงส่งเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นถังหลินใช้วิชาสลายธาตุของปราณมังกร ฟ้ากำจัดเสื้อผ้าของหนูนิดออกจากร่างโดยไม่กระทบต่อร่างกายส่วนอื่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการคุมปราณที่สมบูรณ์ถึงขีดสุด แต่ก่อนที่หัวหน้าเฮงจะกล่าวคำพูดอื่นต่อ ก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อเห็นดวงตาเบิกโพลงของถังหลินกำลังจับจ้องอยู่ที่ อวัยวะเพศของหนูนิดที่เบื้องหน้า

ด้วยการหันหน้าเข้าหาต้นไทรของหนู นิดทำให้ผมสามารถเห็นเรือนร่างเปลือยของเด็กหญิงได้เต็มตาเช่นเดียวกับถัง หลิน ซึ่งเพียงแว่บเดียวผมก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมถังหลินจึงมีอาการตะลึงงันกับ ภาพของเด้กหญิงวัย 12 ปี

ดวงน้าคมคายของหนูนิดดิ้นรนไปมาโดย ปราศจากผลขณะที่ดวงตากลมโตกลับหลับตาแน่นด้วยความอายที่ต้องเปิดเผยร่างกาย ต่อคนแปลกหน้า นมคู่เล็กที่ประดับด้วยเม็ดยอดสีน้ำตาลเริ่มก่อตัวขึ้นบนทรวงอกแบนราบของหนู นิด ขนาดของมันเล้กและบอบบางจนดูราวกับเป็นหน้าอกของเด็กหญิงวัยไม่เกิน 10 ปี แต่เมื่อเลื่อนสายตาลงไปตามร่างกายผอมบางถึงเนินรักเบื้องล่าง แม้แต่ผมก็ยังอดตระหนกไม่ได้เมื่อเห็นว่ามันเป็นเนินรักที่นูนเด่นตระหง่าน เต็มหน้าขา แคมอวบอิ่มเปล่งปลั่งโดดเด่นโดยปราศจากเส้นขนปกคลุม ยิ่งทำให้ขนาดของมันดูจะเป็นอวัยวะเพศของหญิงสาวที่เติบโตเต็มที่มากกว่าจะ อยู่บนร่างกายของเด็กหญิงวัย 12 ปีเช่นหนูนิด

“ตัวนิดเดียวแต่ทำไมหี นังนี่มันถึงอวบได้ขนาดนี้วะ…พวกเอ็งทุกคนลงไปจัดการจับนังผู้หญิงสี่คน ข้างล่างขึ้นมา เดี๋ยวข้าจะขอเย้ดหีอวบๆ ของอีนังเด็กคนนี้ให้เต็มควยสักที…”

เสียงแหบห้าวของถังหลินที่ อุทานเบาๆ เมื่อเห็นเนินรักงดงงามของหนูนิด เปลี่ยนเป็นคำสั่งต่อบริวารให้ออกไปทำงานฉุดคร่ากลุ่มน้องรินเบื้อล่างทันที ราวกับว่าถังหลินไม่ต้องการให้บริวารรับรู้การเย็ดหนูนิดที่กำลังจะเกิดขึ้น

เสียง ขานรับของบริวารสำนักมังกรฟ้าดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง และเตรียมตัวที่จะผละไปตามคำสั่ง ขณะที่ถังหลินเอื้อมมือมายังทรวงอกที่ยังไม่เติบโตของหนูนิดเบื้องหน้า

“สำนักมังกรฟ้าอันยิ่งใหญ่ ทำได้เพียงข่มขืนเด็กหญิงและสตรีผู้ไร้ปราณเท่านั้นหรือ”

ภาพ ที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ความโกรธผมพุ่งขึ้นมาครอบคลุมจิตใจ ก่อนดีดร่างออกจากที่ซ่อนพร้อมเปล่งคำพูดเพื่อตรึงบริวารสำนักมังกรฟ้าที่ กำลังเตรียมลงไปฉุดคร่ากลุ่มน้องรินน้องกิฟท์ให้อยู่กับที่

“เจ้าเป็นใคร”
“พี่เอ…พี่เอ..ช่วยนิดกับปาเกอยะด้วย”
“นายน้อย………”

ถัง หลินเปล่งเสียงคำรามที่แฝงปราณมังกรฟ้ากึกก้องทันทีที่เห็นร่างผมค่อยๆ ลอยลงมายังพื้นดินเบื้องล่าง พร้อมเสียงร้องของหนูนิดที่ยังคงถูกหัวหน้าเฮงคุมตัว และปาเกอยะที่บาดเจ็บจากการปะทะปราณจนไม่สามารถลุกขึ้นจากพื้นที่ฟุบ ร่างอยู่ได้ ขณะที่บริวารมังกรฟ้าทั้งหมดต่างชะงักร่างและเข้าล้อมผมไว้เป็นวงกลมในทันที ที่เท้าผมสัมผัสพื้นดินใต้ต้นไทร

“เราคือไกรวิทย์แห่งตระกูลคชสีห์ ผู้เป็นนายของเด็กหนุ่มที่ถูกบริวารท่านทำร้าย เป็นพี่ชายของเด็กหญิงที่ท่านกำลังจะละเมิดร่างกาย และเป็นเจ้าของบ้านพักเบื้องล่างที่ท่านกำลังจะส่งคนไปทำร้ายสตรีของเรา เราขอให้ท่านยึดมั่นในกฎของอาณาจักรผู้ทรงปราณและต่อสู้กับเราโดยละเว้นผู้ ไม่เกี่ยวข้อง ”

ผมกล่าวคำพูดตามวิถีแห่งผู้ทรงปราณอย่างเป็นทางการ กับถังหลิน เพื่อบีบบังคับให้องครักษ์อันดับหนึ่งแห่งสำนักมังกรฟ้าเผชิญหน้ากับผมตาม วิถีแห่งอาณาจักรปราณ ซึ่งผมทราบดีว่าแม้ถังหลินจะกำลังละเมิดข้อปฏิบัติของผู้ทรงปราณที่ห้ามทำ ร้ายผู้ไร้ปราณหรือข่มขืนสตรี แต่การเปิดเผยตัวของผมพร้อมระบุต้นกำเนิดปราณอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติขอบ ผู้ทรงปราณก่อนต่อสู้ จะทำให้ถังหลินไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือทำร้ายหนูนิดและปาเกอยะได้ เพราะผมแสดงตนแล้วว่าคือผู้เกี่ยวข้องกับทั้งสอง

“เราคือถังหลิน องครักษ์อันดับหนึ่งแห่งสำนักมังกรฟ้า ผู้เป็นนายของบริวารที่รายล้อมท่านอยู่ เราขอถามว่าท่านจะเลือกการต่อสู้ด้วยวิธีใด”

ถังหลินก้าวมายืนเผชิญ หน้าผมพร้อมกล่าวตอบตามวิถีผู้ทรงปราณก่อนการต่อสู้ ทำให้ผมค่อยคลายใจกับสถานการณ์เบื้องหน้า เพราะรู้ดีว่าหากถังหลินใช้หนูนิดและปาเกิดยะเป็นเครื่องมือต่อรองก็จะทำให้ ผมต้องพบอุปสรรคอย่างยิ่งในการช่วยทั้งสอง

“ก่อนที่เราจะเลือกวิธี เราขอให้ท่านปล่อยเด็กชายหญิงทั้งสองให้อยู่ในที่ปลอดอันตรายจากการต่อสู้ก่อนได้หรือไม่ ”

ผม ใช้เสียงที่มั่นคงโต้ตอบ ทำให้ถังหลินหยุดชะงักไปชั่วอึดใจก่อนที่จะพยักหน้าให้หัวหน้าเฮงที่ยึดสอง แขนหนูนิดไว้ หัวหน้าเฮงสบตาถังหลินด้วยประกายตาแปลกประหลาดก่อนคลายมือปล่อยให้หนูนิด เป็นอิสระ พร้อมกับร่างเด็หญิงที่โผเข้ามากอดผมไว้ทันที

“พี่เอ..พี่เอ…ช่วยปาเกอยะด้วย”

ผม กอดร่างเปลือยของเด็กหญิงไว้แน่นแล้วพาเดินมาที่ปาเกอยะที่นอนฟุบอยู่ โดยปราศจากการคุกคามจากบริวารมังกรฟ้าที่เปิดทางให้ผมไปยังร่างเด็กหนุ่มแต่ ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนมาล้อมผม หนูนิด และปาเกอยะไว้พร้อมกัน ผมทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างปาเกอยะแล้วจับมือเด็กหนุ่มขึ้นเพื่อถ่ายทอดปราณ บริสุทธิ์ช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บแต่สายตาผมยังคงจับจ้องดวงตาถังหลินไว้ตลอด เวลา

“นายน้อย…ผมขอโทษ ผมสู้พวกมันไม่ได้”

ปาเกอยะส่งเสียงครางออกมาขณะที่ผมประคองร่างเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน

“ไม่ ต้องกังวลหรอกปาเกอยะ เราเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง และชื่นชมในความภักดีของเจ้า ตอนนี้จงนำหนูนิดออกไปจากวงล้อม แล้วรีบกลับไปที่บ้าน ที่นี่เราจะรับผิดชอบเอง”

“ พี่เอ…พวกมัน..พวกมันจะ… ”

หนู นิดหันมากอดผมไว้แน่น ส่งเสียงสะอึกสะอื้น ทำให้ผมอดขบกรามด้วยความโกรธไม่ได้ เมื่อรับรู้ว่าหากผมไม่ได้อยู่ที่นี่จะเกิดอะไรขึ้นกับหนูนิดและกลุ่มน้อง รินเบื้องล่าง

“นิดตามปาเอกยะกลับไปซะ…ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวพี่จะจัดการพวกนี้ให้หนูนิดเอง ”

คำ สัญญาจากปากผมที่หนุนิดรู้ดีว่าไม่เคยผิดคำพูด ทำให้เด็กหญิงพยักหน้ารับแล้วยืนขึ้นตามแรงฉุดของปาเกอยะที่เริ่มฟื้นตัวจาก อาการบาดเจ็บ แต่ขณะที่ปาเกอยะกำลังจะก้าวเท้าออกจากวงล้อม เสียงแค่นหัวเราะของถังหลินก็ดังขึ้น

“คุยโอ่นัก…ผู้ทรงปราณปราณ คชสีห์จะจัดการยอดฝีมือสำนักมังกรฟ้า…เราจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ที่นี่เลยว่า หลังจากจัดการกับเจ้าแล้ว นังเด็กหีอวบคนนี้ต้องเป็นของเรา เช่นเดียวกับนังผู้หญิงทั้งสี่ข้างล่างที่ต้องบำเรอให้บริวารของเราทั้ง หมด….”

