Home Post 4600-010-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1

4600-010-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1

หลังจากถล่มชุมชนของพวกสางเขียวราบเป็นหน้ากองไปแล้ว คณะของรพินทร์ก็บ่าย
หน้ากลับไปยังแค้มป์ใหญ่ ซึ่งพวกมาเรียได้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
ตอนบ่ายกว่าๆของวันรุ่งขึ้น คณะของรพินทร์จึงได้กลับไปถึงแค้มป์ใหญ่ เมื่อทุกคนได้
พบกันพร้อมหน้าโดยสวัสดิภาพ ต่างก็แสดงความยินดีกันที่ผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ แม้จะต้องสูญเสีย
สเตเกล สามีของมาเรียไป
มาเรียและส่างปา ตกลงใจที่จะร่วมเดินทางไปตามหา อนุชาหรือพรานชดพี่ชายอีกคน
หนึ่งของดารินด้วย ซึ่งก็ยังความยินดีแก่ดารินเป็นอย่างมาก เพราะเธอจะได้มีเพื่อนผู้หญิงร่วมเดินทาง
ไปด้วย ไม่ใช่มีแต่เธอคนเดียว
คืนนั้นเชษฐาเรียกรพินทร์เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ เกี่ยวกับเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไป
โดยรพินทร์เอาแผนที่โบราณที่มังมหานรธา แม่ทัพใหญ่ในอดีตของพม่าเป็นผู้จัดทำขึ้น และคณะของ
เขาก็ยึดเอาเป็นหลักในการเดินทางครั้งนี้ ออกมากางเปรียบเทียบกับฉบับที่เขาคัดลอก
ในแผนที่ฉบับคัดลอก ซึ่งเขาได้ตีเส้นกำหนดแนวเส้นทางเดินนับจากหมู่บ้านหล่มช้าง
ของคะหยิ่นมาที่บริเวณเขาหัวแร้ง ซึ่งเป็นจุดที่คณะของเขาพบกับส่างปาในครั้งแรก จากนั้นก็เดินทาง
ตามส่างปาเบี่ยงไปทางตะวันออกสี่สิบห้าดีกรีเป็นเวลาครึ่งวัน จนมาถึงจุดตั้งแค้มป์ใหญ่นี้ เขาอธิบาย
ให้คณะนายจ้างรวมทั้งมาเรียฟังต่อไปว่า
“จากจุดที่เราพบส่างปาถ้าเดินทางไปตามเส้นทางเดิม เราจะใช้เวลาประมาณสองวันจะ
ไปถึงบริเวณไหล่เขาหัวแร้ง แต่ตอนนี้เราออกนอกเส้นทางมาเป็นระยะทางครึ่งวัน คุณไชยยันคิดว่าเรา
ควรจะย้อนกลับไปตั้งต้นที่จุดที่เราพบส่างปาดี หรือเราจะขีดเส้นเดินทางจากจุดนี้ไปที่เขาหัวแร้งโดย
ตรงเลยดีครับ”
“ถ้าดูจากแผนที่ ระยะทางจากจุดนี้ ไปที่เขาหัวแร้งเราน่าจะเดินทางสองวันเท่ากันใช่
มั้ยรพินทร์” ไชยยันถาม
“ใช่ครับ ถ้าเป็นที่ราบ แต่ดูจากสัญญลักษณ์ที่มังมหานรธาเขียนไว้ เราจะต้องข้ามสัน
เขาลูกนี้ไป ซึ่งอาจทำให้เราเสียเวลาเพิ่มขึ้น” รพินทร์ตอบ
“แต่ทางเก่าเราก็ต้องข้ามแม่น้ำด้วยใช่มั้ย” เชษฐาแทรกขึ้น
“ครับ คุณชายเข้าใจถูกต้องแล้วครับ ถ้าจะไปทางเก่าเราอาจต้องใช้เวลาถึงสามวัน
เพราะเราต้องรวมระยะทางจากจุดที่เราอยู่ไปยังจุดที่พบส่างปาด้วย” รพินทร์ตอบ
“เอายังไงดีเชษฐา เรื่องเวลาคิดว่าคงไม่แตกต่างกันมากนัก แต่จะเลือกเดินขึ้นเขาหรือ
จะต่อแพข้ามน้ำดี ไม่รู้ว่าในน้ำมีอะไรหรือเปล่า บรื้อ.!” ไชยยันถาม
“คิดเพ้อเจ้อไปได้ไชยยัน” ดารินแทรกขึ้น
“ไม่ได้คิดเพ้อเจ้อ แต่อะไรก็เป็นไปได้สำหรับป่าแห่งนี้” ไชยยันโต้กลับ
“แต่ฉันคิดว่า เจอแหล่งน้ำดีกว่านะ เพราะเราจะไม่ต้องปวดหัวเรืี่องน้ำดื่มและอาหารสด
เรื่องที่ไชยยันวิตก เราก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นหรือเปล่า” มาเรียออกความคิดเห็นบ้าง
“ฉันก็คิดเหมือนเมย์นะ” ดารินสนับสนุนขึ้น
“พวกผู้หญิงนี่ขาดน้ำไม่ได้เลยนะ เป็นไงกลัวไม่มีน้ำอาบหรือไง” ไชยยันแซว
“ใช่ พวกฉันไม่สกปรกเหมือนเธอนี่ เจ็ดวันอาบน้ำหนเดียว ระวังเหอะขี้กลากจะขึ้น”
“เชอะ จ้างก็ไม่ขึ้น เนอะรพินทร์เนอะ” ไชยยันพูดลอยหน้าลอยตา
“ไม่ต้องหาพรรคพวกเลย รพินทร์เค้าไม่สกปรกเหมือนเธอหรอก” ดารินเถียง
“เธอรู้ได้ยังไงว่ารพินทร์ไม่สกปรก เธออาบน้ำให้เขาเหรอ ยายบ๊อง!” ไชยันตอบโต้
ก่อนที่จะไปกันใหญ่ เชษฐาก็ปรามขึ้นว่า
“พอได้แล้วทั้งสองคน เถียงกันมาตั้งแต่เล็กยังไม่พออีกเหรอ เดี๋ยวก็ให้ไปเถียงกันข้าง
นอกให้พอเลย ไม่ยอมโตกันสักที”
ดารินกับไชยยันจึงได้หยุด แต่ก็ยังค้อนกันประหลักประเหลื่อ เชษฐาเลยสรุปว่า
“เอาเป็นว่าเราย้อนกลับทางเดิมดีกว่ารพินทร์ ยอมเสียเวลามากหน่อย แต่เราจะได้ไม่
มีปัญหาเรื่องน้ำกินและอาหาร”
“ครับคุณชาย ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ” รพินทร์พูดขึ้นแล้วเก็บแผนที่ทั้งสอง
จากนั้นก็เดินออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ เขาคิดในใจว่า แม่ดอกฟ้าดารินของเขานี่ ถึงจะผ่านเรื่องร้ายๆมา
หยกๆ แต่ก็ทำใจได้รวดเร็ว พร้อมจะยืนหยัดสู้ได้เสมอ เขาคิดถึงใบหน้าเชิดพร้อมสู้ตาย ยามที่เถียง
กับไชยยันของเธอแล้ว ทำให้เขาอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ให้มันได้อย่างนี้ซิครับ คุณหญิงของผม
รพินทร์เรียกพรานทั้งสี่ แงซาย คะหยิ่น และส่างปามาสั่งให้แบ่งเวรเฝ้ายามกัน และ
กำชับให้ทุกคนอย่าประมาท แล้วเขาก็แยกไปนอนพักผ่อนในที่ที่เขาหมายตาไว้ คือบริเวณริมนอกสุด
ของปางพัก นั่นหมายถึงว่าถ้ามีสิ่งอันตรายใดๆที่จะย่างกรายเข้ามา จะต้องเจอกับเขาเป็นด่านแรก
เวรแรกเป็นของแงซายกับส่างปา ซึ่งตอนนี้ทั้งสองออกไปเดินสำรวจตรวจตราบริเวณ
รอบๆแค้มป์ที่พักด้วยความไม่ประมาท
พวกบุญคำกับคะหยิ่นจึงได้โอกาสคุยกันถึงเรื่องที่ตนสงสัยแต่ซุกงำเอาไว้เพราะไม่มีโอ
