Xtreme Online 26 – วิวัฒนาการ

XO ตอนที่ 26 – วิวัฒนาการ

‘ได้รับค่าชื่อเสียง 5,400 หน่วย จากการประลองฝีมือกับแม่ทัพฟาร์อีสต์’
‘ท่านได้รับค่าความอดทนเพิ่มขึ้น 50 หน่วย เพื่อเป็นรางวัลแห่งความรู้สึกไม่ยอมแพ้ต่อความตาย’
‘เฟิ่งหวงวิหคเพลิงแรกกำเนิด ดูดกลืนพลังงานความร้อนบริสุทธิ์ระดับสูงครบตามเงื่อนไข’
‘บททดสอบแห่งพลังชีวิต ครบตามเงื่อนไข’
‘สำเร็จภารกิจลับระดับแปดดาว บททดสอบแห่งพลังชีวิต และการฟื้นคืนจากขี้เถ้าสู่อัคคีของเจ้าหญิงวิหคเพลิงเฟิ่งหวง’
‘ท่านได้รับค่าชื่อเสียง 10,000 หน่วย จากภารกิจบททดสอบแห่งพลังชีวิต’
‘เฟิ่งหวงยอมรับพันธะสัญญาแห่งชีวิตเป็นสัตว์เลี้ยงที่ผูกพันธ์กันตลอดชีพโดยไม่มีเงื่อนไข’
‘เงื่อนไขครบถ้วน เฟิ่งหวงพบเจ้านายที่เหมาะสม วิวัฒนาการครั้งแรก จากวิหคเพลิงแรกกำเนิด กลายเป็นวิหคเพลิงแรกรุ่น’
‘ท่านได้รับทักษะวิหคเพลิงคืนชีพ ทักษะติดตัว เมื่อเสียชีวิตจะอยู่ในสภาพไข่วิหคเพลิงอมตะเป็นเวลาสามสิบวินาที ค่าความเสียหายที่ได้รับในช่วงเวลานี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็นค่าพลังชีวิตและปราณ เมื่อทักษะทำงาน ต้องรออีก 7 วัน จึงจะทำงานได้อีกครั้ง’
‘พรแห่งความรักของอะโฟรไดทีทำงาน ค่าความรักของเฟิ่งหวงเพิ่มเป็น 86%’
‘พรแห่งความใคร่ของแอสโมดิอุสทำงาน ค่าความใคร่ของเฟิ่งหวงเพิ่มเป็น 72%’
‘เงื่อนไขครบถ้วน เฟิ่งหวงหลงรักผู้เป็นนาย เตรียมวิวัฒนาการครั้งที่สอง จากวิหคเพลิงแรกรุ่น กลายเป็นเจ้าหญิงวิหคเพลิง’

แม็กลืมตาตื่นสะลึมสะลือด้วยความงุนงง สิ่งแรกที่เขามองเห็นในความมืดก็คือข้อความของระบบที่เด้งขึ้นมาเป็นทิวแถว จากนั้นก็เป็นดวงตากลมโตและเรือนผมสีส้มแดงซึ่งเปล่งประกายงดงามราวกับเปลวเพลิงอยู่ในความมืดสลัว

สาวงามที่ยากคาดเดาอายุนางนี้มีใบหน้างดงามเปล่งปลั่งเหมือนเด็กสาววัยสิบสองสิบสามปี หากทว่าที่ขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัดก็คือเรือนกายของเธอคนนี้เป็นสาวสวยอวบอิ่มเต็มวัยจนแทบล้นทะลักในทุกสัดส่วนของเนื้อตัว หรือหากจะให้บรรยายด้วยคำพูดก็คงไม่พ้นคำว่าหน้าประถมนมมหาวิทยาลัย

“เจ้านาย ท่านจะรับข้าเป็นผู้หญิงของท่านได้หรือไม่?”

สาวงามเอ่ยถามเสียงหวานใบหน้าแดงซ่าน แม็กจึงได้แต่เหม่อมองดูความตะลึงลาน เธอคนนี้สวยงามไม่แพ้สุดยอดร้อยแปดสาวงาม ไม่ว่าจะอะโฟรไดที แอสโมดิอุส ไดโอนี หรือเตียวเสี้ยน ก็ไม่สามารถงดงามไปกว่านี้ และที่สำคัญก็คือสาวสวยผมสีส้มคนนี้กำลังอยู่ในสภาพเปลือยกายอวดเรือนร่างขาวโพลนนั่งคร่อมทับร่างเปลือยเปล่าของเขาอยู่ด้วยดวงตาทอประกายร้อนแรงวาบหวาม

“เฟิ่งหวงเหรอ?”

