Thai White Book รวมเรื่องเสียว & OnlyFans Model อ่านฟรี อัปเดตทุกวัน
  • Home
  • Home
  • Manga
  • Doujin-TH
  • Manhwa
  • เรื่องเสียว
  • เรื่องเสียวซีรี่ย์
  • Cosplay
  • H-Anime
  • A.I.
  • Onlyfan
Prev
Next
The Dark side_1

การ์ตูนแผ่น (ตอน) เดียวจบ

May 16, 2022
น้องรหัส | [Doujin Sak] Peer Mentee การ์ตูนแผ่นเดียวจบ by Xter
Specials_Vol15_001 (Large)

เปิดบริสุทธิ์

October 8, 2024
061 เปิดบริสุทธิ์ สาวมหาลัย (แหม่ม นันทิชา) 060 เปิดบริสุทธิ์ สาวเพนเฮ้าส์

คฤหาสน์โลกีย์

May 24, 2022
ตอนที่ 38 ตอนที่ 37
Nong Earn – น้องเอิร์น Ch.1-9 + พิเศษ 2 ตอน_Page_170

ได้เวลาเปลี่ยนกะ (น้องเอิร์น) (Nong Earn) ตอนที่ 1-9 ตอนพิเศษ 2 ตอน + PDF

May 13, 2022
ตอนที่ 10 ได้เวลาเปลี่ยนกะ Ch.1-9 + พิเศษ 2 ตอน [JPG][PDF] แก้ลิ้งแล้ว ตอนที่ 9 ฝึกงาน

ครอบครัวหฤหรรษ์

February 14, 2023
ตอนที่ 9 ครอบครัวคุณมรกต ตอนที่ 8 ครอบครัวของเรวดี (คุณพิชาญ,เรวดี,ยุ้ย,โจ้ )

เรื่องเสียวจากหนังสือปกขาว/ปกสี

May 1, 2023
106 เสน่ห์ชาย 105 ผัวน้อยผัวหลวง

นางฟ้าน้อย ๆ กับไอ้เฒ่าบ้ากาม ภาค 1 – 2

July 9, 2022
ภาค 2 ตอนที่ 3 เรอิ สาวน้อยผู้ไร้เดียงสา ภาค 2 ตอนที่ 2 หนิง...สาวน้อยผู้เร่าร้อน
Xter My Mother

My Mother เมื่อคุณแม่ผมเปลี่ยนไป

August 17, 2024
003 My Mother The Animation พากย์ไทย 002 My Mother เมื่อคุณแม่ผมเปลี่ยนไป ZIP

ครูเจ้าเล่ห์

April 30, 2023
ตอนที่ 40 ตอนที่ 39

รสสวาทแรงหึง (นัฐถิยา ภาค 2)

May 27, 2022
รสสวาทแรงหึง 100 รสสวาทแรงหึง 99
hard36a001

A4U Hard Series 80 Albums

October 15, 2024
80 79

คุณนายผู้น่าสงสาร ตอนที่ 1-21

August 21, 2022
ตอนที่ 21 ตอนที่ 20 เมื่อคุณนายผการับเป็นพรายเสน่ห์

ตอนที่ 54 กุญแจ

  1. Home
  2. รักยม by assasin008
  3. ตอนที่ 54 กุญแจ
Prev
Next

“คุณหญิงแก้วกานดา วรผกาวรรณ … อีเปงใครวะ ทำไมต้องสืบหาเชื้อสายของอีด้วยวะไอ้แสง”

ชายวัยกลางคนผิวขาวอ้วนลงพุงเชื้อสายจีนผู้มีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่เงยหน้าจากรายงานกองใหญ่ขึ้นมามองสบตากับสายตาเจ้าเล่ห์ยากจะอ่านออกของคู่สนทนา

“คุณหญิงแก้วกานดา ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลวรผกาวรรณ ตระกูลที่เป็นผู้ปิดตายประตูสู่เหล็กไหลที่แท้จริงเมื่อหลายร้อยปีก่อน … ทายาทตระกูลนี้เป็นผู้เก็บรักษากุญแจหนึ่งในสองดอกที่จะเข้าสู่ถ้ำเหล็กไหล … ถ้าไม่มีกุญแจทั้งสองดอกพวกเราก็จะเข้าไปเอาเหล็กไหลไม่ได้ครับท่าน”

ไอ้แสง ชายวัยกลางคนในชุดสูทหรูหราเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“อ้าว ต้องมีกุญแจด้วยเรอะ อั๊วะนึกว่าอีหมอเสือมังกำลังไปหาเหล็กไหลอยู่ไม่ใช่รึงาย”

“หมอเสือกำลังตามหาเหล็กไหลถูกแล้วครับท่าน เพียงแต่ว่ามันเป็นเหล็กไหลธรรมดาที่ทำหน้าที่เป็นกุญแจ คุณสมบัติของมันคนละเรื่องกับเหล็กไหลที่แท้จริง … ตอนนี้เราต้องหากุญแจให้ได้ทั้งสองดอก จากนั้นค่อยหาว่าถ้ำเหล็กไหลอยู่ที่ไหน”

“อืม อืม มีเหก มีผง … ว่าแต่อีน่าจะตายไปตั้งนานแล้ว อั๊วจะไปหาเจอได้ไง แล้วจะรู้ได้ไงว่ากุญแจมังอยู่ที่ไหน”

“ที่ผมมารบกวนท่าน ก็เพราะว่าเรื่องนี้ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล ผมพยายามค้นหามาได้แค่นี้ มาทางตันตรงที่คุณหญิงแก้วกานดา เพราะเหมือนว่า คุณหญิงคนนี้จะไม่ได้แต่งงานมีลูกมีเต้า แต่อยู่ ๆ ก็หายไปจากบันทึกเสียเฉย ๆ ตอนนี้ก็เลยต้องให้ท่านสั่งการให้พวกผู้เชี่ยวชาญช่วยกันรื้อค้นหาข้อมูล เผื่อว่าเราจะได้เบาะแสว่าคุณหญิงเคยพักอยู่ที่ไหน และกุญแจก็น่าจะถูกเก็บซ่อนอยู่ที่นั่น”

“อืม อืม ล่าย ๆ ไม่ยาก เดี๋ยวอั๊วะจะสั่งไอ้พวกลิ่วล้อไปหาให้เอง แล้วจะอั๊วะจะบอกลื้ออีกที ถ้าได้ข้อมูลมาแล้ว … ว่าแต่เรื่องที่อั๊วะสั่งไปเป็นยังไง อีนางเอกนมโตคนนั้นน่ะ?”