กาสจะพูดกัน ตอนนี้จึงเป็นโอกาสปลอดที่จะซักกัน โดยคะหยิ่นถามขึ้นก่อนว่า
“ลุงคำ เรื่องที่พวกเราทำกับนายหญิงคืนนั้นจะไม่แดงขึ้นเหรอ ข้ากลัวจัง พรานใหญ่
ไม่เอาพวกเราไว้แน่” คะหยิ่นกระซิบถามเสียงสั่น
“ฮึฮึ..ไอ้คะหยิ่นตาขาวเอ้ย ชายใดถ้าไร้พิษไม่เรียกว่าชายแท้โว้ย รู้จักผูกมันต้องรู้จัก
แก้ เรื่องขี้ประติ๊วแค่นี้ ข้าขยับที่เดียวก็หมดปัญหาแล้ว แกไม่ต้องเป็นห่วง อย่างที่ข้าเคยบอกแกไว้น่ะ
ฮะๆๆๆ แกล้างควยรอได้เลย ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ ข้าจะให้แกกระทุ้งหีนายหญิงให้ปลิ้นเลย ฮาๆๆ” บุญ
คำได้ทีคุยโม้ทันที
“ข้าสงสัยจัง พี่คำไปพูดยังไงนายหญิงถึงได้ยอม” จันซักต่อ
“ไอ้โง่ แค่ข้าบอกว่าจะไม่รับรองความปลอดภัยของนายใหญ่กับนายไชยยัน แค่นี้นาย
หญิงก็พูดไม่ออกแล้ว พวกแกคอยใช้บริการกระหรี่ของเราได้ ไม่ต้องจ่ายตังค์ด้วย เป็นไงข้าเลิศมั้ย”
“สุดยอด ลุงคำสุดยอดที่สุด ข้าล่ะอยากจับนายหญิงกดแล้วกระแทกๆให้หน่ำควยเลย
ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ สวยยังกับนางฟ้า หุ่นก็อ้อนควยเหลือเกิน ไม่รู้รอดมาได้ยังไง มาโดนลุงคำเปิดซิง
ในป่าลึก” เกิดพูดขึ้น
“พวกแกได้เย็ดนายหญิงครบกันทุกคนแล้ว แม้แต่ไอ้พวกสางเขียวมันก็ได้เย็ด มีแต่ข้า
คนเดียวนี่แหละ ยังไม่มีโอกาสได้เย็ดนางฟ้าเลย เฮ้อ!..” คะหยิ่นบ่น
“อย่าพูดเลยน้าคะหยิ่น ข้าเห็นน้ามองนายแหม่มตาเยิ้มเชียว เวลานายแหม่มมองน้าก็
ยังไงๆไม่รู้ ข้าว่าตอนที่กลับมาด้วยกัน ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ข้าถามจริงๆ น้าฟันนายแหม่มแล้วใช่
มั้ย” เส่ยแหย่ถามขึ้น
คะหยิ่นทำหน้าเชื่อมเมื่อพูดถึงมาเรีย มันเห็นทุกคนมองมาที่มันเป็นตาเดียว จึงค่อยปริ
ปากเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางกลับมาจากถิ่นของไอ้พวกสางเขียวอย่างละเอียดโดยเฉพาะ
ความเร้าร้อนของมาเรีย ตอนโดนมันเอาควยกระทุ้งรูหี
“หีนายแหม่มเย็ดมันส์มั้ยวะ กูเห็นตอนไอ้พวกสางเขียวมันรุมเย็ด แต่ละคนมันซื้ดปาก
ดังลั่น คงจะมันส์น่าดู” บุญคำถามเสียงกระเส่า
“ลุงคำเอ้ย ข้าแทงควยเข้าไป เวลาดึงออก แทบดึงไม่ออกแน่ะ หีดูดชั้นหนึ่งเลย รัด
ควยข้าแทบขาด แถมร่านน่าดู ชวนเย็ดท่าไหนแม่เอาด้วยหมด นี่ติดใจควยข้า ถึงกับชวนข้าไปเป็นผัว
แกที่ต่างประเทศเลย ข้าเองยังสองจิตสองใจอยู่” คะหยิ่นคุยฟุ้ง
“แล้วทำไงพวกข้าจะได้เย็ดนายแหม่มบ้างวะ ไอ้คะหยิ่นแกหาวิธีให้หน่อยซิวะ” จันถาม
“ข้าคิดว่า สำหรับนายแหม่มแล้วคงไม่ยาก แกเป็นประเภทน้ำมันเบนซินอยู่แล้ว ถ้าได้
จุดไฟเมื่อไหร่ แม่ไหม้ลามไปทั่ว แกหิวควยจะตาย ไอ้ส่างปามันเล่าให้ข้าฟังว่าแกเย็ดกับผัวแกทุกคืน
บางครั้งกลางวันก็เอา มีอารมณ์เมืี่อไหร่แกชวนเย็ดทันที ไม่สนใจว่าเวลาใดหรือที่ไหน ถ้าแกอยากล่ะ
ก็ แต่พอมาอยู่กับคณะของเรา แกอาจเกรงใจก็ได้ แต่ข้าว่าไม่ยากหรอก” คะหยิ่นตอบ
“งั้นต่อไปนี้ ไม่ว่านายหญิงหรือนายแหม่ม ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่พวกเราฟันไม่ต้องเลี้ยง
สุดแท้แต่ใครจะมีโอกาสก่อน ตกลงตามนี้นะ แล้วก็นอนกันได้แล้ว” บุญคำสรุป
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อทั้งหมดทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ก็ไปรวมกลุ่มกันอยู่หน้าหลุมศพของ
สเตเกลสามีผู้วายชนม์ของมาเรีย ทั้งหมดยืนมองมาเรียที่กำลังร่ำลาหลุมศพสามีของเธอ
“ที่รัก คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันจะไปกับพวกเขาเหล่านี้ ฉันมีความสุขมากที่อยู่ร่วม
กับพวกเขา รอฉันนะคะสเตเกล สักวันหนึ่งเมื่อเวลานั้นของฉันมาถึง ฉันจะตามไปหาคุณค่ะ เราจะได้
อยู่ร่วมกันอีกครั้งหนึ่งค่ะ สเตเกลคุณจะอยู่ในใจฉันเสมอตลอดไป ฉันลาก่อนนะคะที่รัก” มาเรียกล่าว
จบก็ถอยออกมา ทุกคนจึงยืนนิ่งแล้วก้มหัวให้ จากนั้นก็ไปเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง
เก้านาฬิกา ทั้งหมดก็เริ่มออกเดินทางตามฤกษ์ที่เชษฐากำหนด โดยมีรพินทร์เดินดุ่มๆ
นำหน้า ตามด้วยกลุ่มนายจ้างและมาเรีย จากนั้นจึงเป็นส่างปา พวกบุญคำ คะหยิ่นและแงซายเป็นผู้รั้ง
ท้ายขบวน ทั้งหมดเดินตามกันไปเงียบๆ โดยรพินทร์เดินนำไปในอัตราความเร็วที่ไม่เร่งรีบอะไร เพราะ
เห็นว่า แต่ละคนก็ยังมีอาการสะบักสะบอมจากการต่อสู้กับสางเขียวมา แต่เขาก็เดินรวดเดียวเลยห้าชั่ว
โมงโดยไม่มีการหยุดพัก จึงทำระยะทางได้มากพอสมควร คือทั้งหมดได้กลับมาถึงจุดที่พบกลับส่างปา
ในครั้งแรก
ทั้งหมดหยุดพักในจุดนี้ครึ่งชั่วโมง ซึ่งรวมเวลารับประทานอาหารเที่ยงด้วย
“จากจุดนี้เราจะเดินต่อไปทางทิศเหนือ อีกสองวันถึงสองวันครึ่ง เราจะถึงไหล่เขาหัว
แร้ง ในระหว่างทางเราจะต้องหยุดต่อแพเพื่อข้ามแม่น้ำด้วย ผมขอเตือนทุกท่านด้วยในขณะนี้เลยว่า
ถ้าท่านใดมีของใช้ส่วนตัวที่กลัวเปียก กรุณาบรรจุลงในถุงพลาสติกด้วยจะได้ไม่เสียหาย พร้อมกันแล้ว
ใช่มั้ยครับ งั้นเราเดินทางต่อกันได้” รพินทร์พูดจบก็ออกเดินนำทันที
การเดินทางนอกจากความรกชัฏและหมู่แมลงที่มาตอมกินเหงื่อจนน่ารำคาญแล้ว ก็ไม่
ถือว่าลำบากลำบนอะไร เพราะเป็นการเดินทางตามพื้นที่ราบ ไม่มีการไต่เขาหรือลงเหวลึก ฉะนั้นการ
