ตอนที่ 1
ครูสาว ตอนที่ 1
เอี๊ยดดด…เสียงรถสองแถวเก่าคร่ำคร่าเบรกจอดส่งผู้โดยสาร ถนนดินลูกรังหน้าแล้งทำให้ฝุ่นฟุ้งคลุ้งเต็มถนน เมื่อสองแถววิ่งโคลงเคลงจากไปและฝุ่นจางลง หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงศาลาไม้ที่พักผู้โดยสารเก่าแก่ สายตาเธอมองไปมาเพื่อหาผู้ที่จะมารับ
“เอ่อ…ครู ครูใช่ไหมครับ”
เสียงทักดังขึ้นข้างหลังจนเธอตกใจหันขวับไปมองต้นเสียง ชายชราอายุราวหกสิบปี ผิวดำสนิทมีรอยสักครึ้มไปทั่วเนื้อที่โผล่พ้นผ้าออกมานั้น ศีรษะของแกล้านแทบไม่มีผม ยืนยิ้มเห็นฟันเหลืองเป็นคราบ
“ผ๊ม…ชื่อมีครับ เป็นภารโรงของโรงเรียน ครูใหญ่ท่านสั่งไว้ให้มารับ เอ่อ…ครู…”
“หนูชื่อญาดา เรียกหญิงก็ได้ค่ะลุง” เธอพูดและยิ้มอย่างสุภาพ
“ครับๆครูหญิง มีของมาแค่นี้หรอครับ”
ลุงมีกวาดตามองกระเป๋าเสื้อผ้า และกล่อง 2-3 ใบ
“ค่ะ หนูเพิ่งบรรจุมาสอนที่นี่เป็นที่แรก ยังไม่รู้เลยว่าต้องเตรียมอะไรมาบ้าง”
“อ๋อ…ไม่เป็นไรหรอกครับ โรงเรียนบ้านโคกสวาทนี่มันเล็ก ของที่ครูเตรียมมาคงเกินพอที่จะสอนเด็กๆที่นี่ล่ะครับ”
แกพูดพลางหัวเราะ ขณะที่หญิงสาวหน้าแดง
“ลุงคะ หนูสงสัยตั้งแต่ได้เห็นชื่อโรงเรียนที่ได้บรรจุแล้ว ทำไมที่นี่เขาเรียกว่า เอ่อ…บ้านโคกสวาทล่ะคะ ลุงรู้ไหมคะ พอเพื่อนๆหนูได้ยินชื่อโรงเรียนที่หนูจะมาสอนมีแต่คนหัวเราะ”
“ฮ่าๆๆๆ” ลุงมีหัวเราะจนน้ำลายกระเซ็น
“ที่นี่เดินเขาเรียกโคกสว่างครับครู ไปๆมาๆไหงทางอำเภอเขาไปเปลี่ยน เป็นโคกสวาทได้ อันนี้ลุงก็ไม่รู้ว่ามันเพี้ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
ลุงมีและครูสาวคุยกันขณะขนของขึ้นวางและมัดบนตะแกรงเหล็กท้ายรถมอเตอไซค์คันเก่าคร่ำคร่า
“ที่นี่ติดชายแดนเขมร รถราวิ่งผ่านก็น้อย อย่างสองแถวที่ครูนั่งมามันก็มีวันละเที่ยวเท่านั้นล่ะครับ ผ๊มว่า อยู่ที่นี่ไปเขมรง่ายกว่าเข้าอำเภอ”
ลุงมีชี้มือไปทางหุบเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก
“โน่นน่ะครับครู เลยดงนั่นไปก็เขตเขมรแล้ว ผ๊มละสงสัยจริงๆ”
แกพูดพลางหันมามองหน้าสาวสวย
“ครูทั้งสาว สวย หุ่นดี ไม่น่ามาเป็นครู และไม่น่ามาอยู่ไกลขนาดนี้เลยนะครับ”
สายตาที่มองสำรวจทั่วร่างของลุงมีทำให้ญาดาหน้าแดง
“หนูตั้งใจอยากจะให้ความรู้กับเด็กๆที่อยู่ห่างไกลน่ะค่ะ ให้ชีวิตเขาดีขึ้น” ลุงมียิ้ม