รัฐมนตรีร่างอ้วนพยักหน้าอือออ ก่อนหยิบเอาแก้วไวน์ราคาแพงมาซดพรวดเดียวหมดทั้งแก้วเสียงกิริยาอันน่าเกลียด

“ผมยื่นข้อเสนอราคาแพงที่สุดเท่าที่เราเคยเสนอไป ให้กับเธอ แต่เธอปฎิเสธครับนาย …”

“อีกะหรี่เอ๊ย ทำเปงเล่งตัว ไม่รู้หรือไงว่าอั๊วะเปงรัฐมนตรีนะโว้ย”

รัฐมนตรีร่างอ้วนที่กำลังโกรธจัดเหวี่ยงมือกระแทกแก้วไวน์ลงกับพื้นเสียงดังแก๊งจนแก้วร้าว ศรีษะล้านเลี่ยนสั่นเทิ้มจนเส้นเลือดปูดโปน

“ในเมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผล ท่านอยากทำยังไงครับ ให้ผมฉุดมาให้ท่านข่มขืน หรือว่า จะให้เอาน้ำมันพรายของมหาเดโชไปโปะดี”

ไอ้แสง พูดน้ำเสียงเย็นเยียบด้วยหน้าตาอันเฉยเมย ที่ดูเหมือนว่ามันเคยทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้มาเป็นประจำ

“อืมมม อีนี่ มังเปงดาราดังช่ายเล่ง ฉุกมาจะเปงข่าวใหญ่ แต่แล้วแต่ลื้อล่ะกัง อั๊วไว้ใจลื้อ”

“ได้ครับนาย งั้นผมจะรีบลงมือเลย อีกไม่เกินสามวัน ผมจะพา กระแต ดาราสาวที่ท่านชื่นชอบมาให้ท่านจัดการ”

สิ้นคำของไอ้แสง เสียงหัวเราะร่วนอันหื่นกระหายของรัฐมนตรีร่างอ้วนก็ดังลั่นจนกระหึ่มไปทั่วทั้งห้อง
…

ชายหนุ่มลืมตาโพลงตื่นขึ้นในห้องอันมืดสลัว เพลิงไฟแดงฉานที่ลามเลียไปทั่วทุกสรรพสิ่ง และภาพอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงในความฝันทำเอาเขาถึงกับหอบหายใจระรัวเร็ว เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นมาตามผิวกายจนร่างกำยำล่ำสันเปียกชุ่ม สองมือบีบกำเข้าหากันแน่นราวพร้อมจะเปิดฉากสู้รบปรบมือกับใครสักคนได้ในทุกวินาที หากแต่เมื่อสายตาของชายหนุ่มมองเห็นเงาร่างของตนเองสะท้อนไหวอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนติดอยู่บนเพดานห้อง เขาก็ตระหนักได้ว่า … นั่นเป็นเพียงความฝัน

ชายหนุ่มค่อย ๆ รู้สึกคลายใจจากอาการตื่นตระหนก ร่างอันแข็งแกร่งสมชายชาตรีเริ่มผ่อนคลายจากความเคร่งเครียดอย่างช้า ๆ จนกระทั่งเสียงลมหายใจอันหนักหน่วงของเขาค่อย ๆ แผ่วลง … แผ่วลง … แผ่วลงจนเสียงลมหายใจค่อย ๆ ผสานเป็นจังหวะกับเสียงหายใจแผ่วเบาของหญิงสาวสวยอีกสี่นางที่นอนสลบไสลด้วยใบหน้าสุขสมอิ่มเอมอยู่รอบกาย

นักศึกษาสาวสุดสวยดาวมหาลัยอย่างน้องหญิงกำลังนอนอิงแอบแนบกอดเขาอยู่ที่ด้านขวามือ ศรีษะกลมสวยของเธออิงซบอยู่บนลำแขนและหัวไหล่ของเขา ร่างบอบบางแต่อวบอิ่มน่าฟัดเบียดแนบชิดอยู่กับสีข้างจนรู้สึกได้ถึงเสียงเต้นตึกตักของหัวใจดวงน้อย ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในทรวงอกอวบใหญ่

ส่วนทางด้านซ้ายมือของเขานั้นก็เป็นน้องฟ้า นักศึกษาสาวหมวยหมัดหนักที่มีนิสัยเป็นแม่เสือสาวไม่ยอมแพ้ใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาพวกผู้ชายทั้งหลาย หากแต่วันนี้สาวหมวยกลับแปลงร่างเป็นนางแมวเหมียวขี้อ้อนไปเสียอย่างงั้น สาวหมวยนอนตะแคงจับจองกอดแขนซ้ายของเขาเอาไว้อย่างแนบสนิทด้วยท่าทางออดอ้อน แขนท่อนบนของเขาจึงเบียดอยู่ตรงกลางระหว่างทรวงอกอวบทั้งสองข้างของเธอ ในขณะที่ฝ่ามือของเขานั้นก็โดนหนีบซุกอยู่ตรงกลางหว่างขาแนบอยู่กับโคกสวาทของเธอ

ทางด้านหัวเตียงมีร่างที่ขาวผ่องกว่าใครนอนขวางอยู่ ฝ้าย พยาบาลสาวหน้าหวานนอนตะแคงในแนวขวาง กอดประคองศรีษะของชายหนุ่มให้ซุกแนบอยู่กับหน้าท้องและเนินนมในท่วงท่าคล้ายมารดาปลอบประโลมลูกน้อย สองเต้าขาวเนียนจึงเบียดแนบเป็นหมอนให้ใบหน้าของเขาได้แอบอิง

และสำหรับสาวสวยคนสุดท้าย ฝน พริตตี้สุดเซ็กส์ เธอนอนคว่ำหน้าอยู่ตรงกลางหว่างขาของเขา ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เปรอะเลอะไปด้วยคราบน้ำกามนอนแน่นิ่งอิงแอบอยู่กับต้นขาของเขา ริมฝีปากบางที่เปื้อนยิ้มแนบจุมพิตอยู่กับความเป็นชายที่แข็งแกร่งของเขา ดูคล้ายเด็กน้อยที่เผลอหลับไหลทั้งที่ยังมีขนมคาอยู่เต็มปาก

ความนุ่มนิ่ม อบอุ่น ของเรือนกายสี่สาวที่เบียดกระแซะอยู่รอบกายทำให้ชายหนุ่มค่อยยิ้มออกมาได้ ชายหนุ่ม ๆ ค่อย ๆ ชื่นชมภาพอันงามวิจิตรของเรือนกายอวบอิ่มเปลือยเปล่าทั้งสี่ร่างที่สะท้อนอยู่ในกระจกบานใหญ่บนเพดานห้องด้วยความรู้สึกอิ่มเอมอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เพราะนับตั้งแต่ได้รักยมมาอยู่กับเขาด้วยแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยทีเดียว ที่เขาได้ปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศที่มีอยู่อย่างล้นเหลือออกมาได้อย่างเต็มเหนี่ยวจนหมดเรี่ยวหมดแรงสลบเหมือดคาเต้า

เข็มสั้นของนาฬิกาบนผนังตอนนี้บ่งบอกว่าเพิ่งจะเลยเวลาเที่ยงคืนไปเล็กน้อย ซึ่งหากเขาจำไม่ผิดแล้วล่ะก็เขาได้เข้ามาในโรงแรมม่านรูดแห่งนี้นานกว่าแปดชั่วโมงแล้ว และดูเหมือนว่าเขาจะเพิ่งหมดแรงสลบเหมือดนอนหลับซบเต้าน้องหญิงไปเมื่อตอนราว ๆ สี่ทุ่ม มันจึงเป็นความภูมิใจในฐานะบุรุษเพศอย่างล้นเหลือ ที่สามารถโรมรันร่วมรักอย่างร้อนแรงกับสาวสวยถึงสี่นางได้นานนับหลายชั่วโมง
ซ้ำยังสามารถส่งพวกเธอไปถึงสวรรค์ไปแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

หากแต่เขาก็รู้ดีว่าหากเอาเรื่องนี้ไปพูดให้ใครฟัง ก็คงโดนต้องโดนด่าว่าเขาโม้โอ้อวดเป็นแน่ เพราะหากไร้ซึ่งอำนาจพลังพิเศษแห่งรักยมแล้วล่ะก็ ชายหนุ่มธรรมดา ๆ คนหนึ่งอย่างเก่งแล้วคงปลดปล่อยออกมาได้อย่างมากก็ 4-5 รอบ หลังจากนั้นก็ไม่แคล้วต้องเหน็ดเหนื่อยจนคางเหลืองฟ้าเหลืองไปเลยทีเดียว หากแต่สำหรับเขาในตอนนี้ นอกจากจะมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือให้กระหน่ำรักใส่สี่สาวจนสลบเหมือดได้แล้ว พอเขาตื่นขึ้นมาใหม่ในวงล้อมอันนุ่มนิ่มของสี่สาว แม้จะรู้สึกเพลียอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขานั้นฟื้นตัว และเปี่ยมไปด้วยกำลังวังชาพร้อมที่จะสู้รบปรบมือกับสาว ๆ ได้เท่าที่ใจต้องการ