เดินทางในช่วงนี้จึงไม่หนักแรงอะไร รพินทร์อนุญาตให้ทุกคนสามารถยิงสัตว์ป่าที่เห็นได้เป็นการหาอา
หาร ซึ่งก็สามารถหาได้มากพอสมควร แต่ทั้งหมดก็เอาติดตัวไปเป็นเสบียงได้เท่าที่จะมีแรงแบกไปเท่า
นั้น
รพินทร์ใช้เวลาครึ่งวันหลังกับวันรุ่งขึ้นอีกหนึ่งวันเต็มๆ ในการเดินทาง จนในที่สุดก็มา
ถึงริมแม่น้ำใหญ่
“เราจะตั้งแค้มป์ค้างคืนกันที่นี่ พรุ่งนี้เช้าจึงค่อยไปตัดไม้ไผ่ป่ามาต่อแพข้ามแม่น้ำกัน
ขอให้ทุกคนเริ่มงานได้” รพินทร์สั่งให้วางเต้นท์ตั้งแคมป์ ทุกคนจึงช่วยกันคนละไม้ละมือ ไม่ว่านายจ้าง
ลูกจ้าง ไม่นานก็ตั้งแค้มป์เสร็จ ไชยยันเดินเตร่เข้าไปใกล้ๆดาริน แล้วสูดจมูก ทำเสียง ฟุดฟิดๆ
“นี่ใครมาทำไหปลาร้าแตกแถวนี้ กลิ่นเหม็นฟุ้งไปหมด เอ๊ะๆๆ ไม่ใช่ ไม่ใช่ปลาร้าแต่
เป็นกลิ่นสาบสาวที่ไม่ได้เจอน้ำมาหลายวันนี่เอง ฮะๆๆๆ ถามจริงๆน้อย เธอไม่ได้กลิ่นตัวเองเลยเหรอ
ระวังนะ จะเป็นขี้กลาก ฮ้าๆๆๆ” ไชยยันหัวเราะแล้วก็ต้องรีบหนี เพราะดารินโกรธจนตัวสั่น วิ่งไล่ทุบ
ไขยยันจนรอบแค้มป์
“พอแล้วน้อย พอแล้ว ไม่ว่าอีกแล้ว หอมจ้า หอมที่สุด ไม่มีใครกลิ่นตัวหอมเท่าเธอ
อีกแล้ว โอ้ยๆๆ กลัวแล้วจ้า ไม่พูดอีกแล้ว” ไชยยันวิ่งไปร้องไป
ดารินวิ่งตามจนหอบ จึงหยุด ชี้หน้าด่าไชยยันไปว่า
“อีตาไชยยันบ้า เหอะมาว่าเค้า ตัวเองหอมตายล่ะนั่น โอ้ยโมโห แน่จริงอย่าหนีสิ ฮึ๊
จับได้ล่ะคอยดู๊ ฮึ๊”
“พอเถอะน้อย ไชยยันเขาล้อเล่นนะ อย่าไปถือสาเลย ว่าแต่เราไปอาบน้ำกันมั้ย ฉัน
ไปสำรวจมาแล้ว มีหลืบหินใหญ่เป็นช่องพอดี อย่างกับห้องน้ำแน่ะ มิดชิดดีด้วย ไม่ต้องกลัวใครแอบ
มอง เราไปอาบกันสองคน แก้ผ้าอาบให้สบาย” มาเรียชักชวน
“ฉันยังไม่อาบตอนนี้หรอก เชิญเธอตามสบาย ฉันว่าจะทำอะไรส่วนตัวนิดหน่อย” ดา
รินปฏิเสธ ความจริงแล้วทำไมเธอจะไม่อยากอาบน้ำตอนนี้ แต่เธอรู้สึกเขินที่จะแก้ผ้าอาบน้ำกันสองคน
กับมาเรีย แม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็เถอะ
มาเรียก็ไม่ว่าอะไร เธอจึงเตรียมอุปกรณ์การอาบน้ำ จากนั้นก็ชักชวนคะหยิ่นให้ไปช่วย
เฝ้ารักษาความปลอดภัยให้เธอ แล้วทั้งสองก็เดินลัดออกไปที่แม่น้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งแค้มป์ประมาณ
หนึ่งร้อยเมตร
ทั้งนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง ต่างก็เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน จึงชักชวนกัน
ไปอาบน้ำ จะมีแต่บุญคำกับจันเท่านั้นที่ต่างก็มีจุดมุ่งหมายในใจ จึงพร้อมใจกันปฏิเสธคำชักชวนของ
พวกพร้อง โดยอ้างว่าจะเฝ้าแค้มป์ แต่พอพวกเชษฐาลับตาไป บุญคำก็เอ่ยกับจันว่า
“ไอ้จัน ข้าเปลียนใจแล้วว่ะ เหนียวตัวเต็มทน ข้าไปอาบน้ำกับพวกนั้นดีกว่า แกอยู่เฝ้า
แค้มป์นะ” พูดเสร็จแกก็เดินออกไปทางที่พวกผู้ชายไปอาบน้ำกัน พอไปได้ระยะหนึ่งแกก็เดินแวบไป
ทางซ้าย แยกไปอีกทาง จุดหมายของแกคือที่มาเรียไปอาบน้ำกับไอ้คะหยิ่น แกคิดว่าการที่มาเรียให้
คะหยิ่นไปเฝ้า แทนที่จะเป็นส่างปา แสดงว่าเธอต้องมีจุดมุ่งหมายในใจเช่นกัน แกเลยจะถือโอกาสนี้
ผสมโรงเย็ดนายแหม่มของแกด้วยกับไอ้คะหยิ่น แกเลยย่องไปอย่างเงียบเชียบ
ส่วนจันก็มีจุดมุ่งหมายเช่นกัน แกได้ยินมาเรียชวนดารินไปอาบน้ำแต่ดารินปฏิเสธ แล้ว
เดินเข้าไปอยู่ในแค้มป์คนเดียว แกเลยคิดว่าโอกาสมาถึงแล้ว พอทุกคนชวน แกจึงปฏิเสธ ทำที่ว่าเป็น
ห่วงแค้มป์ ฉะนั้นพอลับร่างของบุญคำ แกก็เดินตรงไปที่เต้นท์ทันที
บุญคำย่องมาถึงที่หลืบหินที่มาเรียอาบน้ำอยู่ แกไม่เห็นใครเลยเห็นแต่กองเสื้อผ้าที่ถูก
ถอดทิ้งเอาไว้ แกจึงเดินไปหยิบกางเกงในของมาเรียมาสูดดมอย่างแรง
“ชื่นใจไอ้คำจริงๆ กลิ่นหียังติดอยู่เลย ไอ้คะหยิ่นเอ้ยมึงเหลือให้กูบ้างนะโว้ย” แกกระ
ซิบเบาๆกับตัวเอง จากนั้นก็ยกกางเกงในขึ้นมาสูดแรงๆอีกสองสามที แล้วแกก็วางกางเกงในลงที่เดิม
จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าแล้วค่อยๆย่องลงน้ำไป แกดำน้ำไปโผล่ใกล้ๆกับปากทางหลืบหินนั้น แกได้ยินไอ้
หยิ่นพูดเบาๆขึ้นว่า
“วันนี้ขอคะหยิ่นเข้าด้านหลังนายแหม่มได้มั้ย คะหยิ่นยังติดใจรูตูดนายแหม่มไม่หาย
นะครับนายแหม่ม”
“อูยยย ซื้ดดด จะรูไหนก็ได้ เร็วๆ ซื้ดดด เวลามีน้อย รีบทำเวลาหน่อย” มาเรียเร่ง
เพราะกำลังเงี่ยนจัด
บุญคำโผล่หน้าออกไปแอบดู แกเห็นคะหยิ่นยืนหันหลังให้แก มันกำลังจับมาเรียหัน
หลังโก้งโค้ง ส่วนตัวมันก็แอ่นก้นดันไปข้างหน้าพร้อมกับเงยหน้าสูดปากเบาๆ จากนั้นมันก็เริ่มกระเด้า
จนน้ำในหลืบหินกระฉอกพริ้ว
“ซื้ดดด อูววว แรงๆ มันส์ อู้ยยยย เสียวตูด เร็วกว่านี้อีก ซื้ดดด” เสียงมาเรียดังมา
เบาๆ
บุญคำเห็นว่าได้เวลาแล้วแกจึงเดินเข้าไปสะกิดคะหยิ่น ทำท่าว่าแกขอเสยหีมาเรียละ
กัน ซึ่งคะหยิ่นก็พยักหน้า แกเลยเดินอ้อมไปจู่โจมมาเรียทันที
มาเรียตกใจมากที่จู่ๆบุญคำก็เข้ามาบีบเค้นที่เต้านมของเธอ แถมยังดูดหัวนมเธอด้วย
เธอจึงถลึงตัวขึ้นแล้วผลักบุุญคำจนเซออกไป
“ไอ้เฒ่าลามก แกทำอะไรฉัน อย่านะ ออกไป” มาเรียด่าและไล่ด้วยความตกใจ
“นายแหม่มจ๋า ให้บุญคำร่วมด้วยเถอะนะ นายแหม่มคนสวย ให้แต่ไอ้คะหยิ่นเย็ดคน