“แบบนี้เขาเรียกว่ามีอุดมสติใช่ไหมครับครู”
“อุดมคติต่างหากค่ะลุง”
เธอรู้สึกปลอดโปร่งและสบายใจขึ้นเมื่อได้พูดคุยกับภารโรงเฒ่าอย่างเป็นกันเอง
“ขึ้นรถเถอะครับครู เดี๋ยวจะมืดเสียก่อน ที่นี่มืดๆไม่มีใครเขาออกไปไหนกันหรอกครับ”
“ทำไมหรอคะลุง”
“ครูอยู่ไปก็จะรู้เองล่ะครับ”
ลุงมีพูดพลางยิ้มน้อยๆ ขณะที่ก้าวขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของลุงมี ด้วยความที่เบาะรถสั้นทำให้หน้าอกอวบของครูสาวไปถูกับหลังภารโรงเฒ่าโดยที่ เธอไม่ได้ตั้งใจ
“โอ๊ะ…ขอโทษค่ะลุง”
เธอตกใจและอายเพราะตั้งแต่โตเป็นสาว เธอแทบจะไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายเลย เพราะที่บ้านของเธอหัวโบราณมาก ญาดาเลยได้เรียนแต่โรงเรียนหญิง และมีแต่เพื่อนผู้หญิงมาตลอด หากมีหนุ่มๆกล้ามาจีบเธอ พ่อเธอจะรีบไล่ตะเพิดด้วยความรักและ หวงลูกสาวคนเดียว แต่พอที่บ้านรู้ว่าเธอต้องการจะมาเป็นครูที่นี่ ไม่ว่าจะคัดค้านอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้ พ่อและแม่เธอจึงจำใจต้องปล่อยให้เธอมาเผชิญชีวิตด้วยความรักและเป็นห่วง
“ขอโทษอะไรหรอครับครู”
แม้ว่าลุงมีจะรู้ว่าเธอขอโทษเรื่องอะไร แต่ด้วยความเก๋าของแก เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ถนนที่นี่ขรุขระหน่อยนะครู”
แกขับช้าๆ ขณะที่รถตกหลุมแต่ละครั้งหน้าอกนิ่มๆของครูหญิงคนสวยก็มาชนกับแผ่นหลังแกทุก ครั้ง แก่นกายขนาดใหญ่ที่นอนสงบอยู่ในกางเกงเริ่มแข็ง ตัวขึ้นเรื่อยๆ ลุงมีพยายามทำตัวปกติไม่ให้ผิดสังเกตโดยการชวนครูหญิงคุยไปเรื่อยๆ ซึ่งแรกๆนั้นเธอพยายามนั่งห่างจากลุงมีแต่เพราะเบาะรถที่สั้นเพราะลุงมีตัด ส่วนท้ายออกเพื่อวางตะแกรงเหล็กขนของ โดยปกติแกนั่งขับคนเดียวก็จะนั่งได้สบายพอดีๆ แต่เมื่อมีคนมาซ้อน ไม่ว่าครูหญิงจะขยับออกห่างยังไงก็ได้ระยะไม่กี่นิ้ว ลุงมีเองก็ท่าทางไม่ได้แสดงท่าทางอะไรผิดปกติ เธอจึงเริ่มทำตัวสบายๆขึ้น ระยะห่างที่เธอพยายามตั้งใจเว้นไว้ก็ค่อยๆหดสั้นลง
เมื่อรถขับมาได้ไม่ถึงสองกิโลลุงมีกับครูหญิงคนสวยก็นั่งเบียดชิดกันจนลุงมี ต้องเม้มปาก เพราะเบื้องหลังของแกนั้นรู้สึกได้ถึงอกอวบนิ่มสองก้อนบดเบียดหลังแกอยู่ ไล่ลงมาแกรู้สึกได้ว่าทั้งตัวของครูคนสวยแนบกับแก เนินเนื้อนุ่มนิ่มนั่น…แกสัมผัสได้เพราะมันมาแนบกับก้นเหี่ยวๆของแก และขาอวบนิ่มของครูหญิงก็กำลังแนบคีบท่อนขาดำๆของแกอยู่ ลุงมีเพลิดเพลินจนลืมที่จะคุย