ด้วยความรู้สึกอยากขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เอก ค่อย ๆ ขยับร่างออกจากวงล้อมอันนุ่มนิ่มของดอกไม้งามทั้งสี่อย่างช้า ๆ สองมือค่อย ๆ โอบประคองศรีษะ แขน ขา และร่างของสาว ๆ ทีละนางอย่างทะนุถนอมและเชื่องช้า เสียงครางอืออืมอย่างขัดใจแว่วดังขึ้นเป็นระยะเมื่อโดนเขาหลีกหนีจากอ้อมกอด ซึ่งหากมิใช่ว่าสี่สาวหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรงเหนี่ยวรั้ง และต่างพากันหลับไหลลึกล้ำอยู่ในฝันอันแสนหวานแล้วล่ะก็พวกเธอคงไม่ยอมปล่อยชายหนุ่มสุดรักให้ห่างหายจากกายเป็นแน่

กว่าจะหลุดจากพันธนาการแห่งเนื้อสาวออกมาได้ ความรู้สึกวาบหวิวที่ได้เบียดเสียดสีกับเนื้อนางอันอบอุ่นเนียนนิ่ม ก็ทำเอาชายหนุ่มเริ่มรู้สึกอยากจะเปลี่ยนใจหันกลับไปกอดรัดนัวเนียกับบรรดาสาว ๆ อีกสักยกสองยกให้หายมันเขี้ยว ด้วยรู้สึกอยากให้สี่สาวได้นอนพักเสียบ้าง ชายหนุ่มจึงกลั้นใจหยิบเอาผ้าห่มสีขาวผืนใหญ่มาห่มคลุมร่างของสี่สาวเพื่อปิดภาพแห่งความวาบหวามเอาไว้เสียก่อนที่เขาจะรู้สึกตื่นตัวจนห้ามใจตัวเองไม่อยู่ จากนั้นจึงหยิบเอาผ้าขนหนูมาพันรอบเอวตัวเองเอาไว้แบบลวก ๆ แล้วเดินย่ำพื้นพรมฝ่าความมืดสลัวออกไปที่ระเบียงของห้อง … ก่อนจะเริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปของตัวเอง

ความรู้สึกแปลกประหลาดประดังเทเข้ามาจนชายหนุ่มรู้สึกงุนงง ภาพเบื้องหน้าของเขาคือป่าไม้ไร้บ้านเรือนในยามดึก ไม่มีแสงไฟจากหลอดนีออนหรือแสงใด ๆ สาดส่อง ยกเว้นแต่เพียงแสงจันทราจากฟากฟ้า แต่กระนั้นดวงตาของเขากลับสามารถมองเห็นค้างคาวตัวหนึ่งกำลังบินโฉบอยู่เหนือต้นไม้ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งเมื่อเขาเปลี่ยนเป้าหมายมองลึกเข้าไปในบริเวณดงไม้อันมืดทึบเขากลับมองเห็นได้แม้แต่แมลงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเกาะอยู่ตามเปลือกไม้ที่ผุเน่า

ดวงตาดวงเดิมคล้ายจะมองเห็นสีสันแปลกใหม่อันวิจิตรแห่งธรรมชาติที่ไม่เคยได้พบเห็น อีกทั้งเขายังมองเห็นได้ถึงร่างแห่งดวงไฟโปร่งใสสีเขียวบ้าง แดงบ้าง ขาวบ้าง ลอยวนเวียนไปมาอยู่ในป่า ดวงไฟแต่ละดวงส่องแสงจ้าไม่เท่ากัน บางดวงก็เป็นเพียงแสงบางเบาเหมือนหิ่งห้อยตัวน้อยที่คล้ายจะสูญสลายในเร็ววัน หากแต่บางดวงก็สว่างจ้าเหมือนกลุ่มแสงขนาดใหญ่กว่าตัวคน

ดวงแสงสีเขียวที่มองแล้วไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษดูจะมีจำนวนมากกว่าสีอื่นอย่างเห็นได้ชัด รองลงมาก็จะเป็นดวงแสงสีแดงที่ให้ความรู้สึกอึดอัดน่าหวาดหวั่นเมื่อได้มองดู และสำหรับดวงแสงสีสุดท้ายนั้นมีน้อยมากจนแทบนับได้ มันเป็นดวงแสงสีขาวระเรื่อ ที่เมื่อมองดูแล้วให้บังเกิดความรู้สึกสบายใจ ซึ่งแม้จะไม่เข้าใจว่าสีต่าง ๆ นั้นหมายถึงอะไร แต่เขาก็พอจะรับรู้ด้วยสัญชาตญาณได้ว่าสิ่งที่เขาเห็นนั่นต้องไม่แคล้วเป็นดวงวิญญาณของคนตายอย่างแน่นอน

แม้จะคุ้นชินกับรักยม และนางตะเคียน ที่เป็นดวงวิญญาณเหมือนกัน แต่เมื่อได้เห็นด้วยตาตนเองว่ามีดวงวิญญาณลอยล่องไปมาอยู่มากมายถึงเพียงนี้ ก็ให้บังเกิดความรู้สึกหนาวเหน็บเสียดแทงไปทั่วร่างจนขนลุกชัน ความรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงฉุดดึงวูบให้แข้งขาอ่อนเปลี้ยจนร่างกำยำเซถลาคล้ายจะล้มลง หากแต่ในทันใดสายลมอันอบอุ่นวูบใหญ่ก็พัดผ่านมาจากทางด้านหลังช่วยดันประคองให้ร่างกำยำของเขาไม่ให้เสียหลัก

แม้นเป็นเวลาเพียงชั่วพริบตา ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเป็นมิตรอันอบอุ่นจากสายลมหอบใหญ่ก่อนที่มันจะหายไป ทิ้งไว้แต่เพียงสายลมอ่อน ๆ ที่ไหลวนโชยปลอบประโลมอยู่รอบกาย ความรู้สึกสบายใจอย่างแปลกประหลาดท่วมท้นเข้ามาในจิตใจราวกับมีสายลมและอากาศรอบข้างที่พร้อมจะช่วยเหลือเขาทุกเมื่อที่ต้องการ

ชายหนุ่มหลับตาลง ก่อนกางมือ กางแขน ออกกว้างเพื่อรับสัมผัสอันอบอุ่นแห่งสายลมที่โชยผ่าน ผิวหนังรอบกายคล้ายสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เป็นมากกว่าอากาศและสายลม มันเหมือนกับมีสิ่งมีชีวิตเล็กกระจ้อยที่มองไม่เห็นวนเวียนกระโดดโลดเต้นหยอกล้อสัมผัสไปมาอยู่กับผิวกาย อีกทั้งยังสัมผัสอย่างชัดแจ้งได้ถึงอารมณ์เบิกบานสุนทรีย์ที่แผ่ออกมาจากจิตวิญญาณแห่งสายลมที่โชยผ่าน