เดียวได้ยังไง มันไม่ยุติธรรม นายแหม่มรู้มั้ยว่านายแหม่มทรมานบุญคำมาก”
“ฉันไปทรมานแกเมืี่อไหร่”
“ก็หุ่นของนายแหม่มเซ็กส์ขนาดนี้ ไอ้คำเห็นที่ไร ควยแข็งจนปวดทุกที นะ นะ ให้
ไอ้คำได้ชื่นใจสักที ต่อไปนายแหม่มจะให้ไอ้คำทำอะไร ไอ้คำทำให้หมด” บุญคำพูดจบก็เดินเข้าไปคุก
เข่าลงที่หน้ามาเรีย ทันทีทันใดแกก็เอามือแบะแคมหีมาเรียออกแล้วเลียหันที มาเรียจะขยับหนีก็ไม่ได้
เพราะควยไอ้คะหยิ่นอัดเต็มในรูตูดของเธอ พอบุญคำเลียได้สักพักประกอบกับคะหยิ่นก็กระเด้าควยไม่
หยุด เธอจึงเสียวจนหน้าเริ่ด เธอจึงปล่อยเลยตามเลย บุญคำเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้น เอาหัวควยยัดเข้ารูหี
มาเรียทันที จากนั้นแกก็กระเด้าๆๆๆ จนมาเรียเสียวกระเจิงไปเลย
“อูวววว ซื้ดดด หีนายแหม่มีดีจริงๆ ซื้ดดด ทั้งดูดทั้งตอด มันส์ควยสุดๆ อูยยย อึบๆๆ
อ่าอ้าาาาว ซื้ดดด คราวหลังให้ไอ้คำเย็ดอีกนะ อูยยย”
ย้อนเวลากลับไปสักสิบห้านาที จันซึ่งเดินมาถึงหน้าเต้นท์ที่ดารินอยู่ แกมองไปทางแม่
น้ำจนแน่ใจว่าไม่มีใครย้อนกลับมาที่แค้มป์แล้ว แกก็เข้าไปในเต้นท์ทันที
“จันเข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้นะ” ดารินเห็นจันเดินเข้ามาก็ไล่ให้ออกไป
จันไม่สนใจคำพูดของดาริน แกเข้าไปถึงตัวเธอซึ่งกำลังนั่งอยู่ที่เตียงสนาม แล้วผลักก็
ผลักเธอลงกับพื้นเตียงส่วนตัวแกก็นอนทับไปบนร่างของดารินที่นอนตะลึงอยู่
“จะให้จันออกไปได้ไง จันรอโอกาสนี้มาตั้งหลายวันแล้ว ฮ้าๆๆ” จันพูดไป มือแกก็ไม่
ยอมอยู่นิ่งๆ แกล้วงควักไปตามร่างกายของดารินอย่างย่ามใจ
“แกจะทำอะไรฉัน หยุดนะ บอกให้หยุดไง ไม่งั้นฉันจะร้องนะ” ดารินพยายามดิ้นแต่ก็
ดิ้นไม่หลุด
“ร้องไปเลย ไม่มีใครอยู่หรอก ถามได้ว่าเข้ามาทำไม ผัวจะมาชื่นใจเมียสักหน่อยไม่ได้
เหรอ คิดถึงเค้าบ้างหรือเปล่า เค้าคิดถึงตัวเองเหลือเกิน หรือโดนไอ้พวกสางเขียวรุมเย็ด จนลืมควย
ดำๆของผัวคนนี้ซะแล้วต้องทบทวนความทรงจำซักหน่อย” ว่าแล้วแกก็จับมือของดารินไปสัมผัสกับควย
แข็งเป็กในกางเกงแก
“ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันล่ะ เวลายิ่งมีน้อยอยู่ ไหนดูซิ หีบานไปถึงไหนแล้ว โดน
ไปไม่ใช่น้อย ป่านนี้ไม่ใช่หลวมโพกแล้วเหรอ” แกพูดจบก็เริ่มจับดารินแก้ผ้าทันที
“อย่านะ อย่าทำฉัน เดี๋ยวมีคนมาเห็น เธอจะมีอันตรายนะ อีกอย่างฉันยังไม่ได้อาบน้ำ
เลย เหม็นไปทั้งตัว ไชยยันยังล้อฉันเลยจันคงได้ยิน” เธอพยายามหว่านล้อมเพื่อเอาตัวรอด
จันเมื่อแก้ผ้าดารินจนเปลือยเปล่าแล้วก็หันมาแก้ให้ตัวเองบ้าง จากนั้นก็เข้าไปสูดดมที่
ตัวของดาริน และยังจับขาของเธออ้าจนกว้างแล้วฝังจมูกลงไปที่ร่องหีของเธอ แกสูดจมูกอย่างแรง
แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า
“ใครว่านายหญิงเหม็น จันว่าหอมไปทั้งตัว โดยเฉพาะกลิ่นหีของนายหญิงนี่ไม่มีใคร
เทียบได้ กลิ่นเซ็กส์มากถ้าใครได้ดมแล้วควยไม่แข็งจันให้เหยียบหน้าเลย นายหญิงรู้มั้ย ไอ้เกิดมัน
บอกว่า แม้แต่หมาตัวผู้ถ้ามันได้มาดมหีนายหญิงควยมันต้องแข็งแง่ๆ ฮ้าๆๆๆ จันก็ว่าจริงของมัน โดย
เฉพาะตอนนี้มีกลิ่นตุๆปนมาด้วยยิ่งเซ็กส์ใหญ่” พูดจบแกก็ก้มลงดูดเลียร่องหีเป็นการใหญ่เสียงดังซวบ
ซ้าบ
ดารินโดนเลียหีก็เกิดอาการเสียวจนเกร็ง ยิ่งตอนถูกจันดูดแตด แล้วขบเบาๆรั้งขึ้นจาก
นั้นก็ปล่อยให้เม็ดแตดดีดกระแทกกลับ เธอก็เสียวจนหัวสั่นหัวคลอน น้ำหีเธอซึมเอ่อออกมาที่แคมซึ่ง
จันก็ใช้ลิ้นปาดดูดกินจนหมด
จันพอเห็นอาการของดาริน เขาก็ไม่รอช้า จับหัวควยยัดใส่ร่องหีกระแทกทันที แต่ก็
เข้าไปได้เพียงหัวบักเท่านั้น รูหีของดารินกลับสู่สภาพเดิมเหมือนไม่เคยมีอะไรสอดใส่เข้าไปมาก่อน
จันพยายามดันเข้าไปอย่างสุดแรง แต่รูหีของดารินช่างคับแน่น แม้จะมีน้ำเมือกที่หลั่งออกมามากมาย
จันจึงก้มลงไปบีบเค้นดูดเลียนมของเธอเพื่อปลุกปั่นอารมณ์เงี่ยนของเธอให้พุ่งพล่านมากกว่านี้ ส่วนที่
เอวก็ค่อยซอยยิกๆ จนในที่สุดก็สามารถดันควยเข้าไปได้สุดลำ
“ซื้ดดด ไม่น่าเชื่อ นายหญิงโดนเย็ดมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามสิบควย ซื้ดด แต่ละควย
ก็ท่อนมหึมา ทำไมถึงยังคับแน่นได้ขนาดนี้ ยังกับไม่เคยโดนเย็ด ซื้ดดด ช่างเป็นหีที่วิเศษสุดๆ”
“ฉันก็ไม่รู้มันเป็นของมันเอง ซื้ดด แช่อยู่ได้ รีบๆเข้าสิ เดี๋ยวใครมาเห็น ซื้ดดด”
“อ้าวยอมแล้วเหรอ เมื่อกี้ยังดีดดิ้นอยู่เลย”
“จะไม่ยอมได้ไง ก็แกยัดลงไปอยู่ในนั้นทั้งลำ หรือแกจะไม่เอา ถ้าจะเอาก็รีบๆเดี๋ยว
ฉันเปลี่ยนใจนะ”
“ครับผม” จันเริ่มกระเด้าควย แต่ก็ยังหนืดๆ รูหีดารินดูดควยแกจนแทบดึงไม่ออก
“อุ้ย!ซื้ดด ควยแกขูดหีฉัน อูยยยซื้ดดด เสียวเหลือเกิน มันส์หี โอ้ววว กระเด้าแรง
กว่านี้ อูยยยอ้าาาา ซื้ดดด เร็วๆเด้าเร็วๆ โอ้ยย นั่นแหละ กระทุ้งเข้ามา ซืั้ดดด” ดารินเร่งเร้า ตัวเธอ
เองก็เด้งหีอัดใส่ท่อนควยจนก้นไม่ติดเตียง
“ซื้ดด ร่อนหีเก่งมากนายหญิง อูยยย อึบบบ ป้าปๆๆๆ เอ้า กูจะเย็ดมึงให้หีฉีกเลยนัง
ร่าน ซื้ดดดด อึบๆๆๆๆ นี่แน่ะ แอ่นนักใช่มั้ย ต้องเจอควยกู อึบๆๆๆ เสียวหัวควย ซื้ดดด” จันกระเด้า
ถี่ยิบ เสียงหนอกควยกระทบโหนกหีดัง…ป้าบๆๆๆๆ….