“ลุงคะ…ลุง” คนสวยยื่นหน้าเข้าไปด้านข้างของลุงมี
“ครับ” แกหันขวับปากดำๆของแกกระทบเข้ากับแก้มขาวหอมของครูสาว
“อุ๊ย” เธอสะดุ้งหน้าแดง
“ข…ขอโทษครับครู ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“หนูผิดเองค่ะ คิดว่าลุงไม่ได้ยินที่เรียก ก็เลย…”
“ช่างมันเถอะครับ เอาล่ะ ถึงพอดี”
รถมอเตอร์ไซค์ขับผ่านบริเวณลานดินกว้างและเพิงไม้โล่งๆ ซึ่งมีฝากั้นห้องแบ่งตรงกลางซึ่งใช้แทนกระดานดำ หากญาดาไม่เห็นเสาไม้สูงซึ่งเป็นเสาธงแล้วเธอจะไม่รู้เลยว่านี่คือโรงเรียน บ้านโคกสวาท ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเธอนั่นเอง
“เป็นไงครับครู เห็นโรงเรียนแล้วเงียบไปเลย”
ลุงมีหันมาถามพลางหัวเราะ
“ก็…มีอะไรที่ต้องพัฒนาอีกเยอะนะคะ”
รถวิ่งวนไปจอดที่ด้านหลัง ซึ่งมีสภาพเป็นกึ่งป่ามีต้นไม้ร่มครึ้ม มีเรือนแถวไม้หลังเล็กๆปลูกอยู่ สภาพของมันดูแล้วไม่ต่างจากเพิงพักคนงานก่อสร้างเท่าไหร่ เพียงแต่มันดูเก่ากว่ามาก ประตูห้องริมซ้ายสุดเปิดออก ชายกลางคนวันราวๆห้าสิบตัวอ้วนใหญ่ผิวดำพุงพลุ้ย เดินโซเซลงบันไดหน้าเพิ่งพักลงมา
“ครูหญิงครับ นี่ครูใหญ่ครับ” ลุงมีแนะนำ
“สวัสดีค่ะครูใหญ่”
สาวสวยไหว้อย่างนอบน้อม ครูใหญ่ยกมือรับไว้โดยกุมมือขาวนุ่มของญาดาไว้
“ซ…ซาหวัด…ดี เอื๊อก ครับ”
กลิ่นเหล้าโชยคลุ้งออกมาจากปากของครูใหญ่
“โผมชื่อ…โสมควร เป็นครู…หญ่ายครับ”
ตาปรือแดงก่ำมองหน้าและหุ่นของครูสาวจนตาเยิ้ม
“เอ่อ…เอ่อ…ค่ะ” เธอดึงมือออกจากมือสากใหญ่ของครูใหญ่
“ไอ้มี…พา…พาครูไปดูห้อง” ครูใหญ่สั่งแล้วหันมาทางญาดา
“ขอ…ขอตัวนะครับ…ม…มีธุระ” พูดจบก็เดินโซเซกลับเข้าห้อง
“นี่เป็นบ้านพักครูครับ เชิญครูขึ้นไปเลยครับ ห้องกลางครับ ผมเปิดไว้ให้แล้ว เดี๋ยวผมขนของขึ้นไปให้”
ญาดายืนอยู่กลางห้องโล่งๆ ขนาดราว 3×4 เมตร
“นี่มันกุฏิพระแล้วลุง ไม่ใช่บ้านพักครูแล้วค่ะ”
เธอพูดกับลุงมีพลางยิ้ม
“ครูจะอยู่ได้ไหมครับ”
“ได้สิคะ ว่าแต่ ห้องน้ำอยู่ไหนคะลุง”
“อ๋อ…อยู่หลังเรือนพักน่ะครับ ที่นี่น้ำมันน้อยเลยต้องทำเป็นห้องน้ำรวมกัน”
ญาดาเปิดหน้าต่างด้านหลังซึ่งมองไปเห็นห้องน้ำสังกะสีปุปะอยู่ไม่ไกลนัก