เมื่อเขาสะบัดมือไปเบื้องหน้าก็รู้สึกเหมือนว่าได้ผลักดันมวลอากาศที่ได้สัมผัสจนกลายเป็นสายลมวูบใหญ่ที่พัดครืนผ่านเข้าไปในป่าจนต้นไม้ใหญ่น้อยเอนลู่ไหวไปตามแรงลมที่เขาบงการ ด้วยความรู้สึกที่มิต่างใด ๆ กับเด็กน้อยที่ได้พบเจอของเล่นอันถูกใจ ชายหนุ่มสะบัดมือสะบัดไม้ครั้งแล้วครั้งเล่า ส่งสายลมวูบวาบอ่อนบ้างแรงบ้างเข้าไปในป่าจนต้นไม้ใหญ่สั่นคลอนเอนวูบไหวไปมาเหมือนเจอเข้ากับพายุฝน

และเมื่อเขาหยุดนิ่งและหงายฝ่ามือขึ้นมาดู ก็พบว่ามีลมหมุนคล้ายพายุลูกเล็ก ๆ ลอยวนอยู่บนเหนือฝ่ามือทั้งสองข้าง จิตวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในลมหมุนเหมือนเด็กน้อยที่กำลังกระโดดโลดเต้นร้องรำด้วยความคึกคะนอง เสียงหวีดหวิวของสายลมที่มิเคยมีผู้ใดฟังเข้าใจ บัดนี้ชายหนุ่มรู้แจ้งได้ว่ามันเป็นเสียงเพลงแห่งธรรมชาติของสายลมที่กำลังเฉลิมฉลอง ความรู้สึกดื่มด่ำเบิกบานเอ่อล้นประดังเข้ามาจนชายหนุ่มอดไม่ได้ต้องขยับมือขยับไม้คล้ายจะเต้นระบำร่วมกันไปกับจังหวะเสียงเพลงแห่งสายลม

… เสียงเพลงที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกแห่งอิสระเสรี ….

…

“พี่เอก ?? ทำอะไรอยู่คะ ???”

เสียงหวานใสที่ดังขึ้น ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งความดื่มด่ำ และพร้อมกันนั้นสายลมหมุนที่กำลังละเล่นหมุนวนอยู่รอบกายก็มลายสลายหายไป ทีแรกเขาเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อย เมื่อสายตาหันไปเจอเข้ากับเรือนร่างงามดุจนางฟ้าของน้องหญิงที่เดินเข้ามาหา หากแต่เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณสีเขียวที่โอบล้อมร่างของน้องหญิงเอาไว้ก็ให้รู้สึกคลายใจ ก่อนเผยรอยยิ้มอย่างรู้ทัน
ให้กับร่างบางของแฟนสาวที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กห่อหุ้มพันรอบตัวเอาไว้

“… พี่สาวตะเคียน … จะแกล้งเล่นอะไรอีกล่ะ ?”

“ฮึ … ตัวข้าก็ลืมไปเสียได้ ว่าเจ้ามิใช่หนุ่มน้อยธรรมดา แต่เป็นถึงผู้ที่มีตบะแห่งเวทย์อันยิ่งใหญ่ไม่แพ้หมอผีอันรือนาม”

ใบหน้าแสนหวานของน้องหญิงขมวดเล็กน้อยด้วยรู้สึกขัดใจ ก่อนที่แววตาอันสดใสจะเปล่งประกายสีเขียวอ่อนแวบวาบออกมา

“พี่ตะเคียนสุดสวย คิดจะเล่นอะไรล่ะ ถึงได้แอบไปสิงร่างของน้องหญิงแบบนี้ ”

เอก เอ่ยถามขณะหันหน้ามองไปทางป่าหลังโรงแรมม่านรูด พลางยกมือยกไม้ขึ้นรับสัมผัสอันอบอุ่นแห่งสายลมต่อ

“คิก คิก ข้าก็เพียงต้องการรางวัลของข้าบ้างมิได้หรือ ว่าแต่เจ้ามิตระหนกหรือไร ที่เราชิงร่างนางเมียของเจ้ามาเสียแล้ว”

นางตะเคียน ในร่างของน้องหญิง หัวเราะพร้อมกับเดินกรีดกรายด้วยมาดของหญิงสาวสูงศักดิ์มายืนเกาะรั้วอยู่ข้าง ๆ เอก

“ผมไม่กลัวหรอก พี่สาวไม่ใช่คนแบบนั้น พี่สาวเป็นคนดี เอ้ย ผีที่ดี เพราะถ้าพี่สาวจะทำล่ะก็ คงจะทำไปนานแล้ว”

“ฮึ ช่างร้ายเหลือ … ว่าแต่เจ้าตระหนักได้อย่างไร ว่านี่คือตัวข้า มิใช่นางเมียคนสวยของเจ้า”

นางตะเคียนยิ้มน้อย ๆ คล้ายจะรู้สึกพอใจที่ชายหนุ่มไว้ใจและมองเห็นความดีของตน

“… เพราะท่าทางของน้องหญิงดูไม่เหมือนเดิม … และที่สำคัญ ผมเห็นจิตวิญญาณสีเขียวของพี่สาวโอบล้อมร่างของน้องหญิงเอาไว้ … คราวนี้มันดูไม่เหมือนร่างโปร่งใสที่ผมเคยเห็นในทีแรก แต่มันชัดกว่า ดูมีตัวตนมากกว่า …”

“นั่นเพราะเจ้าบรรลุได้แล้วซึ่งระดับแห่งหมอผีที่ต้องฝึกฝีมือบำเพ็ญเพียรไม่น้อยกว่า 50 ขวบปี เจ้าจึงมองเห็น และสัมผัสได้ถึงกายละเอียดของจิตวิญญาณ ผิดแผกจากก่อนหน้าที่เจ้ามองเห็นตัวข้า หรือสองเด็กน้อยรักยม เพราะพวกข้าตั้งใจแสดงตัวให้เจ้าเห็น … แต่เพลานี้แม้นว่าวิญญาณอย่างเราจะคิดหลบซ่อน ก็คงมิอาจผ่านพ้นสายตาแห่งเจ้าได้”

“… แล้วทำไมอยู่ ๆ ผมถึงได้มีพลังขนาดนี้ได้ล่ะ ? “

“ยังมิได้แก่ตัว เจ้าก็เป็นโรคขี้หลงขี้ลืมเสียแล้วหรือไร ข้าเคยเอ่ยวาจาบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าตัวเจ้านั้นได้บรรลุเข้าสู่ขอบเขตแห่งวิชาที่พ่อมดหมอผีทั่วหล้าใฝ่หา เจ้าได้บรรลุถึงสิ่งที่เรียกว่า เวทย์เป็นตายฟื้นคืน … เวทย์ที่ว่าด้วยการยอมให้ตนเองตายตก เพื่อได้สัมผัสกับพลังแห่งจิตวิญญาณ อีกทั้งมนตราแห่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ผู้ผ่านวิชานี้เพียงหนึ่งครั้งจักได้รับพลังดุจบำเพ็ญเพียรสะสมตบะยาวนานถึงครึ่งชีวิต หากแต่นี่เจ้ากลับผ่านมันมาถึงสองครั้งสองคราพลังอาคมแห่งเจ้าจึงมากมายมหาศาลยิ่งกว่าหมอผีใด ๆ อีกทั้งยังมีสายลมนั่นอีกเล่า จักมีผู้ใดในโลกหล้าที่บงการสายลมเฉกเช่นเจ้าได้“