“มีแรงเท่านี้เองรึ ซื้ดด ไม่เท่าไหร่เลย ซื้ดดด สู้ไอ้พวกสางเขียวก็ไม่ได้”
“นี่แน่ะๆๆ สู้พวกมันได้มั้ยนังร่าน ซื้ดดด อูยยย อึบๆๆๆ ขมิบหีด้วย อูยยยซื้ดดด อ้าา
มันส์หีมั้ยนังร่าน อึบบบ”
“อัดลงมาอีก มีแรงเท่าไหร่อัดมา ไม่ต้องยั้ง ซื้ดดด เสียวรูจังเลย” ดารินเสียวจนเกร็ง
บิดตัวไปมา สะบัดหัวจนผมยุ่งไปหมด ปากก็พร่ำเพ้อถึงความเสียว เอวก็แอ่นกระเด้งหีโต้ตอบกับท่อน
ควยอย่างร้อนร่าน
ทั้งคู่เย็ดกันอย่างสุดเหวียง ปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่ามีเวลาไม่นาน จึง
ตอบโต้เร่งเร้ากันอย่างขีดสุด และแล้วเวลานั้นก็มาถึง
“กระแทกแรงๆ ซืัดด ฉันจะออกแล้ว โอ้ยยย!! ฉันออกแล้ว อูยยย” ดารินเกร็งกระตุก
ขาทั้งสองของเธอเกี่ยวรัดสะโพกจันไว้ เธอแอ่นอัดโหนกหีเธอใส่ควยของจันแนบแน่น
“ผมก็ออกแล้วเหมือนกัน อูยยย อึบ” จันอัดควยเข้ารูหีดารินจนมิด ฉีดน้ำควยข้นเข้าใส่
ปากมดลูกดารินจนทะลักเข้าไปในมดลูกของเธอ
ดารินรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งรูหี เธอเสียวสะท้านจนสั่นระริก
ทั้งคู่กอดกันกลมจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน จนพายุอารมณ์สงบลง จันจึงค่อยๆถอนตัวลุก
ขึ้น ควยถูกชักออกจากรูหีดัง…บ้วบ… ดารินเสียวจนต้องแอ่นหีตาม
จันรีบแต่งตัว แล้วก้มไปหอมแก้มดารินหนึ่งที จากนั้นพูดขึ้นว่า
“ผัวไปก่อนนะจ๊ะเมียจ๊า วันนี้ผังมันส์มาก ถ้ามีโอกาสจะมาใช้บริการใหม่” พูดแล้วแกก็
เดินออกจากเต้นท์ไป ทิ้งให้ดารินนอนระทวยอยู่คนเดียว
จันออกมาสูบยาเส้นยังไม่ทันหมดดี ดารินก็เดินถืออุปกรณ์ในการอาบน้ำออกมา พอดี
กับพวกเชษฐาก็เดินกลับมาจากอาบน้ำ จึงสวนกันกับดาริน
เชษฐาเห็นดารินกำลังจะไปอาบน้ำ เขาจึงเดินย้อนกลับไปที่แม่น้ำ เพื่ออยู่เป็นเพื่อนกับ
น้องสาวของเขา
………………………………………………………………………………..

“โอ้ยยยยมันส์ กระแทกเข้ามา แรงๆ ซื้ดดด ควยพวกแกเข้าลึกดีจริงๆ ซื้ดดมันส์ทั้ง
สองรูเลย เสียวจัง อูยยย” มาเรียกอดคอบุญคำขย่มตัวขึ้นลง สวนกับควยทั้งสองที่กำลังมุุดเข้าออกรู
หีกับรูตูดของเธอ ควยทั้งสองเข้าไปเบียดกันแน่นทั้งสองรู เธอจึงเสียวสะท้านจนแทบทรงตัวไม่อยู่
บุญคำกับคะหยิ่นกระแทกท่อนควยเข้ารูหีรูตูดอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ทั้งสามสูดปาก
ด้วยความเสียวซ่าน
“ควยไอ้คำเย็ดมันส์มั้ยนายแหม่ม ซื้ดด คราวหลังให้ไอ้คำเย็ดรูตูดนายแหม่มบ้างนะ
แล้วนายแหม่มจะติดใจ” บุญคำพูดจบก็ใช้ปากงับที่หัวนมมาเรียอย่างหมั่นเขี้ยว แกงับจนหัวนมมาเรีย
ห้อเลือด แล้วแกก็ดูดเลียด้วยลิ้นสากๆจนมาเรียเสียวสุดๆ แอ่นนมอัดปากบุญคำเสียจนแกแทบหายใจ
ไม่ออก
“อูยยเสียวไปหมด คะหยิ่นจ๊าอัดควยเข้ามาลึกๆ ซื้ดดด บุญคำด้วย แทงงัด ซื้ดดด
โยกซ้ายขวา อูววววว เร็วๆๆ น้ำฉันจะแตกแล้ว โอ้ยยยซื้ดดด” มาเรียเกร็งจนแทบเป็นตะคริว
“แหม่มจ๋ารอคะหยิ่นด้วย ซื้ดดด เรามาแตกพร้อมกันสามคนนะ อูยย คะหยิ่นก็ใกล้
จะแตกแล้ว เอา อึบๆๆๆๆ โอ้ยยยย” คะหยิ่นเร่งอัดควยใส่รูตูดมาเรียจนแทบดูไม่ทัน
ในที่สุดมาเรียก็ถึงสวรรค์เป็นคนแรก น้ำหีเธอแตกจนเข่าแทบทรุด ถ้าไม่มีควยทั้ง
สองลำ เธอคงทรุดลงไปแล้ว
คะหยิ่นมาติดๆ มันอัดท่อนควยจนมิดโคนแล้วพ่นน้ำควยเข้าไปจนหมดกระบอก แล้วก็
ถอนควยออกไปยืนหลับตาหอบพิงหินอย่างเหนือยอ่อน
บุญคำที่น้ำยังไม่แตก แกเห็นคะหยิ่นถอนควยออกไปแล้ว แกเลยดันมาเรียให้ไปพิงผนัง
หิน แล้วแกก็ใช้มือข้างหนึ่งช้อนขาของมาเรียยกขึ้น จากนั้นก็กระเด้าควยต่ออย่างถี่ยิบ สักครู่แกก็เชิด
หน้าสูดปาก อัดควยเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความรุนแรง น้ำควยร้อนๆพุ่งกระแทกปากมดลูกมาเรียจนเธอรู้
สึกอุ่นวาบทั้งโพร่งหี เธอเสียวสะท้านจนกระตุกถึงสวรรค์ไปอีกรอบหนึ่ง
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเย็ดแล้ว ทั้งสามก็อาบน้ำให้กันอย่างมีความสุข
“นายแหม่ม วันหลังถ้าเงี่ยนอย่าลืมเรียกบุญคำมาแก้เงี่ยนให้อีกนะ บุญคำติดใจรูหีนาย
แหม่มจังเย็ดมันส์ควยสุดๆ” บุญคำอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ได้ฉันชอบ เย็ดกันมันส์จะตาย ยิ่งโดนที่เดียวหลายคนยิ่งมันส์ แล้วพวกเพื่อนๆบุญคำ
ล่ะควยใหญ่เหมือนบุญคำกับคะหยิ่นมั้ย ถ้าใหญ่ชวนมาด้วยฉันชอบ โดยเฉพาะแงซายหล่อมาก ไม่รู้
ควยใหญ่มั้ย”
“ไอ้แงซายบุญคำไม่รู้ แต่พวกที่เหลือใหญ่ยาวกันทุกคน แหะๆ แต่เล็กกว่าบุญคำนิดนึง
นายแหม่มอนุญาตอย่างนี้ พวกมันต้องดีใจมาก เพราะพวกมันอยากเย็ดนายแหม่มกันทุกคน” บุญคำระ
ริกระรี้ตอบ
“แล้วคะหยิ่นล่ะ นายแหม่มเลิกสนใจแล้วเหรอ ได้ใหม่แล้วลืมเก่า เฮอะ!” คะหยิ่นบ่น
น้อยใจ
“โอ๋ๆๆ ไม่ลืมหรอก คะหยิ่นน่ะพระเอกของฉันเลยนะไม่งั้นจะชวนไปอยู่ด้วยเหรอ”มาเรีย
ลูบหลังปลอบใจ
เมื่ออาบน้ำเสร็จ ทั้งสามก็ขึ้นฝั่งไปแต่งตัว แล้วมาเรียกับคะหยิ่นก็เดินกลับแค้มป์ ส่วน
บุญคำแยกกลับไปอีกทาง
ค่ำคืนริมแม่น้ำผ่านไปอย่างสงบ ไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นใดที่ปลุกให้ตื่นขึ้นมา ทุกคนจึงได้
นอนหลับกันเต็มที่ ในตอนเช้าจึงตื่นกันแต่เช้า หลังจากทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว แงซายนำพรรค