“ถ้าครูจะอาบน้ำ ให้รีบอาบก่อนค่ำนะครับ ที่นี่ตะวันตกดินแล้วหนาวมาก เดี๋ยวครูจะไม่สบาย” ลุงมีบอกอย่างเป็นห่วง
“ขนของเรียบร้อยแล้วล่ะครับ ถ้าต้องการเรียกใช้ผม ผมอยู่เพิงเลยห้องน้ำไปอีกหน่อยนะครับ เดินสัก 5 นาทีก็ถึง”
“แล้ว…แล้วลุงมีอยู่กับใครคะ”
“ผมอยู่คนเดียวครับ นานๆลูกชายกลับมาจากในเมืองจะมาอยู่ด้วยครับ”
“แล้วเอ่อ…ครูใหญ่ล่ะคะ”
“อ๋อ…เมียแกเพิ่งตายเมื่อ 3 เดือนมานี่เองครับ แกเสียใจมากกินเหล้าทุกวัน เฮ้อออ”
ลุงมีพูดขณะเดินออกจากห้อง
“แล้วห้องทางขวาล่ะคะ”
ลุงมีสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับมาทางญาดา แกหยุดยิ้มเหลือบตาไปมองห้องทางขวาซึ่งปิดสนิท
“แล้วครูก็รู้เองครับ” แกพูดเบาๆแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง
“เดี๋ยวตอนหัวค่ำผมจะเอาข้าวมาให้นะครับ ครูมาวันแรกคงไม่ได้ตระเตรียมอะไร อาหารชาวป่าน่ะครับ ผมทำเอง ตอนนี้ยังไม่มืดครูรีบอาบน้ำเถอะครับ ผมตักน้ำไว้ให้แล้ว”
พูดจบแกก็เดินจากไป ญาดามองจากหน้าต่างหลังห้องเห็นหัวลุงมีผลุบโผล่หายไปทางหลังห้องน้ำ
“จะอยู่ได้ไหมเนี่ย เฮ้อออ ไม่เป็นไรสู้ๆ”
เธอพูดกับตัวเองพลางเริ่มรื้อกระเป๋า ทันทีที่เปิดกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่เธอก็ชะงัก
“ตายแล้ว…”
เธอรื้อเสื้อผ้าออกมา ซึ่งมีแต่สายเดี่ยว เกาะอก เสื้อกล้ามและกระโปรงสั้นจุ๊ด
“อะไรเนี่ย สงสัยสลับกระเป๋ากับใครแน่เลย”
เธอจำได้ว่าก่อนขึ้นรถสองแถว เด็กรถที่ผูกกระเป๋าอยู่ข้างบนวางกระเป๋าเธอลงข้างๆกับอีกใบหนึ่งซึ่งสีและแบบเหมือนกัน
“ตายจริง ทำยังไงดีเนี่ย”
เธอรำพึงขณะหยิบจีสตริงบางแจ๋วขึ้นมองส่องพลางถอนใจ
“เฮ้อออ ทำไงได้ อธิบายให้ครูใหญ่ฟังก็แล้วกัน บ้านนอกขนาดนี้คงไม่มีผู้ใหญ่เข้ามาตรวจมั๊ง อาบน้ำดีกว่า”
ญาดาก็มีข้อดีตรงนี้ คือเธอทำใจยอมรับแล้วไม่นำความผิดพลาดในอดีตมาคิด เธอรื้อกระเป๋าเจอผ้าขนหนูเล็กๆผืนหนึ่ง
“ผ้าถุงไม่มี อาบยังไงเนี่ย สงสัยต้องแก้ผ้าอาบแล้ว”
เธอไม่เคยแก้ผ้าอาบน้ำในห้องน้ำต่างจังหวัดหากไม่ได้พักโรงแรม ทุกครั้งที่เธอไปเที่ยวเธอจะต้องนุ่งผ้าถุงอาบน้ำทุกครั้ง แต่นี่สถานการณ์มันบังคับ เธอผลัดชุดเดินทางในห้องน้ำแล้วรีบตักน้ำจากโอ่งอาบและรีบขึ้นห้องอย่างรวด เร็ว