“ถ้าอย่างนั้นก็นับว่าเราได้รับรู้ถึงคุณธรรมของผู้ทรงปราณ สำนักมังกรฟ้าอันเป็นฝ่ายธรรมะ..แต่ตอนนี้ท่านจะเปิดทางเด็กสองคนนี้ออกจาก การต่อสู้ก่อนได้หรือไม่…”

ผมพยายามระงับความโกรธจากคำพูดของถัง หลินและแดกดันกลับไป พร้อมกระจายปราณไร้ชื่อไปทั่วทุกรูขุมขนเพื่อเตรียมรับการต่อสู้ และขอให้เด็กชายหญิงทั้งสองออกจากวงล้อม

“ไม่จำเป็นต้องให้พวกมันออกไปหรอก…เพราะเจ้าและเด็กชายคนนี้ต้องตายเดี๋ยวนี้..มังกรฟ้าผนึกรวม…”

สิ้น เสียงสั่งของถังหลิน ร่างบริวารมังกรฟ้าทั้ง 20 คนก็กระแทกกระแสพลังรุนแรงมายังผมที่จุดศูนย์กลาง ทำให้ผมรู้ในทันทีว่าถังหลินต้องการอาศัยเด็กทั้งสองเป็นเครื่องถ่วงให้ผม ไม่สามารถเอาตัวรอดจากการโจมตีได้ เพราะหากผมถลันหลบหรือดีดตัวออกจากวงล้อมกระแสพลังทั้งหมดก็จะสังหารปาเกอยะ และหนูนิดในทันที

ในห้วงของการโจมตี จิตผมหวนนึกไปถึงน้องรินและน้องกิฟท์ที่รออยู่เบื้องล่างด้วยความกังวลว่า หากผมไม่สามารถต่อต้านถังหลินและบริวารได้ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับน้องริน น้องกิฟท์ในอดีตก่อนการย้อนเวลาก็จะเกิดกับเด็กสาวผู้เป็นที่รักของผมทั้ง สองอีกครั้ง ความโกรธพลันปะทุขึ้นมาในจิตใจผมอย่างรุนแรง และโดยไม่รู้ตัวปราณในร่างกายกลับโคจรสวนทางกันตามแนวทางของปราณราหู ส่วนหนึ่งผสมกันเป็นปราณพลังกระจายออกตามรูขุมขนเพื่อสร้างม่านปราณรับการ โจมตี แต่อีกส่วนหนึ่งกลับกระจายมายังมือสองข้าง ก่อเกิดลุกกลมแสงสีแดงที่มือข้างซ้ายและลูกกลมพลังสีม่วงสว่างเรืองรองขึ้น ในมือข้างขวา ทำให้จิตสำนึกผมสั่งการให้มือทั้งสองสะบัดลูกกลมแสงทั้งสองออกจากมือไปยัง ร่างศัตรูที่ล้อมอยู่ด้วยความตกใจ

“…….เปรี้ยง……”
“…..พรึ่บ…… โอ๊ย…ช่วยข้าด้วย…ร้อน…”
“….อ๊าก…..”

พลัง มังกรฟ้าจากบริวารทั้ง 20 คนกระแทกท่านพลังปราณของผมตรงๆ จนเกิดเสียงระเบิดก้อง ส่งแรงกระแทกกลับมาที่ผมอย่างเต็มที่จนทั่งร่างปวดแปลบราวกับถูกเข็มนับร้อย ทิ่มแทง แต่ในขณะเดียวลูกกลมแสงสีแดงและม่วงที่ถูกสะบัดออกจากมือผมโดยไม่รู้ตัวก็ กระทบกับร่างบริวารมังกรฟ้าสองคนพร้อมกัน ทำให้ผู้ที่ถูกลุกลมพลังสีแดงเกิดไฟลุกท่วมร่างในทันที ในขณะที่อีกคนหนึ่งซึ่งถูกพลังสีม่วงกระทบกลับร้องออกมาเพียงคำเดียว และผิวหนังกระจายสีดำไปทั่วร่างก่อนเกิดรอยแยกและสลายเป็นฝุ่นผงในชั่วพริบ ตา

ความเงียบปกคลุมวงต่อสู้ชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงพึมพัมแหบแห้งของถังหลินจะดังขึ้น

“อัคคี เทพ…จิตมาร เป็นไปไม่ได้ สองสุดยอดวิชานี้สาบสูญไปจากโลกแล้ว..สองวิชาที่แตกต่างกันมาอยู่ในร่าง เดียวกันได้อย่างไร…..นี่ไม่ใช่ปราณคชสีห์ เจ้าเป็นใครกันแน่”

เสียงตวาดของถังหลินพลันดังขึ้นหลังจากตื่นจากการตกตะลึง

ผม สูดลมหายใจลึกกระจายปราณไปทั่วร่าง แม้ร่างกายจะยังปวดแปลบจากแรงกระแทกของปรารมังกรฟ้าแต่ผมก็คลายใจเมื่อรับ รู้ว่าปราณพลังป้องกันตัวของผมสามารถต้านทานปราณมังกรฟ้าที่เกิดจากการผนึก รวมของชาย 20 คนได้ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บถึงอวัยวะภายในแต่อย่างใด รวมทั้งยังสามารถปกป้องร่างของปาเกอยะและหนูนิด ที่ทิ้งตัวลงขดกับพื้นที่เท้าผมได้..แต่ขณะเดียวกันผมก็อดตระหนกกับพลังสอง รูปแบบที่บังเกิดขึ้นเองไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาแม้ปราณไร้ชื่อในร่างผมจะมีพลังทำลายมหาศาล แต่ผมก็ไม่เคยพบว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นลุกกลมพลังสองรูปแบบที่สามารถ ใช้ออกได้พร้อมๆ กันแบบนี้ ผมพยายามระงับใจให้สงบแล้วเร่งเร้าพลังไปยังสองแขนอีกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่ปรากฏกระแสพลังสีแดงและม่วงเหมือนที่เคยเกิดขึ้น เมื่อครู่ สมองผมพยายามทบทวนรูปแบบของจิตก่อนเกิดการก่อตัวของพลังอย่างเร่งร้อน ขณะที่ผมคำรามตอบถังหลินพร้อมกับเร่งเร้าปราณไร้ชื่อให้กระจายตัวออกก่อน เตรียมโจมตี

“เราจะเป็นใครไม่สำคัญ… แต่เราจะไม่อนุญาตให้พวกท่านมีชีวิตไปจากที่นี่อย่างแน่นอน….”

“แม้เจ้าจะสำเร็จวิชาโบราณกาลแห่งเทพและมาร แต่มันไม่มีผลกับวิชาผนึกม่านพลังแห่งมังกรพิฆาตฟ้าหรอก….จัดการมัน..”

ถัง หลินคำรามสั่งบริวารที่ยังคงเหลือ ทำให้ร่างทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหววิ่งวนรอบกายผมพร้อมกับกระแสพลังครืนครัน ที่กดทับเข้ามาไม่ขาดระยะ ผมเร่งโคจรปราณกระจายพลังปะทะกับม่านพลังรอบกายขณะที่ความทรงจำย้อนกลับไป ถึงการต่อสู่กับกวงเม้ง องครักษ์อันดับสี่สำนักมังกรฟ้าระหว่างการช่วยน้องพิมที่คลองน้อยเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ครั้งนั้นผมถูกกักอยู่ในม่านพลังและไม่สามารถต้านทานการโจมตีของกวงเม้งได้ จนแทบเสียชีวิตไป หากไม่มีกระแสพลังประหลาดแผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นดินและทำลายกวงเม้งพร้อม บริวารไปในที่สุด ทำให้ผมรู้ดีกว่าหากไม่สามารถทำลายพลังมังกรพิฆาตฟ้าที่เกิดจากการรวมตัวของ ปราณจากชายทั้ง 18 คนนี้ได้ ในที่สุดผมก็จะประสบชตากรรมที่ไม่แตกต่างกับการต่อสู้กับกวงเม้ง

ผม ระเบิดพลังปราณออกจากขุมขนขนเกิดพลังผลักดันวงล้อมม่านพลังออกไป แล้วขยับร่างโจมตีกลุ่มคนที่วนเวียนรอบกายอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าทุกหมัดที่ผมผลักออกไปจะส่งพลังไปให้ม่านพลังดูดสลายโดย ปราศจากผล วงล้อมที่เคลื่อนไหวอยู่รอบกายเพียงชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเกิดการปะทะแต่กลับ เร่งความเร็วกลับสู่สภาพปกติในทันทีที่ผมเว้นช่วงการโจมตี..

“ไม่นานเจ้าก็จะหมดแรงต่อต้าน เมื่อนั้นเจ้าก็จะถูกพลังปราณบดขยี้จนไม่เหลือแม้ซากศพ”

ถังหลินหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นสภาพผมที่กำลังต้านทานการระดมกดอัดของพลังมังกรพิฆาตฟ้าโดยไม่สามารถฝ่าออกไปได้

“ที่แท้องครักษ์อันดับหนึ่งของมังกรฟ้า ก็มีชื่อเสียงมาจากการใช้บริวารรุมทำร้ายเท่านั้น”

ผม คำรามตอบเพื่อกระตุ้นให้ถังหลินเข้าต่อสู้กับผมต่ชตัวต่อตัว ขณะที่ยังคงแผ่ปราณใส่หวัดพุ่งปะทะม่านพลังรอบกายที่กดดันเข้ามาทุกด้าน โดยที่ผมไม่สามารถขยับออกจากจุดศูนยืกลางได้เพราะจะทำให้หนูนิดและปาเกอยะ ถูกปราณทำร้ายในทันที

“เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก..ข้ารับรองว่าข้าจะ เป็นผู้ปลิดชีวิตของเจ้าด้วยตัวเอง..และขจ้าตั้งใจแล้วว่าจะยังไม่ปล่อยให้ เจ้าตายในทันที แต่เจ้าจะต้องได้เห็นข้าเย็ดนังเด็กคนนี้ และได้เห็นบริวารข้ารุมเย็ดผู้หญิงทั้งสี่ของเอ็งต่อหน้าก่อนตายแน่ๆ… ”

เสียง เย้ยหยันของถังหลินทำให้ความโกรธเกี้ยวปะทุในใจผม พร้อมกับภาพน้องรินน้องกิฟท์ปรากฏขึ้นในจิตสำนึก ทันใดนั้นสภาพปราณที่แยกออกเป็นสองสายก็กลับเกิดขึ้นอีกครั้งประกายสีแดง เริ่มก่อตัวขึ้นบนมือซ้ายและพลังสีม่วงสดใสในมือขวา ผมกู่ร้องกังวานด้วยความยินดีเพราะรับรู้แล้วว่าปรารทั้งสองสายนี้เกิดจาก ความโกรธที่แยกปราณออกเป็นสองสายให้โคจรสวนทางตามแนวทางของปราณราหู และภาพของน้องรินกับน้องกิฟท์ที่ปรากฏขึ้นในจิต เป็นเครื่องดึงพลังแห่งอุทกมาร อุททกเทพที่ผมรับไว้ในร่างกาย ให้กลับเป็นพลังโจมตีซึ่งผมสามารถควบคุมได้แล้ว สองมือประกบเข้าหากันจนพลังพลังลูกกลมแสงทั้งสองรวมตัวเป็นเนื้อเดียวสีแดง และสีม่วงสลายตัวจนไม่ปรากฏแต่ผมยังคงรับรู้ได้ถึงพลังที่คงอยู่ สองมือผมผลักพลังปรารที่ผมสร้างขึ้นออกไปแล้วผลักออกไปยังวงล้อมเต็มกำลัง

“…………………………………….”