พวกไปตัดไม้ไผ่ ส่วนพวกนายจ้างก็ช่วยกันฟั่นเชือกสำหรับมัดแพ โดยรพินทร์กับส่างปาไปตัดเถาวัลย์
ที่สามารถลอกเอาเปลือกมาฟั่นเป็นเชือกได้จำนวนหนึ่ง ทุกคนต่างช่วยกันคนละไม้ละมือ งานต่อแพจึง
เสร็จเรียบร้อยก่อนเที่ยงเล็กน้อย ทุกคนเลยทานอาหารเที่ยง แล้วเก็บข้าวของพร้อมออกเดินทาง
เมื่อขึ้นแพกันทุกคนแล้ว คะหยิ่นกับแงซายก็ใช้ไม้ไผ่ลำยาวที่ใช้เป็นค้ำถ่อดันแพออกจาก
ฝั่ง น้ำในแม่น้ำไหลไม่เชี่ยวนัก คะหยิ่นแงซายแลพรานทั้สี่ช่วยกันค้ำถ่อแพไปโดยไม่ลำบาก เพียงยี่
สิบนาทีก็ข้ามมาอีกฝั่งสำเร็จ จากนั้นก็ช่วยกันลากแพขึ้นไปไว้บนบก แล้วก็เริ่มเดินทางต่อทันที
ลักษณะเส้นทางยังคงเป็นเช่นเดิมคือเป็นป่ารกชัฏปกคลุมไปด้วยไม้ใหญ่ บรรยากาศค่อน
ข้างสลัว มีแสงเพีงเล็กน้อยที่เล็ดลอดใบอันหนาทึบของต้นไม้ลงมาได้ ที่พื้นก็เต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วง
หล่นลงมาทับถมกันหนาเป็นฟุต เวลาเดินเท้าจะจมลงไปในใบไม้ที่ล่วงถึงข้อเท้า
“มีใครได้กลิ่นเหมือนฉันมั้ย ฉันว่าฉันได้กลิ่นเหมือนแก๊สนะ” ดารินถามขึ้น
“ฉันก็ได้กลิ่นเหมือนกัน” มาเรียพูดสนับสนุน
“เป็นกลิ่นแก๊สจริงๆครับ มันเกิดจากการทับถมจนเน่า ประกอบกับการที่ไม่โดนแสงแดด
จึงเกิดเป็นแก๊สขึ้น เวลาเราเหยียบเป็นหลุมลงไปมันก็ดันพุ่งออกมา ระวังหน่อยนะครับ พยายามอย่า
จุดไฟแช็ค เพราะแก๊สชนิดนี้สามารถติดไฟได้” รพินทร์อธิบาย
“รพินทร์ คุณคิดว่าเราจะต้องเดินในลักษณะนี้อีกนานเท่าไหร่ เพราะผมว่าแก๊สตัวนี้มันไม่
เพียงติดไฟได้เท่านั้น แต่ถ้าเราสูดดมไปนานๆอาจเป็นอันตรายได้” เชษฐาถามด้วยความเป็นห่วง
“นั่นนะซิ ฉันว่าฉันดมแล้วรู้สึกหนักๆหัวอย่างไงพิกล” ไชยยันเสริม
“ผมก็ให้คำตอบไม่ได้เช่นกันว่าต้องเดินในสภาพนี้อีกนานเท่าไหร่ แต่ถ้าจะป้องกันไม่ให้
กลิ่นแก๊สนี้มีอันตรายกับเรานั้น ก็คงจะมีวิธีหนึ่งที่จะพอบรรเทาได้ ก็คือเอาผ้าชุบน้ำมาปิดจมูกก็จะบรร
เทาได้ในระดับหนึ่ง” รพินทร์แนะนำ
กลุ่มนายจ้างทุกคนเลยหยุดเดิน ต่างก็ค้นเอาผ้าออกมาจากเป้หลังส่วนตัว แล้วชุบน้ำเล็ก
น้อย แล้วพากันปิดจมูก
“ค่อยยังชั่ว ไม่ต้องทนดมกลิ่นแก๊สบ้านั่นแล้ว แม้จะหายใจไม่ค่อยสะดวกก็ตามเถอะ มี
วิธีการดีๆอย่างนี้ ทำไมไม่บอกกันแต่เนิ่นๆ ปล่อยให้ฉันทนดมอยู่ตั้งนาน มันน่านัก” ดารินบ่นงึมงำ
“แหะๆ ขอโทษจริงๆครับ ผมลืมไปว่าพวกคุณไม่คุ้นเคยกับป่า เลยนึกไม่ถึง” รพินทร์ขอ
โทษ แล้วพูดต่อขึ้นว่า “เรียบร้อยนะครับ ออกเดินทางต่อได้แล้วครับ อย่างไงพยายามเดินตามผมทุก
ฝีก้าว ถ้าเป็นไปได้ เหยียบทับรอยเท้าผมเลย อย่าเดินออกนอกเส้นทางที่ผมเดินเกินหนึ่งฟุตนะครับ”
“มีอะไรอีกล่ะ สั่งแบบนี้มันพิกลนะ คุณควรบอกมาตรงๆว่ามีอะไรมากกว่าอมพนำเอาไว้
รอให้เกิดเรื่องแล้วค่อยเฉลย” ดารินถามสวนขึ้นมาทันที
“คือยังไม่ยืนยันนะครับ ผมยังไม่แน่ใจ ที่สั่งไปอย่างนั้นก็เพียงเป็นการป้องกันไว้ก่อน
เท่านั้น…..”
“แล้วไอ้ที่คุณบอกไม่แน่ใจนั้น มันคืออะไรคะ” ดารินสวนกลับอย่าว่องไวเช่นเดิม
“โธ่! ก็ผมยังพูดไม่ทันจบคุณหญิงก็ถามขึ้นมาก่อน ผมก็ไม่คิดจะปิดบังอะไรหรอกครับ”
รพินทร์โอดครวญ
“น้อยก็ใจร้อนไปได้ รพินทร์เขาเลยไม่มีโอกาสตอบซักที” ไชยยันขัดขึ้น
เชษฐาเห็นดารินกำลังจะอ้าปากพูด เขาเลยพูดออกไปก่อน”พอได้แล้วทั้งน้อยทั้งไชยยัน
นั่นแหละ เลยไม่รู้เรื่องกันสักที คุณว่าต่อเลยรพินทร์”
รพินทร์เลยพูดต่อ “ผมกำลังสงสัยว่าอาจจะมี ต่อหลุ่ม อยู่แถวนี้ครับจึงต้องการให้ทุก
คนเดินตามผมอย่าออกไปด้านข้างมากนัก เพราะอาจจะตกลงไปในหลุ่มของมันได้”
“ถ้ามันเป็นหลุ่มเราก็ต้องเห็นสิ” ดารินแย้งขึ้น
“เอาไว้ถ้าเจอแล้วผมจะชี้ให้คุณหญิงดู เพราะถ้ามายืนอธิบายกันแบบนี้เราคงจะไปกันไม่
ถึงไหน เอาเป็นว่าทำอย่างที่ผมบอกไปก่อนก็แล้วกัน” รพินทร์พูดจบก็โค้งศีรษะให้ดารินแล้วหันหลัง
เดินต่อทันที
ดารินได้ค้อนไปทางพรานไพร แล้วก็เดินตามไปเช่นเดียวกับคนอื่น
การเดินทางในช่วงนี้ พรานใหญ่รพินทร์เดินไปไม่เร็วนักทุกฝีก้าวเต็มไปด้วยความระมัด
ระวัง เดินไปได้ราวครึ่งชั่วโมงเขาก็ส่งสัญญานให้ทุกคนหยุด แล้วเรียกบุญคำมาชี้ดูพื้นด้านหน้าแล้ว
ปรึกษากันเงียบๆ
ดารินจึงเรียกแงซายเข้ามา แล้วถามขึ้น
“พวกพรานใหญ่กับบุญคำกำลังทำอะไรกันอยู่”
แงซายมองไปด้านหน้า และด้านข้างโดยรอบ จากนั้นจึงตอบ
“พรานใหญ่สงสัยว่าเรากำลังอยู่ในดงของ ต่อหลุ่ม ครับนายหญิง คงกำลังปรึกษากับ
บุญคำว่าจะเดินเลี่ยงไปอย่างไงดี”
“ไอ้ต่อหลุ่มนี่มันแตกต่างจากต่อธรรมดายังไง” มาเรียถาม
“ผมว่าให้พรานใหญ่เป็นคนตอบดีกว่าครับ นั่นกำลังเดินเข้ามาแล้ว ผมขอตัว” พอพูดจบ
แงซายก็เดินเลี่ยงไปที่คะหยิ่นตามเดิม
“เราเจอกับต่อหลุ่มแล้วครับ มันมีเป็นดงเลย” รพินทร์พูดขึ้นด้วยสีหน้าเครียด
“ไหนฉันไม่เห็นมีซักหลุ่มเลย เห็นแต่พื้นที่ราบเต็มไปด้วยใบไม้” ดารินถามอย่างเอาเรื่อง
“เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้ดู” รพินทร์เรียกบุญคำมากระซิบเบาๆ เห็นบุญคำผงกหัวแล้วเดินไป
บุญคำหายไปสักพัก แล้วกลับมาพร้อมกับไม้ไผ่ยาวราวๆสามเมตร แกเดินตรงไปที่ด้าน