นางตะเคียนอธิบายไปพลาง หลับตาดื่มด่ำถึงสัมผัสแห่งสายลมที่ปะทะเข้ากับร่างที่มีเลือดเนื้อด้วยความรู้สึกเป็นสุขไปพลาง เธอแทบลืมมันไปเสียแล้ว ว่าความรู้สึกที่ได้สัมผัสสายลมด้วยผิวหนังตอนมีชีวิตเป็นยังไง

“… แปลว่า … ผมสามารถมองเห็นผีได้ พูดคุยกับผีได้ … แบบนี้ก็แย่น่ะซิ ต้องเห็นของแบบนี้ทุกวัน หลอนตายพอดี”

เอก ทำหน้าย่น ขณะหันไปมองร่างวิญญาณสีเขียวที่เดินแกว่งไปแกว่งมาอยู่ริมรั้วโรงแรมชั้นล่าง หากต้องเห็นสภาพผีที่หัวแบะ เลือดอาบเต็มตัวแบบนี้ตลอดเวลา สงสัยจะได้บ้าก่อนแน่ ๆ

“คิก คิก … เด็กน้อยเอย เจ้าหาต้องหวาดหวั่นไม่ … เจ้าเพียงศึกษาคาถาปิดเนตร แล เปิดเนตร ก็เป็นอันใช้ได้ เมื่อเจ้ามิต้องการมองเห็นก็เพียงปิดเนตร หากต้องการมองเห็นก็เปิดเนตรเสีย”

“ถ้าแบบนั้นก็โอเคหน่อย … ว่าแต่ดวงวิญญาณทำไมมีสีต่าง ๆ กันด้วย สีเขียววนไปมาเต็มป่าเลย สีแดงน้อยกว่าแต่ดูน่ากลัว ๆ ยังไงก็ไม่รู้ ส่วนสีขาวก็น้อยยิ่งกว่าน้อย … มันมีสีอื่น ๆ อีกมั้ยเนี่ย”

เอก ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ดวงวิญญาณสีเขียวนั้น คือจิตวิญญาณที่มีบ่วงกรรมหลงเหลืออยู่ พวกเขาเพียงรอคอยเพื่อไปเกิดใหม่ในภพหน้า โดยส่วนมากมิได้มีพิษมีภัยอันใดต่อผู้คน หากแต่สีแดงนั้นเล่าคือจิตวิญญาณของบรรดาผีตายโหงที่เปี่ยมด้วยแรงแค้น วันดีคืนดีหากพวกมันสั่งสมพลังได้เพียงพอ พวกมันก็จะก่อกรรมระบายความเจ็บแค้นให้แก่ผู้เคราะห์ร้ายที่ได้พบเจอ … ส่วนสีขาวนั้นไซร้ คือจิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยกุศลอันดีงาม ส่วนมากแล้วมักเป็นเจ้าที่เจ้าทาง หรือจิตวิญญาณแห่งรุกขเทวดา”

นางตะเคียนเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทราบนฟากฟ้า แล้วพูดต่อ

“อย่างตัวข้านั้น อยู่กึ่งกลางระหว่างเขียวและขาว จึงมีร่างจิตสีเขียวอ่อน ตัวข้ามีบ่วงกรรมผูกพันธ์กับภพภูมินี้ หากแต่ก็กอปรกรรมดีมามากเพียงพอ มิได้ระรานทำอันตรายผู้ใด ผู้มีพลังระดับเจ้าหากพบเจอผีตายโหงก็สามารถต่อกรกับพวกมันได้มิยากลำบากนัก… แต่หากวันใดที่เจ้าพบเจอจิตวิญญาณสีดำมืดแล้วไซร้จงรีบหลีกหนีไปให้พ้นทางเสีย พวกมันเป็นดั่งฝันร้ายในยามค่ำคืน เป็นปีศาจที่ถูกกักขังอยู่ในนรกอันสุดลึกล้ำ ด้วยกอปรกรรมอันโหดร้ายจนมิอาจนับ อีกทั้งยังทรงด้วยเวทย์มนต์คาถามืดอันร้ายกาจ”

“พี่สาว … ภาพที่ผมเห็นผู้หญิงนอนจมกองเลือด อยู่ในกองไฟนั่น … ผู้หญิงคนนั้นคือใคร แล้วเธอจะเป็นอะไรมั้ย?”

เอก กำมือกับราวเหล็กที่เป็นรั้วกั้นจนแน่น ภาพอันหวาดหวั่นในกองเพลิงสีแดงฉานทำเอาเขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงหัวใจในทุกคราที่นึกถึง แม้จะไม่ได้มองเห็นหน้าแต่แผ่นหลังของหญิงสาวผู้นั้นก็ทำให้เขารู้สึกห่วงหาอย่างน่าประหลาด เขาได้แต่แอบภาวนาว่า ผู้หญิงคนนั้นจะต้องไม่ใช่คนที่เขารักมากที่สุดอย่างน้องหญิง …

“ดวงตาพิสุทธ์แห่งข้าจักสะท้อนแต่เพียงเงาแห่งความเป็นจริงเท่านั้น ข้าเห็นเฉกเช่นเดียวที่เจ้าเห็น ข้ามิอาจรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือผู้ใด และข้าก็มิอาจรู้ได้ว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นใด สิ่งที่ข้ารู้ก็เพียง มันจะต้องเกิดขึ้นในเพลาอีกไม่นานนี้อย่างแม่นมั่น … ว่าแต่เจ้าถามถึงเพียงผู้อื่น มิคิดห่วงอนาคตตนเองบ้างหรือไร?”

นางตะเคียนหันไปมองชายหนุ่มด้วยสายตาทึ่งระคนแปลกใจ เขาดูจะไม่สนใจความเป็นตายของตนเองสักเท่าไหร่นักกลับเอาแต่ถามถึงความปลอดภัยของหญิงสาวที่อยู่ในสภาพนิมิตเพียงฝ่ายเดียว

“… ถ้าผมเก่งกว่านี้ เก่งจนมีพลังวิชาอาคมไม่แพ้ใคร … ผมจะปกป้องคนที่ผมรักได้หรือเปล่า ?”

เอก หันมาจับหัวไหล่ทั้งสองข้างของนางตะเคียนในร่างของน้องหญิงเอาไว้แน่น สายตาของเขาที่จับจ้องมองมาดูจริงจังแน่วแน่อย่างที่สุด กิริยาที่แสดงออกถึงความรู้สึกอยากปกป้องคนรักของชายหนุ่ม ทำเอานางตะเคียนถึงกับหน้าแดงวูบวาบ ใจเต้นตึกตัก จนต้องแอบคิดไปว่าหากได้เป็นคนรักของเขา และได้รับการปกป้องเยี่ยงนี้เธอคงยินดีพลีกายเป็นหญิงสาวที่บาดเจ็บปางตายในภาพนิมิตให้เขาอย่างเต็มอกเต็มใจเลยทีเดียว

“เรามิอาจบอกได้ว่าเจ้าจักปกป้องผู้อื่นได้หรือไม่ แต่หากเจ้าตั้งจิตแน่วแน่ มิยอมแพ้ซึ่งความยากลำบาก เรากล้าสัญญาต่อเบื้องหน้าเทพาอารักษ์ทั้งหลายว่า เรา และ รักยม ของเจ้าสามารถที่จะทำให้เจ้าก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งหมอผีที่มีวิชาอาคมแก่กล้าจนมิแพ้พ่ายต่อผู้ใดได้ในเวลามิช้านาน”

นางตะเคียนเอ่ยตอบเขาด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ เธอมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นบุรุษเพศของเขาอย่างสุดหัวใจ อีกทั้งความรู้สึกวาบหวามก็แล่นพล่านวูบวาบไหวในกายจนมิอาจหักห้ามใจซบหน้าลงไปบนแผงอกของเขา พร้อมกับเอ่ยคำวาบหวาม