ใจ ผมหายวูบทันทีที่กระแสพลังซึ่งผมสร้างขึ้นเข้าปะทะม่านพลังโดยปราสจากเสียง ใดๆ รวมทั้งไม่ปรากฏแรงสะท้อนกลับจากการปะทะปราณอย่างที่ควรเป็น แต่ภาพที่ปรากฏต่อมาทำให้ผมกลับต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“อั๊ก…อั๊ก….อั๊ก….อั๊ก…… ”

การ เคลื่อนไหวของกลุ่มบริวารมังกรฟ้าพลันชะงักลงในทันที จากการชนกันของบริวารกว่าครึ่งที่หยุดนิ่งพร้อมส่งเสียงสำลักในลำคอระงมไป ทั่ว ก่อนที่ผิวหนังชั้นนอกจะเริ่มสลายตัวจนเห็นชั้นกล้ามเนื้อสีแดงสดที่กำลัง แยกตัวออกจากกันพร้อมกับเลือดที่ทะลักออกมาทุกรอยแยกของกล้ามเนื้อ บนร่างชายฉกรรจ์ 10 คนที่กำลังทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นในสภาพเลือดโทรมร่าง ปากที่อ้ากว้างพยายามส่งเสียงร้องแต่กลับมีเพียงเสียงสำลักของเลือดในลำคอ ให้ได้ยินระงมท่ามกลางความเงียบอันเกิดจากการตกตะลึงของทุกคนที่ได้เห็นภาพ เบื้องหน้า จนร่างบริวารทั้งสิบของถังหลินหยุดการเคลื่อนไหวดิ้นรน ขณะที่ซากศพทั้งหมดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและผุกร่อนยุบตัวลงราวกับถูกราด ด้วยน้ำกรดเข้มข้น เพียงชั่วอึดใจบนพื้นดินที่เคยมีร่างทั้งสิบก็คงเหลือแต่กองเถ้าสีดำสนิท และเริ่มกระจายไปตามกระแสลมที่พัดผ่านมา

“ปะ…เป็นไปไม่ได้..นี่มัน…มัน…กาฬปราณ…..”

ใบ หน้า ที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจและน้ำเสียงเย้ยหยันของถังหลินกลับกลายเป็นซีด เผือกเมื่อเห็นภาพร่างบริวารเบื้องหน้ากำลังสูญสลาย สองขาองครักษ์อันดับหนึ่งสำนักมังกรฟ้าถพาร่างถอยห่างจากผมอย่างลืมตัว ก่อนส่งเสียงสั่นระริก

“เจ้าคือใครกันแน่ ทำไมถึงสามารถใช้วิชาที่สาบสูญไปแต่โบราณกาลได้…”

“เราบอกท่านแล้วว่าเราคือผู้ครองปรารคชสีห์…นี่เป็นความจริงที่…..”

ผมตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง แต่ถังหลินกลับตวาดขัดจังหวะ..

“บัดซบ …ปราณคชสีห์อันชั่วร้ายเป็นเพียงปราณมารที่เกิดจากการร่วมเพศในสายเลือด ไม่มีทางที่จะก่อเกิดกาฬปราณอันเป็นปราณประจำองค์เทพวิรูปักขะ เจ้าแห่งจักรราศีคนแบกงู ที่สิ้นสูญไปแต่โบราณ..”

ผมงุนงงไปกับคำพูด ที่แฝงน้ำเสียงหวาดกลัวถึงที่สุดของถังหลินซึ่งกำลังกล่าวถ้อยคำที่ผมไม่ เข้าใจ แต่ด้วยชื่อเสียงของผู้เชี่ยวชาญตำราโบราณของถังหลิน ทำให้ผมได้รับรู้ว่าปราณไร้ชื่อที่ดำรงอยู่ในร่างกายผมอาจจะเป็นปราณที่ถัง หลินระบุชื่อกาฬปราณ แต่นั่นก็ยังไม่สามรถอธิบายได้ว่าทำไมผมจึงกลายเป็นผู้ครอบครองปราณนี้

“เรา ไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด เราเพียงยืนยันได้เพียงว่าเราคือผู้สืบทอดแห่งปราณคชสีห์..แต่นั่นไม่ใช่ เรื่องที่ท่านจะต้องสนใจอีกต่อไปแล้ว …เพราะเราจะไม่ให้ท่านและบริวารพ้นไปจากสถานที่นี้…”

ถังหลิน สูดลมหายใจลึกอย่างพยายามสงบจิตใจ ประกายแสงสีฟ้าที่มีสายฟ้าแล่นแปลบปลาบก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือ เป็นสัญญานบอกให้รู้ว่ากำลังผนึกพลังปราณมังกรฟ้าในระดับสูงสุดเพื่อต่อสู้ พร้อมส่งเสียงอย่างแค้นเคือง

“เจ้าจะดูถูก ปราณมังกรฟ้ามากเกินไปแล้ว ข้าขอบอกให้เจ้ารู้ว่าแม้ปราณในร่างเจ้าคือกาฬปราณ แต่มันก็ยังห่างไกลจากระดับสูงสุด เพราะผู้ที่ถูกกาฬปราณยังมีชีวิตอยู่ชั่วขณะด้วยความเจ็บปวดจากการสลายผิว หนังกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อ แต่กาฬปราณที่สมบูรณ์นั้นทุกสิ่งที่สัมผัสจะกลายเป็นละอองธุลีในพริบตาเดียว ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งวิญญาณให้ก่อกำเนิดใหม่…”

ถังหลินหันหน้าไปสบตาหัวหน้าเฮงด้านข้างก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาน

“…..ฆ่ามัน….”

สิ้น เสียงตวาดของหัวหน้าเฮง ถังหลินและบริวารทั้งหมดพลันดีดตัวขึ้นบนอากาศ แล้วโถมลงมาที่ผมพร้อมๆ กัน กระแสพลังมังกรฟ้าจากผุ้ทรงปราณระดับสูงรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวกระแทกเข้า หาร่างผมที่ผนึกพลังกาฬปราณไว้เปี่ยมล้น ก่อนสะบัดสองหมัดต่อยขึ้นต่อต้านพลังมหาศาลที่กำลังโถมทับลงมาในทันที

“……..เปรี้ยง…………”

พลัง ปราณสองสายปะทะกันด้วยเสียงกึกก้องราวฟ้าผ่า กระแสสมกระะโชกออกจากศูนย์กลางการปะทะจนต้นไม้รอบด้านหักโค่นเป็นวงกว้าง มีเพียงต้นไทรใหญ่ที่ยังคงยืนต้นอยู่ได้ แต่ใบของมันแทบทั้งหมดก้ถูกพลังลมกรรโชกปลิวว่อนออกจากขั้ว ฝุ่นผงมหาศาลตระหลบขึ้นจากพื้นกระจายออกไปเป็นม่านควันหนาทึบ แรงกระแทกที่รุนแรงที่สุดในชีวิตการต่อสู้ของผม ทำให้ผมต้องกระอักเลือดออกมาเป็นสาย แต่ดวงตาผมยังจับจ้องกับร่างศัตรูเบื้องบนที่กระเด็นปลิวออกไปรอบข้าง และตกวูบลงกับพื้น โดยมีเพียงถังหลินและหัวหน้าเฮงเท่านั้นที่ยังคงทรงร่างอยู่ได้ ขณะที่ บริวารที่เหลือทุกคนส่งเสียงแผดร้องกลิ้งเกลือกกับพื้น ขณะที่ผิวหนังและกล้ามเนื้อเริ่มสลายตัวอย่างรวดเร็ว..

ใบหน้าถัง หลินซีดเผือก เลือดจำนวนมากไหลออกท่างมุมปากชโลมปกเสื้อจนแดงฉาน สองขาสั่นระริก ส่วนหัวหน้าเฮงที่ยืนอยู่ข้างกันก็มีสภาพไม่แตกต่าง ใบหน้าหัวหน้าเฮงชุ่มโชกไปด้วยเลือดที่กำลังเกิดจากการสลายตัวของผิวหนัง และกำลังลุกลามไปทั่วร่าง..ถังหลินขบกรามกรอดถลึงตาจ้องมองผมอย่างอาฆาตแค้น ขณะที่หัวหน้าเฮงส่งเสียงทุ้มหนัก

“ท่านองครักษ์ ข้าไม่รอดแน่ ข้าใช้ปราณฝืนต้านกาฬปราณที่กำลังแทรกเข้าสู่ร่างได้อีกไม่นานนัก ท่านองครักษ์รีบหนีไปแจ้งท่านประมุขให้ได้ ข้าจะผนึกมังกรฟ้าสลายร่างต้านทานมันเอง…”

ผมอดสะท้านใจไม่ได้ เมื่อได้ยินวิชามังกรฟ้าสลายร่างจากคำพูดหัวหน้าเฮง เพราะนี่คือวิชาลับของสำนักมังกรฟ้าที่ร่ำลือกันมาแต่โบราณ มันเป้นวิชาที่เร่งเร้าพลังชีวิตเข้ากับปราณมังกรฟ้าจนสามารถเพิ่มพลังปราณ จากเดิมได้หลายเท่าเพื่อให้ตายตกไปพร้อมคู่ต่อสู้ และจากการที่หัวหน้าเฮงยังคงยืนหยัดอยู่ได้แม้จะปะทะกาฬปราณอย่างตรงๆ ทำให้ผมซึ่งยังคงบาดเจ็บจากการปะทะปราณอดตระหนกไม่ได้และพยายามเร่งโคจรปราณ ตามแนวทางกาฬปราณในทันที

“หัวหน้าเฮง…ข้าจะดูแลครอบครัวท่านอย่างดี…”

ถัง หลินคำรามลั่น ก่อนทะยานตัวสาดพุ่งออกจากการต่อสู้ลงไปตามไหล่เขาเบื้องร่าง แต่ก่อนที่ผมจะขยับร่างขึ้นขัดขวางกระแสพลังมหาศาลจากหัวหน้าเฮงก็พุ่งเข้า ใส่ร่าง จนทำให้ผมต้องหันกลับไปผนึกกาฬปราณผลักออกปะทะเต็มแรง…

เสียง กึกก้องดังขึ้นขณะที่ร่างหัวหน้าฌองปลิวไปด้านหลังราวกับว่าวขาดป่าน สองแขนฉีกออกจากร่างกายจนเลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ผมก็ต้องกระอักเลือดออกมาเป็นครั้งที่สอง และจากการโคจรปรารตรวจสอบอวัยวะภายในก็พบว่าอาการบาดเจ็บทวีความรุนแรงขึ้น แต่ผมยังคงฝืนร่างสูดลมหายใจลึกผนึกปราณลงที่สองเท้าแล้วสาดพุ่งร่างตรมถัง หลินลงไปทันที ก่อรนส่งเสียงตามหลังไปยังปาเกอยะและหนูนิด

“ปาเกิอยะดูแลหนูนิดด้วย….พาไปที่บ้านคชสีห์อย่าตามมา…”