หน้า ซึ่งเป็นทางที่คณะจะต้องเดินไปถ้าไม่หยุดลงเสียก่อน แกค่อยๆย่องต่ำไปแล้วก็นอนลง หันมาส่ง
สัญญานให้รพินทร์
“ทุกคนดูนะครับ พื้นที่นั้นที่เราเห็นเป็นที่ราบเรียบ จะเป็นยังไงถ้าบุญคำเอาไม้แทงลง
ไป” รพินทร์ส่งสัญญานให้บุญคำเริ่มได้
บุญคำนอนจับไม้แหย่แทงลงไปตรงพื้นด้านหน้า แกค่อยๆแหย่ลงไป ไม้ทะลุใบไม้ที่
ทับถมกันลงไปเรื่อยๆ จนเกือบสุด แล้วแกก็ค่อยๆเลื้อยออกมาพอห่างพอสมควรแล้ว แกถึงลุกขึ้นเดิน
มารวมกับกลุ่มที่ยืนมองอยู่
“เป็นไงครับ พื้นเรียบๆของคุณหญิง นี่ถ้าใครหรือมีสัตว์เผลอตกลงไป ไม่เกินยี่สิบนาที
เหลือแต่กระดูก” รพินทร์พูดขึ้น
“มันอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ” มาเรียถาม
“ครับ คุณลองคิดดู ต่อตัวขนาดนิ้วโป้งมือ เป็นหมืี่นๆตัวรุมกินเนื้อคุณ ผมว่าที่ผมกะว่า
ยี่สิบนาทีนี่ยังนานเกินไปเลย” รพินทร์ตอบ
“งั้นเราก็เดินเลี่ยงไป ก็ไม่ใช่หมดปัญหาแล้วไม่ใช่เหรอ” ดารินถาม
“ครับ อย่างไรเราก็ต้องเดินเลี่ยง แต่มันก็ลำบากนิดนึง ตรงที่ บริเวณนี้มันมีเป็นร้อยๆ
หลุ่ม แล้วยังแถมอยู่ใกล้ๆกันเสียด้วย ฉะนั้นผมขอย้ำ เวลาเดินให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังเต็มที่ ให้
เดินทับรอยเท้าผมเท่านั้น การเดินอาจมีการวกวนไปมา และวิธีสังเกตุว่าตรงไหนเป็นหลุ่มของพวกมัน
คือ บริเวณนั้นใบไม้จะเรียบกว่าปกติ มีลักษณะค่อนข้างกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งถึงสองเมตร
ถ้าเราเดินเข้าไปใกล้ๆ จะได้ยินเสียงบินของพวกมันดัง หึงๆ เอาล่ะมีใครจะสอบถามเพิ่มเติมหรือไม่”
“แล้วเราทำไมไม่เดินอ้อมเป็นวงกว้างเพื่อหลบเลี่ยงมันล่ะ” ไชยยันถาม
“ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เพราะพวกนี้จะอยู่เป็นดงกว้างมาก ถ้าจะอ้อมก็ต้องอ้อมเป็น
วงกว้างมาก จริงๆแล้วมันก็ไม่น่ากลัวอะไรถ้าเรารู้หลัก เราก็จะผ่านไปด้วยความปลอดภัย เอาเป็นว่า
เดินตามหลังผมอย่าเฉออกก็แล้วกัน” รพินทร์ตอบ แล้วก็ออกเดินทันที กลุ่มนายจ้างเลยต้องเดินตาม
และระวังตัวลีบ
รพินทร์พาทุกคนเดินไต่ไปตามพื้นที่แคบๆระหว่างหลุ่มต่อ เขาเดินอย่างช้าๆ และคอย
หันมาเตือนตลอดเวลา ยิ่งถ้าที่ใดทางแคบมากๆ เขาจะหยุดชี้ให้ทุกคนดูและระวัง เส้นทางที่เดินวกวน
ไปมา แต่ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปจนได้ ระยะทางเกือบหนึ่งกิโลเมตรที่ทุกคนหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะเกรง
ว่าจะเดินพลาดตกลงไป จริงๆถ้านับกันตรงๆก็คงไม่เกินสี่ร้อยเมตร
“นี่นายพราน ฉันยังไม่เคยเห็นตัวต่อหลุ่มเลย คุณช่วยจับมาให้ฉันดูหน่อยได้มั้ย” ดาริน
บอก
“ผมว่าคุณหญิงอย่าสนใจดูมันเลยครับ เท่าที่มันอยู่ในหลุ่มเรายังแทบแย่ ถ้าจะไปเปิด
ปากหลุ่มเพื่อจะจับมันมาดู เดี๋ยวได้วิ่งป่าราบกันเท่านั้น คุณหญิงลองนึกภาพดูนะครับ ตัวต่อบินออก
จากหลุ่มเป็นหมื่นๆตัวไล่ต่อยพวกเรา พวกเราจะมีสภาพไหน” รพินทร์ตอบ
“น้อยนี่อยากรู้ไม่เข้าเร่ีือง ไม่ต้องไปสนใจยายบ๊องนี่เลย เราเดินทางต่อกันเถอะ วันนี้
เรายังไปได้ไม่ถึงไหนเลย” ไชยยันบอก
“เอ๊ะ ก็ฉันไม่รู้นี่ว่ามันจะอันตรายขนาดนั้น ก็เห็นเก่งออกปานนั้น เป็นอันว่าฉันขอโทษ
ก็แล้วกัน ไปเดินทางได้”
รพินทร์จึงเริ่มเดินนำอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นานสภาพป่าก็โปร่งขึ้น บรรยากาศก็ไม่มืด
ครึ้มเหมือนที่ผ่านมา ระหว่างทางเริ่มมีสัตว์เล็กๆจำพวกกระรอกกระจงโผล่ให้เห็นประปราย แต่ที่ว่าเล็ก
ก็ยังใหญ่กว่าปกติเกือบเท่าตัว ทั้งหมดเดินไปได้สักสองชั่วโมง รพินทร์ก็หยุดลง
“เราจะหยุดตั้งแค้มป์กันที่ตรงนี้ เอาล่ะทุกคนแยกย้ายกันทำหน้าที่ได้ คุณหญิงครับวัน
นี้คงไม่มีน้ำอาบนะครับ และคงจะอีกหลายวัน เพราะไม่มีแหล่งน้ำใหญ่ๆที่พอจะลงอาบได้เลยในแถบนี้
เส้นทางวันพรุ่งนี้ ผมคาดว่าเราจะต้องเดินไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เราน่าจะได้ไปพักค้างคืนบนไหล่เขาอีแร้ง
ซึ่งเป็นเป้าหมายของเรา เอาล่ะทุกคนเชิญตามสะดวกนะครับ แต่ถ้าเดินออกนอกบริเวณก็อย่าไกลเกิน
เสียงตะโกน ส่วนผมของตัวไปเดินสำรวจรอบแค้มป์ก่อนนะครับ ไว้เจอกันตอนอาหารเย็นครับ” พูดจบ
รพินทร์ก็เดินออกไปทันที
ทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตนเองอย่างรู้งาน ทุกอย่างจึงเสร็จเรียบร้อย ซึ่งก็พอดีกับที่
รพินทร์กลับจากสำรวจรอบๆแค้มป์พอดี
“มารพินทร์ อาหารเสร็จพอดีมาทานอาหารด้วยกัน” เชษฐาร้องบอก
เมื่อต่างก็รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เชษฐาก็ถามรพินทร์ขึ้นว่า
“ต่อจากเขาอีแร้งแล้วเราจะไปที่ไหนกันต่อ”
“เรามุ่งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เฉียดพื้นที่ที่เจ้าของแผนที่เรียกว่า ทุ่งมรณะ แล้ว
เบนมาทางทิศเหนือมุ่งไปที่ เขาก็องกอย คงใช้เวลาประมาณสองวันครับ” รพินทร์ตอบ
“โห ชื่อแต่ละชื่อน่าสยดสยองทั้งน้าน ทุ่งมรณะเงี๊ยะ เขาก็องกอยเงี๊ยะ บรื้อ! เราจะได้
พบเจอกับอะไรอีกเนี้ยะ” ไชยยันบ่น
“ผมก็ยังเดาไม่ออกครับ แต่การตั้งชื่อสถานที่ของคนโบราณก็มักจะตั้งจากสิ่งที่เขาพบ