“… แต่ก่อนอื่นใด เจ้ามีสิ่งสำคัญต้องทำก่อนมิใข่หรือ … หรือเจ้าได้ลืมสัญญาที่ให้ไว้แก่เราเสียแล้ว …”

ชายหนุ่มไม่ตอบคำของนางตะเคียน ความรู้สึกกังวลใจคลายลงไปไม่น้อยเมื่อรู้สึกได้ว่าเขามีหนทางแก้ไขอันตรายเบื้องหน้าอีกทั้งเมื่อมีเรือนร่างโค้งเว้าอันงดงามสมบูรณ์แบบของน้องหญิงกอดกระชับอยู่ข้างกายด้วยแล้ว ความรู้สึกตื่นตัวแห่งบุรุษเพศก็เริ่มทำงานขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

เอก สวมกอดร่างของน้องหญิงที่มีนางตะเคียนสิงสู่อยู่ด้วยความรู้สึกผิดแผก ร่างเนื้อร่างเดิม แต่ร่างจิตที่เปลี่ยนไปก็ให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างไปไม่น้อย มันเป็นเหมือนความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจที่จะได้ร่วมรักเสพสมกับผู้หญิงแปลกหน้าสักคน เพียงแต่ว่าเป็นร่างของหญิงสาวที่เขาคุ้นเคยก็เพียงเท่านั้น

เขาเริ่มรุกเร้าด้วยการใช้มือลูบไล้ไปตามหัวไหล่กลมมน และท่อนขาขาวเรียว ก่อนค่อย ๆ ซุกมือลอดผ้าขนหนูขึ้นมาบีบคลึงแก้มก้นกลมดิกอย่างเบามือ จนอีกฝ่ายบิดตัวไปมาด้วยความสยิว จากนั้นจึงใช้มือเชิดคางของหญิงสาวขึ้นมา แล้วจูบบดขยี้กับริมฝีปากบางอย่างร้อนแรง

“อืมมมม อืออออ”

นางตะเคียนร้องครวญครางในลำคอด้วยความสุขอันล้นเหลือ แม้จะเคยสัมผัสรสจูบอันร้อนแรงของเขามาแล้วตอนที่อยู่ในร่างวิญญาณ แต่นั่นก็เป็นเพียงร่างนิมิตรที่เสกสรรค์ปั้นแต่งขึนมาด้วยเวทย์มนต์คาถา หากแต่ครานี้ทุกรสสัมผัส ล้วนแล้วแต่มาจากเนื้อหนังมังสาที่สัมผัสสื่อกันโดยตรง รสชาติอันหอมหวานของจูบจึงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กายจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

ผ้าขนหนูที่พันรอบกายสาวสวยค่อย ๆ หลุดออกจากร่างอย่างช้า ๆ จนเผยให้เห็นร่างงามสมบูรณ์แบบที่ยืนอาบแสงจันทราได้อย่างชัดเจน เอกกอดกระชับร่างงามเอาไว้แน่นก่อนซุกไซร้ใบหน้าลงไปตามซอกคอ และก้มหน้าลงไปดูดกินความหอมหวานของทรวงอกอวบอิ่มด้วยกิริยาอันหิวโหย ลีลาลิ้นอันพลิกพลิ้วของชายหนุ่มที่โลมเลียไปทั่วเนื้อนุ่มนิ่มเต่งตึงของสองเต้า ทำเอาสาวสวยแอ่นเด้งอกไหวไปมาจนแทบหายใจหายคอไม่ทัน

“อือออออ อืมมมมม อูววว เจ้าหนุ่มน้อยของข้า อูยยยยยย อือออ”

นางตะเคียนที่อ่อนหัดในเชิงกาม ร้องคราง สั่นระริกไหวไปมาประหนึ่งจะแตกสลาย ความกระสันเสียวที่หนักหน่วงเกินทานทนนั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างเหมือนเพลิงไฟที่แผดเผาร้อนแรง ใบหน้าสวยนั้นบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความหฤหรรษ์อย่างสุดแสน ความเสียวแปลบปลาบที่โดนดูดทิ้งปลายถันเร่งเร้าอารมณ์เสียจนจิตวิญญาณของนางตะเคียนแทบจะเตลิดหลุดออกจากร่างที่มีเลือดเนื้อของน้องหญิงเลยทีเดียว

ขณะที่นางตะเคียนปล่อยตัวหงายไปเบื้องหลังแอ่นอกอวบให้เขาฟอนเฟ้นได้อย่างเต็มที่ เอก ก็ซุกไซร้ใบหน้า พร้อมกับใช้ทั้งมือและปากบีบเคล้นละเลงใส่หน้าอกอวบมโหฬารจนแทบแหลกเละ เนื้อขาวนวลเนียนเต่งเด้งจึงโดนทั้งบีบ ทึ้งดึง ทั้งทึ้ง และดูดกัดจนปทุมถันที่เด้งเต่งงดงามแดงช้ำเป็นรอยจ้ำอย่างถ้วนทั่ว

“อะ โอออววววว หนุ่มน้อย อูวววว ว….”

ยิ่งเขารุกเร้ารุนแรง นางตะเคียนก็ยิ่งกระเจิดกระเจิงจนแทบคลั่ง มันเป็นทั้งความสุขสม และความทรมาณอัดอั้นที่ไม่เคยได้รู้สึกสัมผัสมาก่อน ยามเต้านมของร่างที่เธอสิงสู่โดนบีบขยำแรง ๆ เธอก็เสียวแปล๊บจนตัวงอ แต่พอเขาใช้ลิ้นและปากดูดเลียอย่างนุ่มนวล เธอก็เสียววูบจนน้ำลายสอ ความหฤหรรษ์อันแสนสยิวเติมความสุขอันล้นเหลือให้แก่เรือนร่าง หากกระนั้นมันก็ตามมาด้วยความทรมาณอัดอั้นที่บริเวณท้องน้อย ด้วยรู้สึกอยากจะสัมผัสกับความร้อนแรงแห่งเพศชายแบบเต็มเหนี่ยวเสียที

“อูววว หนุ่มน้อยยอดรักของข้า … สามีของข้า … ได้โปรดเถิด … ข้า … ข้าต้องการ”

นางตะเคียนออกแรงผลักไสใบหน้าของชายหนุ่มให้ผละออกจากทรวงอก ก่อนส่งเสียงร้องอย่างเว้าวอนด้วยใบหน้าอันแดงก่ำชายหนุ่มมองอาการร่านสวาทของนางตะเคียนในร่างของน้องหญิงด้วยความรู้สึกสาแก่ใจ ก่อนใช้มือกระตุกปลดผ้าขนหนูที่รอบเอวของตัวเองออกจนท่อนเอ็นที่แข็งปั๋งเต็มที่ดีดเด้งออกมาแสดงตัวตระหง่านชี้เด่ไปทางร่างเปลือยอันแสนอวบอัดน่าฟัด

ชายหนุ่มดึงร่างอวบจนแผ่นหลังเรียบเนียนเบียดชิดกับผนังระเบียงที่เป็นปูนพื้นเรียบ ก่อนขยับตัวเข้าไปเบียดแทรกช้อนสองขาของสาวสวยให้ขึ้นมาเกี่ยวกระหวัดไว้ที่สะโพกของเขา จากนั้นก็ใช้สองมือตะปบจับประคองที่แก้มก้นกลมกลึง แล้วดันร่างเข้าไปแนบประชิด พร้อมกับแอ่นเอวดันท่อนเอ็นที่กำลังร้อนผ่าวมุดแทรกเข้าไปในโพรงสวาทอันเปียกเยิ้มจนอีกฝ่ายสะท้านเฮือก