ผม ไม่รอคำตอบใดจากปาเอกยะเพราะรู้ดีว่าเด็กหนุ่มจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งผม อย่างสมบูรณ์ แต่ใจผมกลับวิตกไปถึงทิศทางที่ถังหลินกำลังมุ่งหน้าไป เพราะมันคือบ้านพักของผมในหุบเขาที่น้องรินน้องกิฟท์ น้องเมย์และน้องมินท์ กำลังเล่นน้ำอยู่ ร่างผมพุ่งลงไปตามไหล่เขาอย่างรวดเร็วขณะที่ประสาทรับกลินผมรับรู้ถึงกลิ่น คาวเลือดที่กระจายเป็นละอองตามเส้นทางที่ถังหลินมุ่งหน้าลงไป ผมใจหายวูบเมื่อรับรู้ว่าถังหลินมีละอองเลือดที่กระจายออกจากร่าง ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของการผนึกพลังมังกรฟ้าสลายร่าง

“…..กรี๊ด……..”
“ว๊าย..อะไรกัน….”
“เมย์..มินท์…อย่านะ…..แกเป็นใคร…”

เสียงกรีด ร้องของน้องเมย์น้องมินท์ ดังขึ้นประสานกับเสียงตวาดของน้องกิฟท์ ขณะที่ผมพุ่งร่งตามลงมาถึงลำห้วยเบื้องล่าง ภาพที่ปรากฏทำให้ผมอดสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บไม่ได้ เพราะถังหลินกำลังยืนอยู่บนพื้นทรายข้างลำห้วยโดยสองแขนรัดน้องเมยืและน้อง มินท์ที่กำลังดิ้นรนโดยปราศจากผลไว้คนละข้าง ขณะที่น้องรินน้องกิฟท์ ยืนเผชิญหน้าอยู่ ในท่วงท่าผนึกปราณพร้อมต่อสู้…

‘…..พี่เอ…..’
‘…พี่เอ…มันเป็นใคร..มันโถมลงมาจับเมย์ มินท์ไว้…’

กระแสจิตร้อนรนของน้องรินน้องกิฟท์ดังขึ้นในสมองผม ในทันที่ที่ร่างผมมาหยุดนิ่งอยู่ข้างทั้งสอง

“..พี่เอ..ช่วยเมย์ด้วย…. ”
“…ปล่อยมินท์นะ…แกเป็นใคร ช่วยด้วย…”

น้อง เมย์น้องมินท์ส่งเสียงขอความช่วยเหลือทันทีที่เห็นผมปรากฏร่าง และพยายามดิ้นรนออกจากปลอกแขนของถังหลินอย่างเต็มที่ แต่ผมรู้ดีว่าหญิงสาวผู้ไร้ปราณทั้งสองไม่มีทางหลุดพ้นการจับกุมของผุ้ทรง ปราณเช่นถังหลินได้

‘มันคือถังหลิน องครักษ์อันดับหนึ่งของมังกรฟ้า เมื่อกี้พี่เพิ่งสู้กับมันและบริวาร และตามมันลงมาที่นี่ น้องรินน้องกิฟท์ ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวพี่จะจัดการมันเอง…’

ผมส่งกระแสจิตไปยังน้องรินน้องกิฟท์พร้อมกัน ก่อนขยับร่างไปเผชิญหน้าถังหลิน

“องครักษ์อันดับหนึ่งของมังกรฟ้าใช้สตรีเป็นตัวประกันแบบนี้..ไม่เป้นการเสื่อมเกียรติของผู้ทรงปรารหรือ”

ผมส่งเสียงที่แฝงสำเนียงเย้ยหยันต่อถังหลิน เพื่อกระตึ้นให้ปล่อยน้องเมย์น้องมินท์ แต่ถังหลินกลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“กาฬ ปราณปรากฏ…ข้าไม่คำนึงถึงเกียรติใดๆ ที่เจ้าเอ่ยถึงอีกแล้ว การทำลายเจ้าคือหน้าที่เร่งด่วนของมังกรฟ้าและจักรราศี ..จงจัดพาหนะให้ข้าออกไปจากที่นี่ มิฉะนั้นนังสองคนนี้ต้องตาย….พวกเอ็งหยุดดิ้นได้แล้ว..”

ประโยคสุด ท้ายของถังหลินส่งเสียงตวาดต่อร่างที่กำลังดิ้นรนของน้องเมย์น้องมินท์ที่ ถูกสองแขนรัดเอาไว้ราวปลอกเหล้ก ประกายแสงสีฟ้าวูบหนึ่งสว่างขึ้นบนมือของถังหลิน ทำให้ชุดว่ายน้ำของน้องเมย์และน้องมินท์กระจายปลิวว่อนออกจากร่างด้วยวิชา สลายธาติของปราณมังกรฟ้าเช่นเดียวกับที่เคยใช่กับหนูนิด พร้อมกับที่ร่างหญิงสาวทั้งสองสลบฮวบลงกับสองแขนถังหลิน ประกายตาของถังหลินส่งประกายหื่นกระหายเมื่อเห็นร่างเปลือยของสองสาวในอ้อม กอด

“…..แต่เจ้าคงไม่ว่านะ ถ้าข้าจะเย็ดนังสองคนนี้ด้วย….”

แม้ ร่างเปลือยงดงงามของน้องเมย์น้องมินท์จะปรากฏอยู่ตรงหน้าผมทุกสัดส่วน แต่จิตใจผมยังคงจรดจ่ออยู่กับการแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหน้า

“เรารับประกันว่าจะปล่อยเจ้าไปจากที่นี่ เราไม่เคยกลัวเกรงมังกรฟ้าหรือจักรราศีอยู่แล้ว แต่ท่านต้องปล่อยหญิงทั้งสองก่อน…”

ผมพยายามต่อรองกับถังหลินพร้อมกับส่งกระแสจิตไปยังเป้าหมายตามแผนที่ผมกำหนดขึ้น

“เจ้า ไม่มีสิทธิ์ต่อรองกับข้า จงเลือกเอาว่าจะให้เราคุมตัวนังสองคนนี้เป็นตัวประกันหรือจะให้ข้าฆ่ามัน เดี๋ยวนี้ ข้ารับรองว่าข้าจะปล่อยตัวมันมั้งสองอย่างมีชีวิตหลังจากข้าปลอดภัยแล้ว แต่ข้าไม่รับรองนะว่าข้าจะข่มใจไม่เย็ดได้หรือไม่ ในเมื่อพวกมันสวยขนาดนี้….ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”

ถังหลินหัวร่ออย่างหื่นกระหายด้วยความมั่นใจในอำนาจต่อรอง แต่ก่อนที่ผมจะโต้ตอบ เสียงหวานใสแต่กราดเกรี้ยวก็ดังขึ้นเบื้องหลังถังหลิน

“………….ไปเย็ดกับภูตผีในรกเถอะ…….”

“…อั๊ก……..”

กระแส พลังการดเกรี้ยวพุ่งเข้าหาถังหลินทางเบื้องหลัง ทำให้ร่างถังหลินถลามาหาผมด้วยแรงปะทะที่ปราสจากการเตรียมตัวต้านทาน เบื้องหลังร่างของเหมียวปรากฏขึ้นจากหลังก้อนหินใหญ่ ถลึงตามมองถังหลินด้วยแววตาโกรธแค้น ก่อนพ่งร่างลงมาประคองร่างเปลือยของน้องเมย์ที่หลุดจากการเกาะกุม พร้อมกับน้องกิฟท์ที่พุ่งเข้าหาน้องมินท์ ขณะที่น้องรินหันมามองผมก่อนพุ่งเข้าหาถังหลินพร้อมกัน

ผมผนึกพลัง ปราณที่หลงเหลือในร่างทั้งหมดกระทกใส่ร่างถังหลินที่ถลาเข้าหา ดวงตาถังหลินเบิกกว้างด้วยความหวดกลัว แต่ยังคงต้องผนึกพลังขึ้นปะทะกับผมโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ขณะที่ร่างของน้องรินโผขึ้นสู่อากาสเหนือศีรษะถังหลินและผนึกพลังทั่ว ร่างกระแทกลงมาจากเบื้องบน

“…..เปรี้ยง……”

“….อ๊าก………..”

กาฬ ปราณของผมกระทกเข้าใส่ร่างถังหลินเต็มที่โดยแทบไม่ปรากฏการต่อต้านจากปราณ มังกรฟ้า พร้อมกับพลังปราณจากน้องรินที่อัดเข้ากลางหลัง ทำให้ถังหลินแผดเสียงร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่สองแขนและสองขากระกระจายปลิวออกจากร่างและรางหล่นลงในลำห้วย ขณะที่ผิว กล้ามเนื้อและกระดูกทั้งหมดเริ่มสลายตัวละลายไปกับสายน้ำ

ผม ทรุดร่างลงคุกเข่ากับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน ขณะที่ปราณทั่วร่างซึ่งถูกใช้ไปจนหมดเริ่มก่อตัวกลับมาอย่างช้าๆ แต่ก็ทำให้น้องรินอุทานออกมาอย่างตกใจและรีบถลันมาประคองผมไว้

‘…….พี่เอ…เป็นไงบ้าง…’

ผมพยายามหันไปฝืนยิ้มให้น้องริน

‘ไม่ เป็นไรมากหรอกน้องริน แต่พี่คงต้องพักโคจรปราณสักสองสามวันแน่ พลังปรารมังกรฟ้าของถังหลินสมคำร่ำลือจริงๆ ..รินไปดูน้องเมย์กับน้องมินท์เถอะ…เหมียวกับน้องกิฟท์พากลับมาแล้ว’

ผม ส่งกระแสจิตบอกน้องรินเมื่อเห็นภาพเหมียวและน้องกิฟท์กำลังอุ้มร่างเปลือย เปล่าที่ปราศจากสติของน้องเมย์และน้องมินท์มาที่โต๊ะสนาม ซึ่งหากคนทั่วไปเห็นภาพเด็กสาวร่างบอบบางเช่นน้องกิฟท์กับเหมียว อุ้มร่างหญิงสาวที่เติบโตเปล่งปลั่งเต็มที่ของน้องเมย์น้องมินท์ในอ้อมแขน แบบนี้อาจต้องอ้าปากค้างด้วยความไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเหมียวและน้องกิฟท์ จะยกร่างทั้งสองขึ้นได้ราวกับไร้น้ำหนัก แต่สำหรับผู้ทรงปราณที่มีความแข็งแกร่งของร่างกายมากกว่าคนธรรมดามาก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกแม้แต่น้อย

เมียวและน้องกิฟท์วางร่าง น้องเมย์น้องมินท์ทั้งสองลงบนเก้าอี้พักผ่อนชายหาดที่จัดวางอยู่ใต้ร่มต้น รังใหญ่ ทำให้น้องรินรีบหันกลับไปหาเพื่อนรักทั้งสองขณะที่เหมียวเดินตรงมาหาผมและ ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เอื้อมมือมากุมมือผมไว้ก่อนส่งกระแสจิตกับผมอย่างอ่อนโยน

‘เอเป็นอย่างไรบ้าง..’