ประสบเห็น ฉะนั้นฟังจากชื่อแล้วก็คงจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่หรอกครับ” รพินทร์ให้ความเห็น
“ยังไงก็ขออย่าให้มันร้ายแรงเกินไปก็แล้วกัน ผมละเบื่อที่จะต้องมาใจเต้น ตุ๊บตั๊บๆ มัน
เหนื่อยใจ สาธุ” ไชยยันภาวนา พร้อมกับยกมือขึ้นเหนือหัว
“เอาล่ะคืนนี้คุยกันแค่นี้ก่อน วันนี้มันร้อนอบอ้าวอย่างไงไม่รู้ ผมกลัวว่าจะเกิดฝน อย่าง
ไงรพินทร์คุณช่วยย้ำเวรยามให้ระวังฟืนไฟไว้บ้างนะครับ” เชษฐาเตือน
“ครับ ผมจะย้ำเป็นพิเศษเอง” รพินทร์รับคำแล้วก็ขอตัวแยกไปรวมกลุ่มพูดคุยกับพวก
พรานของเขา
“นาย บุญคำว่าวันสองวันนี้เราต้องเจอฝนใหญ่แน่ๆ อากาศมันอ้าวๆ”
“นายใหญ่ก็ให้มาเตือนเรื่องฟืนไฟเหมือนกัน ระวังอย่าให้ดับ แล้วเก็บรักษาฟืนให้ดีหา
อะไรที่กันฝนได้ปิดไว้ จะได้มีฟืนแห้งใช้ทั้งคืน แล้วก็อย่าคุยเล่นกันดึกนัก พรุ่งนี้เราต้องเดินกันอย่าง
หนัก เพราะเส้นทางวันพรุ่งนี้เราจะต้องเดินไต่ชันขึ้นไปเรื่อยๆ พักผ่อนออมแรงกันไว้หน่อยนะ ฉันไป
นอนล่ะ” รพินทร์พูดจบก็ลุกขึ้นแบกสัมภาระส่วนตัวไปนอนที่ริมนอกสุดของบริเวณแค้มป์เหมือนเช่นเคย
ที่ปฏิบัติมาตลอด
พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเข้านอนเสร็จ ดารินก็นึกเป็นห่วงรพินทร์ที่นอนตากน้ำค้างอยู่ขึ้น
มา อากาศเปล่ี่ยนแปลงเป็นร้อนอบอ้าวขนาดนี้ โรคไข้จับสั่นของเขาอาจจะกำเริบขึ้นมาก็ได้ เธอจึงเอา
ยาที่ร่วมยาของเธอ แล้วเดินออกไปนอกเต็นท์เจอแงซายจึงถามว่าพรานใหญ่นอนที่ตรงไหน เมื่อแง
ซายชี้บอกตำแหน่งแล้ว เธอก็เดินตรงไปทันที เมื่อไปถึงก็เห็นรพินทร์นอนเอากระสอบป่านคลุมตัว แต่
ที่หน้าเขาใช้หมวกคลุมนอนกร่นอยู่ เธอจึงคุกเข่าลงหวังจะเปิดหมวกดูหน้าพ่อพรานไพรตอนนอนหลับ
สักหน่อย แต่พอเธอยื่นมือไปแตะที่หมวกเท่านั้น คนที่นอนกร่นอยู่กลับเอามือของเขามาจับมือของเธอ
แล้วดึงเบาๆ เธอก็เสียหลักล้มลงสู่อ้อมกอดของเขาเสียแล้ว พร้อมกันนั้นแก้มของเธอก็ถูกขโมยจูบซะ
ฟอดเบอเร้อ เธอจึงตีเข้าไปที่อกของเขาเสียหนึ่งที และพูดขึ้นว่า
“ร้ายนักนะพ่อพรานไพร ดึงเค้าลงมากอดอย่างนี้ไม่กลัวคนอื่นเห็นเหรอ”
“ไม่กลัว เพราะรู้ว่าไม่มีใครเห็น ผมนอนรออยู่ตั้งนาน คิดไว้แล้วว่าอย่างไรเสีย วันนี้
นางฟ้าคงมาโปรด แล้วก็ไม่ผิดหวัง นางฟ้าของผมรู้มั้ยว่า พรานไพรคนนี้คิดถึงนางฟ้าของเขาเหลือ
เกิน” พูดจบรพินทร์ก็โน้มใบหน้าอันงามพริ้มลงมาแล้วพรมจูบไปทั่ว และจบลงที่ริมฝีปากบางแต่อิ่มเอิบ
เขาจูบเธออย่างเนิ่นนานจึงยอมปล่อยให้เป็นอิสระ แต่เธอก็ไม่ยอมลุกไปไหน ยังใช้มือเบียดแทรกรอย
แยกของสาบเสื้อเข้าไปลูบไล้แผ่นอกของเขาอย่างแผ่วเบา
“ฉันก็คิดถึงคุณเหลือเกิน ทั้งๆที่เห็นกันอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังคิดถึงกันขนาดนี้” ดาริน
กระซิบเสียงหวานที่ข้างหูของเขา
รพินทร์ผลิกตัวแล้วกดร่างดารินลง แล้วเขาก็ขึ้นไปทับเบาๆที่ร่างของเธอ แล้วก็จูบไซ้
ตามลำคอขาวผ่องไล่มาจนถึงเนินอกสล้างใต้เสื้อนอนอันบางเบา วันนี้ดารินไม่ได้ใส่เสื้อชั้นในมาเพราะ
อากาศร้อนมาก ริมฝีปากของรพินทร์จึงเหมือนกับสัมผัสผิวเนื้อของเธอตรงๆ เขาเม้นปากที่คาบหัวนม
ของเธออยู่เบาๆ แต่เพียงแค่นี้ก็สร้างความเสียวสยิวแก่ดารินจนขนลุกไปทั้งตัว
“รพินทร์คะ น้อยมีความสุขเหลือเกิน คุณให้ความสุขน้อยมากกว่านี้ได้มั้ยคะ ซื้ดสสสส
นะคะ” ดารินพูด พร้อมกับแอ่นโคกหีขึ้นไปเบียดกับท่อนควยในกางเกงของรพินทร์
“แต่ตรงนี้มันโล่งและพร้อมจะมีคนมาเห็นเข้า อยู่ตลอดเวลานะคุณหญิง”
“ฉันไม่สน คุณทำให้ฉันร้อนขึ้นมาแล้วคุณต้องรับผิดชอบ” ดารินพูด
“ครับ เดี๋ยวผมจะทำให้คุณหญิงหายร้อน” ว่าแล้วรพินทร์ก็ใช้ฝ่ามือตะปบไปที่เป้ากาง
ของเธอ เขาขยี้เบาๆตรงตำแหน่งเม็ดแตดของเธอ
ดารินเด้งส่ายเอวสู้มือของรพินทร์ พร้อมกับสูดปากด้วยความเสียว
“ถลกกางเกงน้อยลงสิคะ น้อยอยากได้นิ้วคุณเข้าไปในนั้นของน้อย สิคะ ซื้ดสสส”
แต่ยังไม่ทันที่รพินทร์จะทำอะไรต่อ ก็มีเสียงดัง ตุ้บ แล้วมีก้อนหินก้อนหนึ่งกลิ้งไปหา
ทั้งสองสะดุ้งตกใจลุกขึ้น ดารินรีบจัดความเรียบร้อยของตัวเอง แล้วพูดขึ้นว่า
“นี่ยากินซะ ฉันเห็นว่าอากาศมันเปลี่ยน กลัวโรคประจำตัวของคุณจะกำเริบ รีบกินเข้าไป
ตัวยาอาจทำให้คุณง่วงนอนหน่อยนะคะ ฉันต้องไปแล้ว พี่ใหญ่อาจสงสัยแล้วเดินออกมา ลูกน้องของ
คุณ หรือไม่ก็แงซายคงส่งสัญญาน ฉันไปล่ะ” ดารินพูดจบก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไปทันที
รพินทร์กินยาลงไป แล้วล้มตัวลงนอนด้วยความหวาดเสียว
“คงเป็นบุญคำโยนหินเตือนเราแน่ๆ เกือบไปแล้วเรา นี่ถ้าคุณเชษฐามาเห็นเรากำลังทำ
อะไรน้องสาวเขา เราคงเป็นผีเฝ้าป่าอย่างไม่ต้องสงสัย ต้องขอบใจบุญคำมัน ถ้าไม่ได้มันเราแย่แน่ๆ”
รพินทร์คิดถึงตรงนี้ แล้วก็นอนหลับไป
ส่วนดารินเดินออกไปพอพ้นเหลี่ยมก้อนหินใหญ่ เธอก็ถูกใครไม่รู้เอามือปิดปากแล้วกระ
ชากเธอไปที่มุมมืดลับตาแห่งหนึ่ง เธอพยายามดิ้นและร้อง แต่อนิจจาเธอดิ้นไม่หลุดแถมยังไม่มีเสียง
ใดเล็ดรอดออกปากเธอได้แม้เพียงแผ่วเบา

***********************************************************************