“โออออออ …. อูววววววว …. อืออออออออออ”

นางตะเคียนสั่นระริกไปทั้งร่าง แม้ว่าเจ้าของร่างอย่างน้องหญิงจะเคยผ่านเกมกามกับเขามาไม่น้อยแล้ว หากแต่สำหรับจิตวิญญาณของนางตะเคียนที่กำลังสิงสู่ควบคุมร่างอยู่นั้นเล่าไม่ต่างใด ๆ กับเด็กสาวไร้ประสบการณ์ เมื่อมาโดนเขาจู่โจมเข้าถึงใจกลางจุดยุทธศาสตร์ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแบบนี้ นางตะเคียนก็ถึงกับจุกในความเสียวอย่างไม่อาจจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอรู้แต่เพียงว่านับจากนี้ไปเธอคงจะไม่สามารถห่างหายจากรสสวาทอันแสนลึกล้ำนี้ได้อย่างแน่นอน

“โอววววววว …. อูววววววว …. อือออ โอววววว”

ความหฤหรรษ์ที่ยากจะทานทนยิ่งทวีความร้อนแรงอีกนับสิบๆ เท่า เมื่อเขาเริ่มขยับบั้นเอวกระชากเอาความแข็งแกร่งออกไปก่อนที่จะอัดเด้งมันกลับเข้ามา ความสุขกระสันต์แห่งไฟสีดำมืดที่แผดเผาเร้าอารมณ์รอบแล้วรอบเล่า ทำเอานางตะเคียนคล้ายเมามายคล้ายหลับไหลอยู่ในความฝันแสนหวานที่ไม่อยากลืมตาตื่น เธอได้แต่สูดปากร้องส่งเสียงครวญครางจนก้องเข้าไปในป่าจนกิ่งไม้ใบหญ้าสั่นไหว

“หนุ่มน้อย หนุ่มน้อย ๆ โออ ซี้ดดดสสส สุดที่รัก อูววว สามีของข้า … ข้า … ข้า … อะ อ๊ายยยยยย”

นางตะเคียนที่มิอาจจะทานทนกระแสแห่งความเสียวซ่านอันเชี่ยวกราก ส่งเสียงกรีดร้องลั่นขณะที่เด้งไหวร่างทั้งร่างไปมาอย่างร้อนแรง เสียงแห่งความสุขสมที่แฝงด้วยพลังแห่งเจ้าพฤกษาคล้ายจะแว่วดังไปทั่วผืนป่าที่อยู่ด้านหลังโรงแรมม่านรูด จนต้นไม้ใบหญ้าน้อยใหญ่ต่างพาสั่นไหว รวมไปถึงเหล่าแมลงที่หากินกลางคืนที่ต่างพากันส่งเสียงเซ็งแซ่ และหิ่งห้อยที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองอยู่ในป่านับร้อยตัวต่างก็พากันบินวนเข้ามาใกล้ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่างจนแลดูคล้ายว่าเขาและเธอกำลังดื่มด่ำร่วมรักกันอยู่บนหมู่ดาวก็มิปาน

……………………………………………………………………………………….

“… หนุ่มน้อยยอดรัก … เจ้ารู้หรือไม่ ว่าตัวข้าใฝ่หาสิ่งใดตลอดมา นับตั้งแต่ถูกจองจำอยู่กับต้นตะเคียนมาหลายร้อยปี …”

นางตะเคียน เผยอปากเอ่ยเสียงวาบหวามแผ่วกระซิบขณะซบหน้าใบหน้าชุ่มเหงื่ออยู่บนหัวไหล่ของชายหนุ่ม รสสวาทอันแสนสุขสันต์คราแรกจากชายหนุ่มที่เธอมีใจใฝ่รักนับแต่รอคอยมาหลายร้อยปีคล้ายจะแผดเผาเรี่ยวแรงแห่งดวงจิตของเธอไปเสียจนเกือบหมด

“… น่าจะเป็น ความอิสระ “

ชายหนุ่มตอบแบบไม่ต้องคิดมาก ขณะยังคงยืนหยัดประคองดันร่างอวบเปลือยของสาวสวยชิดอยู่กับฝาผนัง

“มิผิด … ข้าใฝ่ฝันมานานนัก ว่าจักสลัดบ่วงกรรม แล้วเดินทางท่องโลกหล้าเสาะหาสิ่งแปลกใหม่ให้เบิกบานใจ .. หรือไม่แล้ว ก็ไปเกิดใหม่เสียสักครา”

“ตอนนี้พี่สาวก็เป็นอิสระแล้ว อยากจะทำอะไรก็ได้”

เอก เอ่ยกระซิบพลางพรมจูบไปที่แก้มและใบหูของอีกฝ่าย

“เจ้าเป็นคนปลดปล่อยข้า เจ้าคิดว่า ข้าควรทำสิ่งใดกับอิสระเสรีที่ข้ามีดีเล่า ให้ข้าไปท่องเที่ยวอย่างเดียวดายหรือไปเกิดใหม่แล้วลืมให้สิ้นซึ่งเรื่องราวที่ผ่านมา หรือจักให้ข้าทำสิ่งใด”

นางตะเคียน ยันตัวขึ้นมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่ม คำถามนั้นเหมือนไม่มีอะไรตามแบบฉบับของสตรีเพศ หากแต่เบื้องลึกแล้วชายหนุ่มกลับรู้สึกได้ว่าตอนนี้นางตะเคียนไม่ได้ต้องการทำทั้งสองอย่างที่พูดออกมา

“ไม่เห็นจะยากเลย ถ้าพี่สาวยังคิดไม่ออกก็อยู่กับผมไปก่อน เพราะผมก็อยากให้พี่สาวอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว แล้วพอวันไหนที่พี่สาวคิดออกว่าอยากทำอะไร พี่สาวก็ค่อยทำตามใจตัวเอง”

สิ้นเสียงตอบของชายหนุ่ม นางตะเคียนก็รีบฟุบหน้ากลับลงมาบนหัวไหล่ของชายหนุ่มอีกครั้งเพื่อซุกซ่อนรอยยิ้มหวานมิยอมให้ใครได้เห็น ก่อนส่งเสียงหวานออดอ้อนออกมา ซึ่งแม้ว่าเธอจะมีความลังเลใจอยู่บ้างว่าจะทำสิ่งใดต่อไป แต่เพียงแค่เขาบอกว่าเขาต้องการให้เธออยู่กับเขาต่อไป เธอก็ได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ว่าเธอจะทำอย่างไรกับอิสระเสรีที่เธอได้รับมา

“เจ้าจะอยากให้ตัวข้าอยู่ด้วยกับเจ้าไปใยเล่า ข้าเป็นเพียงผีสาวที่ไร้ซึ่งเนื้อหนัง มิเหมือนเช่นบรรดาผู้หญิงของเจ้า”

“ไม่เห็นจะต้องมีเหตผลอะไรเลย ผมก็แค่อยากอยู่ด้วยกันกับผู้หญิงที่ผมรู้สึกรัก รู้สึกผูกพันธ์”

นางตะเคียนแอบยิ้มอยู่บนไหล่เขาจนแก้มแทบปริ เธอกอดรัดร่างของเขาแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกวาบหวามอิ่มเอมในความสุขที่เอ่อล้นออกมาจนเหลือคณานับ เพียงได้ยินคำว่ารักออกมาจากปากของเขา เธอก็รู้แล้วว่าหากไร้ซึ่งผู้ชายคนนี้เธอก็คงไม่มีทางไปที่ไหนได้อีกแล้ว

“เจ้าหนุ่มน้อยมากรัก … แต่เอาเถิด … ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าอยู่ด้วย ข้าก็จักอยู่ด้วยกับตัวเจ้า … เช่นนั้น จงรับข้าเป็นหนึ่งในผีบริวารแห่งเจ้าเถิด ตัวข้าจักได้สามารถติดสอยห้อยตาม คอยคุ้มครองดูแลเด็กน้อยอย่างเจ้าได้”

“ผีบริวาร ?”