ผมส่ายหน้าให้เพื่อนรักเบาๆ

‘ไม่เป็นไรมากหรอกแต่คงต้องพักโคจรปราณหลายวัน’

‘ดีนะที่เอส่งกระแสจิตบอกให้เหมียวลอบมาด้านหลัง ไม่งั้นมันคงหนีไปได้และเมย์กับมินท์ก็คงไม่รอดชีวิตแน่ ’

ผม ยิ้มให้เหมียวโดยไม่โต้ตอบอะไร แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่การเรียกทางจิตของผมไปยังเหมียวเมื่อครู่ได้รับการตอบ รับ ทำให้เหมียวสามารถแฝงกายลงมาช่วยเหลือให้ผมแก้ไขสถานการณ์คับขันได้ ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนเริ่มขยับร่างไปยังเก้าอี้พักผ่อนซึ่งมีร่างเปลือยของน้องเมย์น้องมินท์ นอนหงายอยู่คนละตัว

‘พี่เอ…กิฟท์คิดว่าพี่เมย์กับพี่มินท์คงโดนปราณมังกรฟ้าทำร้ายแน่ พี่เอช่วยมาดูหน่อยได้ไหม’

กระแส จิตน้องกิฟท์ดังขึ้นในสมองผมอย่างร้อนรน ทำให้ผมต้องรีบก้าวไปคุกเข่าข้างร่างเปลือยของน้องเมย์และจับมือเรียวงาม ขึ้นมาถ่ายทอดปราณเข้าสู่ร่างหญิงสาว โดยไม่สนใจกับเต้าเต่งตึงที่ประดับด้วยยอดอกสีชมพูเข้มงดงงาม และเนินรักอิ่มอวบที่ปกคลุมด้วยเส้นไหมละเอียดนุ่มเบื้องหน้า

ผมส่ง กระแสปราณผ่านจักรในร่างน้องเมย์โดยไม่พบร่องรอยบอบช้ำใดๆ ในร่างกาย แต่เมื่อผมพยายามส่งผ่านปรารผ่านจักรพลุธาขึ้นไปยังสมองน้องเมย์ ผมกลับต้องอุทานออกมาในใจเมื่อพบว่ามีกระแสปราณมังกรฟ้าปิดกั้นการทำงานของ สมองเอาไว้ ซึ่งทำให้น้องเมย์ไม่สามารถฟื้นคืนสติได้และหากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไขก็จะทำ ให้น้องเมย์ต้องตกอยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทราไปตลอดกาล แต่ผมก็รู้ดีว่าหากฝืนใช้ปราณทำลายการปิดกั้นของปราณมังกรฟ้า จะกลับส่งผลให้เกิดความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนอาจทำลายความทรงจำทั้งหมด ของน้องเมย์ได้ ดังนั้นทางแก้ไขจึงเหลือวิธีเดียวคือต้องกระตุ้นจิตของน้องเมย์จากภายในให้ ตื่นขึ้นและใช้ปราณของผมผสมกับจิตน้องเมย์เพื่อสลายปราณมังกรฟ้าจากภายในออก มาเท่านั้น

ผมถอนใจเฮือก ก่อนละมือจากการถ่ายปราณหันมามองใบหน้าเมียรักทั้งสามที่เฝ้าดูอยู่ และส่งกระแสจิตออกไปให้ทั้งสามรับรู้พร้อมๆ กัน

‘ปราณ มังกรฟ้าปิดกั้นสมองอยู่ พี่ต้องผนึกปราณกับจิตของน้องเมย์น้องมินท์และทำลายมันจากภายใน แต่ตอนนี้ปราณในร่างพี่แทบไม่มีพลังหลงเหลือแล้ว…’

เมียรักทั้งสาม ของผมส่งเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน ทำให้เกิดความเงียบปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ใบหน้าน้องกิฟท์จะปรากฏรอยยิ้มจางๆและดวงตาปรากฏประกายระยิระยับเป็น สัญญานที่ผมคุ้นเคยทุกครั้งน้องกิฟท์สามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ

‘พี่เอ…กิฟท์เชื่อว่ากิฟท์สามารถฟื้นปราณให้พี่เอได้เดี๋ยวนี้เลย….พี่เอมานั่งลงตรงนี้ก่อน’

กระแส จิตน้องกิฟท์ดังขั้นอย่างมันใจ ทำให้ผมต้องเคลื่อนร่างมานั่งบนเสื่อผืนใหญ่ที่ปูอยุ่บนพื้นดินใต้ต้นรังตาม ความต้องการของน้องกิฟท์

“พี่รินมานั่งตักพี่เอและหันหน้ากอดพี่เอไว้เดี๋ยวนี้ …กิฟท์จะช่วยฟื้นปราณให้พี่เอ”

น้อง รินมองหน้าน้องกิฟทือย่างงๆ แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่มั่นใจของเด็กสาว น้องรินก็ทำตามโดยไม่ซักถาม ร่างบอบบางของน้องรินก้าวขึ้นมานั่งบนตักผมสอดขาเรียวงามสองข้างผ่านเอวผมไป ด้านหลังและรัดรอบไว้ ก่อนที่น้องกิฟท์จะทาบฝ่ามือเข้ากับกลางหลังผมและถ่ายทอดปราณเข้าสู่จักร วายุ ผ่านตำแหน่งจักรวารี ที่ต้นคอ ขึ้นสู่จักรธรณีที่ศีรษะ ก่อนกระจายอีกครั้งไปทั่วร่างมารวมตัวที่จักรวายุเช่นเดิม แล้วพุ่งใส่จักรอัคคี ทำให้ผมรู้ในทันทีว่าน้องกิฟท์กำลังทำอะไร เพราะนั่นคือเส้นทางเดียวกับที่คุณแม่ผมใช้กระตุ้นความต้องการทางเพศให้ปะทุ ขึ้น และบอกให้รู้ว่าน้องกิฟท์กำลังใช้วิธีปลุกเร้าปราณจากร่างที่แทบจะไร้พลัง ของผมในปัจจุบันให้ร่วมรักกับน้องรินเพื่ออาศัยปราณในร่างน้องรินช่วยฟื้นฟู พลังในร่างกายผม

“กิฟท์…นี่กิฟท์จะปลุกจักรอัคคีของพี่เอหรือเนี่ย…อื๋ย…พี่เอ…”

เสียง น้องรินอุทานออกมาเบาๆ ด้วยใบหน้าแดงเข้ม และอุทานออกมาเมื่อรับรู้ว่ามือผมกำลังแทรกผ่านขอบชุดว่ายน้ำสีดำของน้องริน เบื้องร่างและเกาะกุมเนินรักอวบอิ่มไว้เต็มมือ….

ปรารปลุกเร้าจักร อัคคีของน้องกิฟท์ทำให้กระแสปราณที่หลงเหลือในร่างกายผมรวมตัวกันที่ท้อง น้อยและเริ่มแผ่ตัวออกพร้อมกับอารมณ์เพศที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว แก่นเนื้อของผมแข็งตัวชูชันภายใต้กางเกงจนปวดแปลบ

“ริน เหมียวช่วยนะ….”

เหมียว ขยับร่างมาข้างๆ น้องรินแล้วเอื้อมมือมาปลดตาขอกางเกงผมก่อนที่จะดึงมันออกพร้อมกางเกงชั้นใน ขณะที่น้องกิฟท์ที่เสร็จจากการกระตุ้นปราณก็พลิกร่างกลับมาอยู่ข้างๆ แล้วยกร่างน้องรินขึ้นเพื่อเปิดทางให้เหมียวดึงกางเกงผมออกไปทางปลายเท้า จนแท่งเนื้อผมเป็นอิวระและจ่ออยู่กับเนินรักของน้องรินที่ยังคงมีชุดว่ายน้ำ สีดำขวางกั้นอยู่

“อูยส์…เหมียว…น้องกิฟท์…ยะอย่าเพิ่ง….”

น้อง รินครางราวกับจะประท้วงเมื่อเหมียวผลักร่างผมให้ลงนอนหงายโดยมีร่างน้องริน ทาบทับไว้ด้านบน ก่อนที่เหมียวและน้องกิฟท์จะหันไปดึงสายชุดว่ายน้ำน้องรินออกจากบ่าแล้วลาก ทั้งชุดลงมาตามร่างจนหลุดอออกจากปลายเท้า ทำให้ร่างเปลือยน้องรินแนบสนิทกับผมจนแก่นเนื้อเสียดสีกับทิวขนนุ่มเนียนของ เนินรักน้องริน

ผมดึงร่างน้องรินเข้ามมากอดแน่นประทับจูบบนริมฝีปาก เรียวบางอย่างเร่าร้อน ทำให้ร่างบอบบางบิดส่ายไปมาด้วยอารมณ์รักที่ถูกกระตุ้น ทรวงอกเต่งตึงไหวระริกเมื่อถูกมือผมคลึงเคล้นปลายยอดสีชมพูที่เริ่มชูชัน แก่นกายผมสัมผัสถึงความชุ่มชื้นที่หลั่งไหลออกมาจากหลืบรักน้องริน ยิ่งเพิ่มให้การเสียดสีรุนแรงขึ้น

‘พี่เอ…..ขะ ขอรินเถอะ…’

จิต ที่ครางกระเส่าของน้องรินเปล่งขึ้นอย่างกระท่อนกระแท่น ขณะที่สองมือเรียวบางไข่คว้าแก่นกายผมและพยายามดึงมันเข้าไปสู่ภายในร่างกาย ผมปล่อยให้น้องรินซึ่งยังคงทาบร่างเปลือยอยู่ด้านบนยกสะโพกขึ้นและนำแก่นกาย ไปจ่อกับช่องทางเข้าระหว่างสองแคมที่เอ่อล้นด้วยน้ำหล่อลื่นก่อนที่น้อิงริน จะลดสะโพกลงมากดมันลงไปรวดเดียวจนสุดความยาว…

‘อื๋ย….ซีดส์…..พี่เอ…คับจัง..’
‘หีน้องรินนี่คับไม่ต่างกับวันแรกที่พี่เย็ดเลยนะ…’
‘พี่เอเนี่ย…รินอายรู้ไหม..’
‘อายทำไม รินรู้ไหมว่าตอนนี้เราเย็ดกันอยู่ตรงไหน…’
‘ก็ที่…ที่…พี่เอบ้า…โอ๊วส์…’

น้อง รินทุบแขนผมเบาๆ ด้วยใบหน้าแดงซ่านเมื่อรับรู้ว่าการร่วมรักครั้งนี้เกิดขึ้นในจุดเดียวกัน กับที่น้องรินมอบความสาวให้ผมเป็นครั้งแรก
กระแสจิตผมและน้องรินตอบโต้ กันอย่างนุ่มนวล แม้ร่างกายผมจะถูกปลุกเร้าจากการกระตุ้นจักรอัคคี แต่สติผมยังคงสามารถรับรู้และแยกจิตส่วนที่แจ่มใใสไว้ได้ ซึ่งต่างจากครั้งแรกที่ผมเย็ดคุณแม่ เพราะในครั้งนั้นผมยังไม่สามารถแยกปราณโคจรแนวตรงและย้อนกลับไปพร้อมๆ กันได้ แต่หลังจากที่ผมรับปรารราหุเข้าสู่ร่าง แนวทางโคจรของปราณราหูกลับช่วยให้จิตผมสามารถแบ่งแยกอารมณ์กับความคิดจากกัน ได้โดยสมบูรณ์

น้องรินชันร่างขึ้นในท่านั่งนั่งและกระเด้าสะโพก ให้ลำลึงค์ยาวเหยียดของผมผลุบเข้าออกร่องรัก ขณะที่ร่างเอนตัวไปด้านหลังโดยมีสองแขนยันเอาไว้กับต้นขา ทำให้ร่างท่อนบนแอ่นตัวจนทรวงอกที่เต่งตึงสั่นไหวเป็นระลอกงดงงาม ทำให้ผมต้องเอื้อมมือไปเคล้นคลึงความนุ่มหยุ่นเบื้องหน้าอย่างลืมตัว ขณะที่แรงตอดรัดภายในร่องรักน้องรินก็ทวีแรงบีบแก่นเนื้อมากขึ้นจนความเสียว พุ่งมาเอ่อรออยู่ที่ส่วนปลายพร้อมระเบิดออกทุกขณะ

‘พี่เอ…พี่เอ…ดีไหม…เสียวไหม….’
‘เสียวสิ…หีน้องรินแน่นจนพี่จะทนไม่ไหวแล้วนะ…’
‘อื๋ย…พี่เอ..พี่เอ….ริน…จะ…จะ…’

กระแส จิตน้องรินขาดเป็นห้วงๆ จากความเสียวสุดยอดที่กำลังใกล้เข้ามา ผมรีบคว้าเอวคอดกิ่วของเมียรักพลิกร่างลงมานอนเบื้องล่างแล้วช้อนขาขึ้นสอง ข้างจนสะโพกแอ่นสูงก่อนเร่งกระเด้าถี่ยิบ

‘อ๊าย…อ๊าย…พะ พะ พี่เอ…ริน….โอ๊วส์…’

สะโพก กลมมนที่ผมยึดไว้สั่นสะท้านเมื่อน้องรินเข้าสู่ความเสียวสุดยอด ขณะที่ผมดึงแก่นกายออกเป้นครั้งสุดท้านยแล้วกดสวนลงไปเต็มแรงพร้อมกับระเบิด น้ำรักออกจากร่างเข้าสู่ภายในร่างน้องรินทั้งหมดแล้วทรุดฮวบลงแนบนวลเนื้อ นุ่มนวลนั้น

กระแสปราณที่อ่อนล้าของผมหลั่งเข้าไปในร่างน้องรินช้าๆ ต่างกับก่อนหน้าที่มันจะระเบิดเข้าสู่ร่างน้องรินราวพายุ แต่มันกลับส่งผลให้ปราณจากน้องรินกลับหลั่งไหลเข้ามาในร่างผมอย่างอ่อนโยน ราวกับสายน้ำและเข้ารวมกับปราณที่กำลังเริ่มฟื้นตัวภายใน และเริ่มชักนำให้วนเวียนไปตามเส้นทางการโคจร ผมรับรู้ได้ถึงปราณในร่างที่เริ่มก่อตัวกลับอย่างรวดเร็วและผสานกับปราณน้อง รินจนในที่สุดกระแสปราณก็สามารถแผ่กระจายไปทั่วร่างได้อีกครั้ง ซึ่งแม้จะยังไม่สมบูรณ์เปี่ยมล้นเท่ากับห้วงปกติแต่ก็นับได้ว่าเพียงพอที่จะ เริ่มใช้ปราณรักษาบาดเจ็บให้ตนเองระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ภาวะสมาธิระดับสูงเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอีกต่อไป

“ปราณพี่เอฟื้นแล้วล่ะ….”

เสียงน้องกิฟท์อุทานออกมาอย่างดีใจเมื่อใช้มือสัมผัสร่างผมและพบว่าปราณเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

“กิฟท์นี่เก่งนะ…นึกหาวิธีรักษาบาดเจ็บแบบนี้ได้ยังไงกัน”

เหมียวชะโงกตัวมาหอมแก้มน้องกิฟท์เบาๆ พร้อมกระซิบข้างหู ทำใหน้องกิฟท์ยิ้มอายๆ ก่อนตอบ

“กิฟท์ เคยลองสกัดปราณตัวเองไม่ให้ไหลเข้าไปในร่างพี่เอหลังการเย็ดน่ะ .. ทำให้พบว่าถ้าปราศจากปราณในร่าง ปราณของผุ้ร่วมจะหาทางเข้ามาผสานและช่วยผนึกให้ปราณกลับมาโคจรอีกครั้ง นี่เป็นวิธีที่จารึกอยู่ในคัมภีร์ปราณราหูของพี่เหมียวนั่นแหละ……”

การ สนทนาของน้องกิฟท์และเหมียวกระทบหูผมระหว่างที่ปราณผมและน้องรินกำลังผนึก รวมตัวกัน ทำให้ผมอดคิดถึงคำพูดของถังหลินระหว่างการต่อสู้ ที่แสดงความไม่เข้าใจว่าเหตุใดผมจึงสามาถใช้วิชาอัคคีเทพและจิตมารพร้อมกัน ได้ ซึ่งเมื่อผมได้ยินคำพุดของน้องกิฟท์เกี่ยวกับปรษรราหูทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า บางทีแนวทางการโคจรปราณของปราณราหูที่เกิดทั้งทางตรงและย้อนกลับพร้อมกัน น่าจะเป้นสาเหตุสำคัญที่นอกจากทำให้ผมสามารถแยกจิตและอารมณ์ออกจากกันได้ แล้ว ยังทำให้เกิดพลังสองรูปแบบที่แตกต่างกันสามารถใช้ออกได้ในคราวเดียว แต่ผลของการผสานปราณทั้งสองภายนอกร่างกายซึ่งกลับก่อให้เกิดพลังที่ถังหลิน เรียกว่ากาฬปราณนั้น ผมยังคงไม่สามารถทำความเข้าใจกับมันได้

ร่าง น้องรินที่ผนึกแน่นกับร่างผมเริ่มเคลื่อนไหวร่างเล้กน้อย ผลุกผมจากภวังค์ความคิด แต่การเสียดสีของหลืบรักกับแก่นกายผมที่ยังคงแข็งตัวอยู่ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะกระเด้าร่องรักคับแน่นของน้องรินเบาๆ อีกครั้ง แต่น้องรินกลับเบิกตาโพลงแล้วผลักสะโพกผมให้ยกตัวขึ้นก่อนส่งกระแสจิตกลับมา

‘พี่เอ…อย่างเพิ่งเย็ดอีกรอบเลย …รีบรักษาเมย์กับมินท์ก่อนเถอะ…’

ผม สะท้านใจเล็กน้อยเมื่อรับรู้ความหมายที่น้องรินพยายามสื่อ เพราะการกำจัดปราณมังกรฟ้าที่ปิดกั้นประสาทรับรู้ของน้องเมย์น้องมินท์จะ ต้องกระทำด้วยการผนึกจิต ซึ่งหมายความว่าจะไม่สามารถกระตุ้นปราณจากภายนอกร่างกายได้ แต่การแทรกปราณเข้าผนึกกับจิตที่ถูกกักในร่างนั้นจะกระทำได้ต่อเมื่อผม สามารถส่งปราณเข้าไปในร่างน้องเมย์พร้อมพลังชีวิตที่หลั่งออกมาจากการร่วม รักเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าผมต้องร่วมรักกับน้องเมย์น้องมินท์ ทั้งที่ทั้งสองยังอยู่ในสภาพไร้สติ

“เอ…ปรารของเอพร้อมที่จะรักษาเมย์กับมินท์หรือยัง”

เหมียวส่งเสียงออกมาโดยไม่ผ่านกระแสจิตเพื่อให้น้องรินและน้องกิฟท์รับรู้สถานการณ์ร่วมกัน

“เราคิดว่าทำได้นะ แต่เราไม่สบายใจที่จะต้องเย็ดน้องทั้งสองแบบนี้เลย มันเหมือนกับการข่มขืนอย่างไรก็ไม่รู้”

ผม ถอนแก่นกายออกจากร่างน้องรินช้าๆ พร้อมกับตอบคำถามเหมียวและแสดงความเห็นส่วนตัวให้เมียรักทั้งสามคนรับรู้ พร้อมกัน คำพูดของผมทำให้น้องรินยันร่างเปลือยขึ้นจากพื้นและโน้มตัวมากอดผมไว้ ก่อนกระซิบข้างหูผมอย่างอ่อนโยนแต่ดังพอที่จะให้น้องกิฟทืและเหมียวได้ยิน พร้อมกัน

“พี่เอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก รินบอกแล้วไงว่าเมย์กับมินท์ พร้อมที่จะรักกับพี่เออยู่แล้ว และที่สำคัญพี่เอไม่ได้เย็ดเพื่อความต้องการส่วนตัว แต่เป็นการช่วยชีวิตต่างหาก ถ้าทั้งสองคนหายดีรินจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้พวกเขารู้เอง”

“พี่เออย่าคิดมากเลยนะ…มานี่เดี๋ยวนี้ …”

น้องกิฟท์เข้ามาดึงร่างผมให้ลุกขึ้นแล้วดึงแบบกึ่งลากให้ผมมานั่งอยู่ขอบเก้าอี้ชายหาดที่มีร่างเปลือยเปล่าของน้องเมย์นอนไร้สติอยู่

“พี่เมย์สวยขนาดนี้ พี่เอไม่เห็นหรือไง ถ้าพี่เอไม่เย็ดพี่เมย์ก็จะต้องไร้สติแบบนี้ตลอดไป..พี่เอจะยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้นหรือ”

น้อง กิฟท์ส่งเสียงเร่งเร้าให้ผมช่วยน้องเมย์ โดยมีน้องรินและเหมียวพยักหน้าสนับสนุน ทำให้ผมต้องถอนหายใจยาวและหันมาพิจาณณาร่างน้องเมย์เบื้องหน้า แต่ผมกลับต้องอ้าปากค้างกับภาพเรือนร่างเปล่าเปลือยที่ปรากฏเบื้องหน้า

ดวง หน้างดงามของน้องเมย์หลับตาพริ้มราวกับอยู่ในห้วงนิทรารมณ์ โดยไม่รับรู้ว่าสัดส่วนสงวนของวัยสาวสะพรั่งกำลังเปิดเผยทุกขุมขนต่อบุคคล อื่น สายตาผมเลื่อนผ่านใบหน้าตามลำคอเรียวระหงมายัง ทรวงอกอิ่มเต็มขนาดใหญ่ที่ตระหง่านชูช่อโดยไม่แบะออกแม้จะอยู่ในท่านอน แสดงให้รู้โดยไม่ต้องสัมผัสเลยว่าหน้าอกงดงงามคู่นี่มีความเต่งตึงเพียงใด ปลายยอดสีชมพูอ่อนจางสงบนิ่งอยู่บนป้านวงกลมเล็กๆ ราวกับจะรอการสัมผัสจากมือชายคนรัก ต่ำลงไปผ่านหน้าท้องเนียนเรียบ สายตาผมพบกับเส้มไหมละเอียดอ่อนกระจายตัวอย่างดงงามปกคลุมอวัยวะสำคัญที่สุด ของหญิงสาวไว้บางๆ แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดความอวบอิ่มของเนินรักที่ตระหง่านเป็นวงโค้งท้าทาย สายตาได้ ผมต้องกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นเมื่อเห็นสองแคมเปล่งปลั่งที่เบียดชิดปิดช่อง ทางเข้าสู่ความเป็นสาวไว้สนิทแน่น บอกให้รู้ว่าเจ้าของไม่เคยอนุญาตให้สิ่งใดผ่านเข้าไปภายในอย่างแน่นอน ความงดงงามของมันทำให้ลำลลึ่งค์ผมที่ยังคงความแข็งแกร่งไว้แม้จะเพิ่งผ่าน การร่วมรักกับน้องริน ยิ่งตื่นตัวจนแทบไม่สามารถอดกลั้นความต้องการที่จะส่งมันเข้าสู่ภายในร่าง น้องเมย์ได้