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ผีบริวารก็เฉกเช่นเดียวกับรักยมของเจ้าอย่างไรเล่า หากมิได้เป็นผีบริวารตัวข้าก็มิอาจติดตามเจ้าไปได้ในทุกที่ อีกทั้งหากตัวข้าหมดสิ้นซึ่งพลัง ข้าก็จักสามารถกลับมาหลับไหลพักฟื้นอยู่ในวัตถุอาคมกับเจ้าได้ เช่นเดียวกับรักยม ที่พวกมันก็สิงสถิตย์อยู่ภายใต้ตุ๊กตาไม้ลงอาคม และที่สำคัญที่สุด หากข้ามีนายแล้ว หมอผีอื่นใด ก็มิอาจจะบังคับให้ข้าเป็นข้าทาสบริวารของพวกมันได้”

“วัตถุลงอาคม ? ผมมีซะที่ไหนล่ะ แล้วพี่สาวจะสิงอยู่ในอะไร? ”

“จงรับกุญแจนี้ไว้ และเก็บรักษามันไว้กับตัวเจ้า”

นางตะเคียนยิ้มตอบ ขณะยื่นมือส่งอะไรบางอย่างให้กับเขา ซึ่งเมื่อเขายื่นมือมารับก็พบว่ามันเป็นจี้ห้อยคอมากกว่าจะเป็นกุญแจ อย่างที่นางตะเคียนบอก ที่ตัวเชือกคล้ายเป็นสายสิญจน์สีขาวหม่น แต่ส่วนตัวจี้ หรือตัวกุญแจตามที่นางตะเคียนบอกนั้นมีรูปร่างคล้ายหยดน้ำสีเงินแวววาวที่สะท้อนแสงคล้ายโลหะ หากสัมผัสที่มือก็ไม่เย็นเยียบกระด้างเฉกเช่นโลหะทั่วไป มันอุ่นวูบวาบ มีพลังแห่งมนตราไหลวนไปมาคล้ายเหมือนมีชีวิตอันทรงพลังอาศัยอยู่ภายใน อีกทั้งยังความแวววาวนั้นก็ช่างดึงดูดสายตาของเขาให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มจนแทบมิอาจวางตา

“นี่เป็นสมบัติที่ข้า และต้นตระกูลของข้าเก็บรักษาไว้มาแสนนาน … ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่ง มันจะมีประโยชน์ต่อตัวเจ้ามิใช่น้อย … แต่สำหรับเพลานี้ หากเจ้าต้องการรับผีตนใดเข้าเป็นบริวาร ก็ให้พวกมันเข้ามาอยู่ในสิ่งนี้เช่นเดียวกับตัวข้าได้ … จงจำไว้ ยิ่งเจ้ามีบริวารที่เก่งกาจเพียงใด เจ้าก็ยิ่งเก่งกาจมากเพียงนั้น”

นางตะเคียนยิ้มน้อย ๆ ในท่าทีที่คาดเอาไว้แล้วของเขา เธอหยิบเอาจี้ห้อยคอรูปหยดน้ำออกจากมือของชายหนุ่ม ก่อนนำไปคล้องคอให้กับเขา

“ถ้างั้นมีผีบริวารเยอะก็มีแต่ข้อดีน่ะซิ ?”

เอก เอ่ยถาม แต่สายตาก็ยังไม่อาจละไปจากความรู้สึกพิศวงของจี้ห้อยคอที่รูปร่างเหมือนหยดน้ำนั้นได้

“มิอาจกล่าวเช่นนั้นได้ … การมีผีบริวาร หมายความว่า ยอมรับให้วิญญาณเหล่านั้นแบ่งใช้พลังเวทย์แห่งผู้ถือครอง ซึ่งหากผู้ถือครองมิมีพลังเวทย์เพียงพอ ก็อาจจะถูกดูดกินพลังจนสิ้นชีวีได้ อืมมม อีกทั้งเจ้าของจักต้องคอยดูแลเอาใจใส่ผีบริวารด้วย อย่างเช่น รักยมเจ้าก็ต้องหาขนม หาของเล่นเซ่นไหว้ให้พวกมัน ดังนั้นเจ้าควรเลือกเฟ้นหาเฉพาะผีที่มีฝีมือพอตัว… แต่ข้าว่าสำหรับตัวเจ้าที่มีพลังขนาดนี้ คงเลี้ยงผีสาวไว้ได้สักร้อยตนกระมัง”

นางตะเคียนแอบกล่าวแขวะชายหนุ่มทิ้งท้าย

“ว่าแต่เลี้ยงรักยมต้องเลี้ยงด้วยขนมกับของเล่น แล้วเลี้ยงพี่สาวตะเคียน จะต้องเลี้ยงด้วยอะไรล่ะ … ถ้าเลี้ยงแบบเมื่อกี้นี้ก็สบายรับรองได้ว่าจะเลี้ยงให้เต็มอิ่มทุกวันเลย”

เอกไม่สนใจคำค่อนแคะ แถมยังแอบหยอกนางตะเคียนกลับอีกต่างหาก

“ฮึ ให้มันจริงดังปากว่าเถิด ถ้าเจ้ามิทำให้ตัวเราพอใจ เราจะหนีไปอยู่ที่อื่นเสียให้ดู … เอาเถิด เพลานี้เราอ่อนแรงเต็มทีแล้ว สมควรต้องพักผ่อนเสียบ้าง … หากเจ้าอยู่ในภยันตราย หรือต้องการเรียกใช้เรา จงเอ่ยชื่อแห่งเรา แล้วเราจะออกมาต่อหน้าเจ้า”

“ชื่องั้นเหรอ … ลืมไปเลย มัวแต่เรียกว่าพี่สาว แล้วพี่สาวตะเคียนชื่ออะไรล่ะ”

นางตะเคียนไม่ได้ตอบคำถามใด เธอเพียงหลับตาพริ้มลงก่อนที่ร่างวิญญาณสีเขียวโปร่งใสจะค่อย ๆ ลอยออกมาจากร่างเนื้อของน้องหญิง จนร่างของน้องหญิงฟุบลงกับไหล่ของเขา จากนั้นร่างวิญญาณจึงแปรสภาพเป็นเหมือนควันลอยล่องหายเข้าไปในจี้ห้อยคอของเขา และเมื่อกลุ่มควันได้หายวับเข้าไปในโลหะสีเงินวาวรูปร่างคล้ายหยดน้ำนั้นแล้ว ก็แว่วเสียงของนางตะเคียนดังออกมา

“แก้วกานดา … ผู้คนเคยเรียกหานามของข้าว่า ท่านหญิงแก้วกานดา วรผกาวรรณ”

……………………………………………………………………………………….

Related

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 54 กุญแจ"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

YOU MAY ALSO LIKE

hero manager
Hero Manager
August 27, 2022
Tales of a Harem in Another World
Tales of a Harem in Another World
June 29, 2022
ดูหนังแก้เหงา
June 16, 2023
ทีใครทีมัน
June 21, 2023

© 2026 Madara Inc. All rights reserved