“เอ อย่ามัวแต่มองสิ… เอ้ากิฟท์ช่วยยกตัวเมย์ให้อยู่ในท่านั่งหน่อย”

เหมียว ส่งเสียงเบาๆ กระตุ้นเตือนผม พร้อมขอให้น้องกิฟท์ช่วยประคองร่างเปลือยที่ไร้สติขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง ก่อนที่เหมียวจะทาบฝ่ามือเข้ากับกลางหลังน้องเมย์ ซึ่งผมรับรู้ในทันทีว่าเหมียวกำลังจะใช้ปราณกระตุ้นจักรอัคคีน้องเมย์เพื่อ ปลุกเร้าอารมณ์เพศให้เกิดขึ้นร่าง ชั่วครู่ใหญ่ ร่างน้องเมย์ก้เกิดอการเปลี่ยนแปลงของสีผิวจากความขาวเที่แทบเปล่งประกาย กลับปรากฏสีเลือดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนแทบกลายเป็นสีชมพู อันเป็นสัญลักษณ์ของการกระตุ้นความต้องการทางเพศขึ้นมาจนหัวใจเร่งสูบฉีด โลหิตไปทั่วร่าง

เสียงหอบแผ่วเบาดังขึ้นจากริ้มฝีปากอวบอิ่มของน้อง เมย์ ขณะที่เหมียวปล่อยร่างงามให้กลับลงไปนอนเหยียดยาวบนเก้าอี้ชายหาด ขณะที่ร่างเปลือยบิดตัวไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ สองแคมอวบของเนินรักสั่นระริกขณะที่น้ำหล่อลื่นเริ่มเอ่อล้นออกมาจากร่องรัก ที่ปิดสนิท ผมหันไปสบตาเหมียวที่พยักหน้ากลับมาให้อย่างอับจนปัญญา ก่อนก้าวขึ้นคร่อมท่อนล่างของน้องเมย์ไว้ จ่อส่วนหัวลำลึงค์เกับปากทางเข้าสู่ภายในและกดเบาๆ จนให้มันจมลงไปช้าๆ สัมผัสนุ่มนวลตึงแน่นของสองแคมที่อัดรอบหัวบานของผมส่งผ่านความอบอุ่นและ ความเสียวขึ้นมาจนผมต้องสูดปากออกมาเบาๆ…

“อื้อฮือ…ควยพี่เอจะเข้าไปแล้วล่ะ…”
“ท่าทางจะทั้งคับทั้งดูดเลยนะ”
“พี่เอ…อย่ารอเลย…เร่งเข้าเถอะ…”

เสียง น้องริน น้องกิฟท์และเหมียว ดังขึ้นรอบตัว แต่ผมแทบจะจับใจความไม่ได้ เพราะสมาธิทั้งหมดอยู่กับความคับแน่นที่กำลังบีบลำลึงค์ของผมยามที่ผมเริ่ม แทรกตัวลงไปอย่างช้าๆ ร่องหลืบภายในน้องเมย์กระชับแน่นทุกสัดส่วนจนแทบกดลงไปไม่ได้

“อือ..อาห์…”

เสียง ครางเบาๆ ดังขึ้นจากปากน้องเมย์ ขณะที่สองแขนเรียวงามไขว่คว้าไปมาและเมื่อพบกับสองแขนผมก็กำท่อนแขนผมไว้ แน่น พร้อมกับบิดส่ายสะโพก ทำให้แท่งเนื้อของผมค่อยๆ ผ่านลงไปภายในจนมิดหัวบานและจ่ออยู่กับปากทางเข้าส่วนในซึ่งมีเนื้อเยื่อบอบ บางปิดกั้นอยู่…ผมสูดลมหายใจลึกก่อนตัดสินใจกดแท่งเนื้องทั้งหมดลงไปใน ร่องหลืบในคราวเดียว มันทะลุผ่านเยื่อพรหมจรรย์จนกรู้สึกได้ถึงการฉีกขาด และมุดลงไปสู่ความลับของหญิงสาวที่ผมเป็นผู้รับรู้เป็นคนแรก..

“โอ๊ย….อ๊า….”

ร่าง น้องเมย์สะท้านเฮือกผิวกายสั่นระริก พร้อมส่งเสียงออกมาเมื่อลำลึงค์ผมทะลวงผ่านความสาวลงไปจนหมด ใบหน้าหวานของว่าที่คุณหมอสาวบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดทั้งที่ยังไร้สติ แต่ร่างกายที่ถูกกระตุ้นอารมณ์รักกลับไม่ยอมหยุดและเริ่มกระเด้าสะโพกรับการ ร่วมรัก..ทำให้ลำลึงค์ผมเสียดสีกับความคับแน่นเกินบรรยายภายใน จนต้องตอบโต้ด้วยการกระเด้าเนินรักอวบเบื้องหย้าอย่างลืมตัว ขณะที่สองมือเคล้นคลึงความเต่งตึงของหน้าอกอวบอิ่มจนเม็ดยอดแข็งตัวชูชันใน ฝ่ามือผม..

สะโพกอวบของน้องเมย์ถูกสะโพกผมอัดแน่นทุกครั้งที่ผมอัด แก่นกายเข้าไปจนสุด ความอวบอิ่มของมันส่งแรงสะท้อนกลับมาราวกับเบาะสปริงชั้นดี ซึ่งนั่นยิ่งเพิ่มแรงเสียดสีของร่องเนื้อกับแก่นกายผมให้เพิ่มความเร็วขึ้น จนกลายเป็นการเด้าถี่ยิบ เสียงหัวเหน่ากระทบเนินนูนดังหนักแน่นท่ามกลางการเผ้าดูของเมียรักของผมทั้ง สาม

“อะห์..อะห์…อ๊าย….”

ร่างน้องเมย์ซึ่งผมระดมกำลัง กระเด้าถี่ยิบ กระตุกเป็นจังหวะ สะโพกงามกระดอนขึ้นลงอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อจิตภายในรับรู้ถึงจุดสุดยอดแม้ ประสาทส่วนอื่นจะยังคงถูกปิดกั้นก็ตาม ผมจับสะโพกอวบไว้มั่นแล้วอดัดแก่นกายลงไปจนมิดก่อนที่จะระเบิดน้ำรักฉีดพุ่ง เข้าไปยังมดลุกน้องเมย์เป็นระลอก พร้อมกับฟุบร่างลงกับความหยุ่นตึงของผิวกายคุณหมอสาวสวย ก่อนที่จะผนึกปราณชีวิตส่งเข้าสู่ภายในร่างน้องเมย์
ปราณชีวิตผมเคลื่อน ตัวผ่านกลุ่มก้อนของปราณธรรมชาติของน้องเมย์ด้วยความเสียดาย เพราะแม้ปราณจะยังคงมีอยู่แต่เนื่องจากน้องเมย์ผ่านช่วงอายุที่เหมาะสมกับ การรับถ่ายปราณไปแล้ว ทำให้ปราณธรรมชาติเริ่มสลายตัวลงจนไม่สามารถถูกกระตุ้นให้เกิดปราณคชสีห์ได้ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังสามารถกระตุ้นให้ปราณในร่างน้องเมย์กระจายตัวออกและ ชักนำมุ่งหน้าเข้าสู่ห้วงจิตของน้องเมย์ได้

‘น้องเมย์…น้องเมย์’

จิต ผมที่แทรกตัวเข้าสู่ห้วงจิตน้องเมย์เริ่มเรียกหาจิตที่ผมรู้ว่ายังคงอยู่ใน ร่างที่ปราศจากสติ แต่ผมกลับได้รับกระแสจิตรุนแรงที่กระจายออกมา

‘อูว์…อาห์….เมย์เสียว….เย็ดเมย์อีก…เย็ดอีก…’

กระแส จิตที่ผมได้รับบอกให้รู้ว่าจิตน้องเมย์ยังคงอยู่ในการรับรู้ถึงจุดสุดยอด ครั้งแรกในชีวิต และยังคงต้องการการร่วมรักอีกจากผลของการกระตุ้นจักรอัคคีที่ผ่านมา แต่ผมไม่สามารถสนองตอบต่อไปได้เพราะรู้ดีว่ายิ่งปล่อยเวลาให้นานออกไปโอกาส ในการสลายปราณมังกรฟ้าก็จะยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ

‘น้องเมย์…ได้ยินพี่ไหม..’
‘คะ ใครเรียกเมย์….ซีดส์….’
‘พี่เอเอง….เมย์พยายามสงบใจไว้ก่อนนะ…’
‘พี่เอ…พี่เอ…เมย์ฝันว่าพี่เอเย็ดเมย์….นี่เมย์ยังฝันอยู่ใช่ไหม’

จิตผมนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนตอบอย่างอ่อนโยน..

‘ใช่แล้วเมย์ฝัน…แต่ตอนนี้ได้เวลาตื่นแล้วล่ะ…’
‘เมย์ไม่อยากตื่นเลย…พี่เอทำให้เมย์มีความสุขที่สุด…’
‘ถ้าเมย์ไม่ตื่น พี่จะเย็ดเมย์ได้อย่างไรล่ะ…’
‘งั้นเมย์จะตื่น…แต่พี่เอสัญญาว่าจะเย็ดเมย์นะ….สัญญานะ…’
‘พี่สัญญา…แต่ตอนนี้ตามพี่มา…พี่จะพาเมย์ออกจากความฝันเดี๋ยวนี้…’

จิตผมเคลื่อนตัวเข้าหาจิตที่อ่อนโยนของว่าที่คุณหมอสาว และรับรู้ถึงการคงอยู่ของมัน ขณะที่จิตน้องเมย์เข้าประสานผมอย่างนุมนวล…

‘เมย์อยากให้ฝันเป็นจริง….อยากเป็นเมียพี่เอ อยากอยู่กับพี่เอตลอดไปจะได้ไหม….’
‘ได้สิ…มากับพี่นะ..’

จิต ของเมย์ผสานกับผมจนเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ผมสามารถซึมรับประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของหญิงสาวไว้ได้ แต่จิตที่ปราศจากการฝึกปรือของเมย์กลับไม่สามารถรับรู้ชีวิตของผม ซึ่งผมก้ไม่ได้แปลกใจเราะรู้ดีว่าการถ่ายทอดจิตอย่างสมบูรณ์นั้นจะเกิดกับ สตรีผู้ถูกเลือกเท่านั้น
ผมนำจิตของเมย์มายังตำแหน่งที่ถูกปราณมังกรฟ้า ปิดกั้น ในสภาพของจิตการรับรู้ภาพของปราณมังกรฟ้าเกิดเป็นร่างของมังกรตัวมหึมากำลัง อ้าปากคำรามอย่างดุร้ายเพื่อข่มขู่ดวงจิตที่จะผ่านออกไป

‘พี่เอ…นั่นอะไรน่ะ…เมย์กลัว…’

จิตของเมย์ส่งเสียงครางสั่นสะท้านกับภาพนิมิตของมังกร ทำให้ผมต้องรีบผสานจิตเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับน้องเมย์

‘น้องเมย์ไม่ต้องกลัว…ลองจินตนาการถึงดาบแห่งเทพเจ้าให้มาสถิตย์อยู่ในจิตสิ…พี่จะช่วย’
‘ดาบ ดาบ ดาบเทพเจ้า…ดาบ ดาบ..’

จิต น้องเมย์กำหนดภาพของดาบขึ้นโดยที่จิตของผมช่วยเสริมพลัง ครู่เดียวภาพนิมตรของดาบสีทองเปล่งประกายสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้น ประกายสีทองเพิ่มรัศมีเจิดจ้าขึ้นจนภาพนิมิตของมังกรเริ่มพร่ามัว

‘เมย์…มากับพี่…ฆ่ามัน…’

จิต น้องเมย์และผมที่ผนึกเป็นดวงเดียวเข้าบังคับดาบนิมิตแล้วพุ่งวาบเข้าใส่ภาพ มังกรที่อ้าปากส่งเสียงคำรามก้อง และพ่นประกายไฟมหึมาเข้าหา แต่ประกายไฟกลับถูกประกายแสงสีทองผ่าแบ่งออกเป็นสองสาย ก่อนที่คมดาบนิมิตจะฝังเข้ากลางเขามังกรและผ่าแยกออกเป็นสองส่วน เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดกราดเดรีย้ยวแผดก้อง ก่อนที่ร่างนิมิตของมังกรจะระเบิดออกและสูญสลายวับไปพร้อมกับภาพดาบเทพเจ้า

‘….สำเร็จแล้ว น้องเมย์….ตื่นได้แล้วนะ พี่จะรอ…’
‘…พี่เอ…’

ผม แยกจิตออกจากจิตน้องเมย์และถอนกลับร่างด้วยความโล่งใจ ที่สามารถกำจัดปราณมังกรฟ้าในร่างน้องเมย์ได้โดยไม่กระทบถึงร่างกายและจิตใจ เสียงเรียกทางจิตของน้องเมย์ค่อยๆ จางหายลงขณะที่ผมเริ่มถอนจิตกลับสู่ร่างที่ยังคงฝังแก่นกายอยู่ในร่องรักของ น้องเมย์ แต่ก่อนที่ผมจะถอนจิตกลับมาทั้งหมด ความคิดผมหวนกลับไปถึงภาพสีหน้าตื่นตระหนกของน้องเมย์และน้องมินท์ขณะที่ถูก ถังหลินจับกุม ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าหากผมรับน้องเมย์และน้องมินท์เข้ามาอยู่ร่วมกันกับ น้องริน น้องกิฟท์และเหมียว น้องทั้งสองอาจต้องเผชิญกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นในขณะที่ปราสจากปราณที่จะ ใช้ป้องกันตัวเองได้ ความคิดที่เกิดขึ้นทำให้ผมตัดสินใจส่งกระแสจิตกลับเข้าไปในห้วงจิตของน้องเม ย์อีกครั้ง และพบว่าจิตน้องเมย์กำลังกระจายไปควบคุมร่างซึ่งเป็นรูปแบบของคนปกติที่ กำลังจะตื่นจากการนอนหลับ ทำให้ผมรีบแทรกจิตเข้าผนึกกับความทรงจำน้องเมย์และลบความทรงจำทั้งหมดที่ เกิดขึ้นหลังการปรากฏตัวของถังหลินออกไปจากจิตใจ พร้อมถอนจิตและแก่นกายออกจากร่างน้องเมย์ ก่อนที่จะปิดสกัดจักรพสุธาที่ศีรษะเพื่อให้น้องเมย์หลับต่อไป

“ สำเร็จไหมพี่เอ…”

น้อง รินส่งเสียงถามอย่างร้อนรนเมื่อเห็นผมถอนแก่นกายออกจากเนินรักน้องเมย์ ทำให้คราบน้ำรักและเลือดสาวไหลออกมาตามร่องรักเป็นสาย แต่น้องเมย์ยังคงหลับสนิทจากการปิดกั้นปราณ

“พี่ทำลายปราณมังกรฟ้าในร่างน้องเมย์ได้แล้ว แต่พี่อยากปรึกษาพวกเราเรื่องหนึ่งนะ”

เมีย รักทั้งสามผมมองหน้าผมอย่างแปลกใจ ขณะที่ผมเริ่มอธิบายเหตุผลที่ผมลบความทรงจำน้องเมย์เพื่อป้องกันมิให้ ประสบการณ์ที่รุนแรงติดในจิตใจน้องเมย์ไปตลอดชีวิต พร้อมกับอธิบายถึงเหตุผลที่ผมจำเป้นต้องปฏิเสธไม่ให้น้องเมย์เข้ามาใช้ชีวิต อยู่ในครอบครัวเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งน้องริน น้องกิฟท์ แม้จะแสดงท่าทีผิดหวังอยู่บ้างแต่ในที่สุดก็ยอมรับการตัดสินใจของผมทุก ประการ

“แต่พี่เอจะทำอย่างไรกับเมย์ดีล่ะ ในเมื่อเยื่อพรหมจารีย์ของเมย์ขาดไปแล้วจากการเย็ดกับพี่เอ..เมย์ต้องรู้ แน่ๆ ว่าถูกเย็ดเสียสาวไปแล้ว แม้จะจำไม่ได้ก็เถอะ”

น้องรินเอ่นปาก แย้งเบาๆ ทำให้ผมต้องอึ้งไปกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับร่างกายน้องเมย์ ขณะที่เหมียวซึ่งนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ส่งเสียงขึ้น

“เหมียวคิดว่าเหมียวแก้ปัญหานี้ได้นะ…เอจำตอนที่เอรักษาแขนให้เหมียวได้ไหม”

ผมพยักหน้ารับอย่างงๆ ขณะที่เหมียวกล่าวสืบต่อ

“ใน เมื่อเอสามารถกระตุ้นให้เซลกระดูกเร่งผลิตเซลเพื่อซ่อมแซมร่างกายได้ ในบทสุดท้ายของคัมภีร์ปราณราหูก็มีการเอ่ยถึงวิชาคืนสภาพที่ผู้ทรงปราณราหู ใช้สร้างเยื่อพรหมจรรย์ใหม่ให้ผู้ที่ถูกทำลายความสาวไปแล้วอยู่..เอทำไมไม่ ลองใช้กับเมย์ดูล่ะ..”

คำพูดของเมย์ทำให้ผมระลึกถึงข้อความในคัมภีร์ ปราณาหูบทสุดท้าย ในหมดรการักษาพยาบาล ซึ่งในครั้งแรกที่ผมอ่าน ก้ได้นำมาทดลองใช้กับน้องรินน้องกิฟทืเพื่อสร้างเยื่อพรหมจรรย์ให้ใหม่แต่ ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ผมละความสนใจกับเนื้อความในคัมภีร์ แต่การก่อเกิดของปราณที่ถังหลินเรียกว่ากาฬปราณ ซึ่งทำให้ผมรับรู้วิธีการโคจรพลังในอีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าบางทีผมอาจจะสามารถสร้างเยื่อพรหมจรรย์กลับให้น้องเม ย์ได้

ผมตัดสินใจดึงร่างน้องเมย์ให้ตั้งอยู่ในท่านั่งแล้วกุมมือนุ่ม นวลไว้ก่อนถ่ายปราณไปยังร่างกายท่อนล่างของน้องเมย์ โดยแนกออกเป็นสองสายตามแนวทางโคจรปราณในคัมภีร์ปราณราหูหมวดสุดท้าย และต้องแปลกใจเมื่อรับรู้ว่าเซลเนื้อเยื่อของอวัยวะเพศน้องเมย์มีปฏิกิริยา ตอบสนองและเริ่มก่อตัวขึ้นซ่อมแซมการฉีกขาดทุกส่วนอย่างรวดเร็ว จนผมแน่ใจว่าทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติจึงถอนปรารออกจากร่างและบอกน้องรินเบาๆ

“รินลองดูให้พี่หน่อยนะ………”

น้องรินพยักหน้ารับและก้มหน้าลงไปใช้นิ้วแหวกสองแคมของเพื่อนรักร่วมคณะแพทย์ออก ก่อนอุทานออกมา…

“สำเร็จแล้วพี่เอ…เยื่อพรหมจรรย์ของเมย์คืนสภาพแล้ว”

ผม ถอนใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ต้องชะงักเมื่อน้องรินหันกลับมาดึงร่างผมให้ลุกขึ้นแล้วผลักให้เดินไปยัง เก้าอี้ชายหาดอีกตัวหนึ่งที่ร่างเปล่าเปลือยของน้องมินท์นอนสงบนิ่งอยู่

“ยังมีมินท์อีกคนนะพี่เอ…”

ร่าง เปลือยสีน้ำผึ้งของน้องมินท์ที่ทอดกายอวดความสมบูรณ์ของร่างกายทุกสัดส่วน อยู่ตรงหน้า ทำให้ผม ต้องถอนใจออกมาเพราะรู้ดีว่าผมต้องร่วมรักกับน้องมินท์อีกคนหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ตอบไม่ได้ว่าผมรู้สึกดีใจหรือเสียใจกับความสุขสุดยอดที่รออยู่ เบื้องหน้า.. เพราะแม้ผมจะสามารถครอบครองเรือนกายงดงงามของว่าที่เภสัชกรสาวคนนี้ แต่ผมก็ต้องปล่อยให้หลุดไปจากวงจรชีวิตเพื่อความปลอดภัยของน้องมินท์เอง..
.
“พี่เอ…มัวคิดอะไรอยู่ ..เร็วเข้ารินกระตุ้นจักรอัคคีของมินท์ให้พี่เอแล้ว ….”

น้อง รินกระซิบบอกผมอย่างดุๆ เมือ่เห็นว่าผมกำลังครุ่นคิด ทั้งที่ร่างน้องมินท์เริ่มบิดส่ายไปมาจากการกระตุ้นอามรณ์รัก และร่องรักอวบนูนที่แทบปราศจากขนปกคลุมกำลังเต้นระริกพร้อมกับหลั่งน้ำหล่อ ลื่นออกมาเป็นสาย ทำให้ผมต้องก้าวขึ้นคร่อมร่างเปลือยท่อนล่างน้องมินท์ไว้แล้วกดแก่นกายลงไป สู่ความคับแน่นเบื้องล่าง…

Related

Prev
Next

Comments for chapter "The Zodiac บทที่ 4.1 ทลายมังกรฟ้า"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

© 2026 Madara Inc. All rights reserved