แม็กเดาว่าสาวสวยเต็มวัยคนนี้คือเฟิ่งหวง เพราะข้อความของระบบบอกใบ้เขาเช่นนั้น และการที่เธอพยักหน้าเอียงอายก็แปลความได้ว่าเขาเข้าใจไม่ผิด เฟิ่งหวงในตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่ลูกเจี๊ยบขี้โรคเหมือนตอนที่เขาซื้อมาจากร้านค้าทาสอีกแล้ว อีกทั้งยังไม่ใช่เด็กสาวอ่อนวัย หากทว่าเวลานี้เธอได้กลายเป็นสาวรุ่นวัยเจริญพันธุ์ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งสตรีเพศแล้ว

ความจริงแล้วนี่ถือเป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจ เงื่อนไขการวิวัฒนาการของวิหคเพลิงนั้นนับว่ายากยิ่งสมกับเป็นภารกิจระดับแปดดาว ซึ่งอันดับแรกก็คือต้องให้เจ้าลูกเจี๊ยบขี้โรคได้กลืนกินความร้อนบริสุทธิ์ระดับสูง ซึ่งปกตินั้นจะต้องเดินทางไปอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟเพื่อซึมซับความร้อน

นอกจากนี้เงื่อนไขที่สองก็คือ ผู้เป็นเจ้านายจะต้องตกอยู่ในสภาพใกล้ตาย แต่พยายามยื้อไว้ด้วยพลังใจไม่ให้ตนเองตายตก ซึ่งเงื่อนไขนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้เล่นปกติ เพราะคงไม่มีใครยอมทนความเจ็บปวดขนาดนั้น หากทว่าแม็กกลับทำได้สำเร็จโดยไม่รู้ตัวราวกับสวรรค์บันดาล

“ค่ะ เจ้านาย … ที่นี่คือกระโจมในค่ายทหาร ท่านฟื้นจากความตายด้วยทักษะวิหคเพลิงคืนชีพ เธอคนนี้นั่งเฝ้าไข้จนเหน็ดเหนื่อย จึงโดนท่านแม่ทัพใช้มนต์สะกดให้หลับไหลอยู่ค่ะ ส่วนเจ้านายสลบเพราะอาการบาดเจ็บไปแล้วกว่าสิบสองชั่วโมง”

เฟิ่งหวงตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานสดใสน่าฟัง ทั้งยังบอกรายละเอียดล่วงหน้าราวกับรู้ว่าเขาจะต้องถามอย่างแน่นอน แม็กจึงเงยหน้ามองดูกระโจมผ้าด้านบน แล้วเอียงหน้ามองดูเซเฟียนักรบสาวสวยที่นอนฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะข้างเตียง จากนั้นก็ดูเวลาที่บ่งบอกว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนในหน้าจอของระบบ

เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ตัวเองรอดตาย และยิ้มปลื้มใจที่เซเฟียมาคอยดูแลเขา จากนั้นจึงค่อยเรียกสติหันมามองดูเรือนร่างเปลือยเปล่าแสนงดงามของเฟิ่งหวงด้วยดวงตาวิบวับร้อนแรง รอบที่แล้วเขาตื่นขึ้นมาเจอการทอดสะพานของส้มเช้ง และคราวนี้เขาก็คล้ายได้เห็นเหตุการณ์ซ้ำอีกครั้ง เพียงแต่เปลี่ยนจากส้มเช้งในชีวิตจริง มาเป็นเฟิ่งหวงในเกมเท่านั้น

“แล้วที่บอกก่อนหน้านี้คืออะไร?”

“เมื่อชนเผ่าวิหคเพลิงแรกเกิดได้พบเจอกับเจ้านายที่เหมาะสม จะเกิดการวิวัฒนาการเปลี่ยนไปเป็นวิหคเพลิงแรกรุ่น และเมื่ออยู่ในวัยแรกรุ่น ชนเผ่าวิหคเพลิงจะเริ่มเรียนรู้เรื่องความรัก กระทั่งเมื่อได้พบเจอกับผู้ที่เหมาะสม และได้ผ่านกระบวนการสืบเผ่าพันธุ์ วิหคเพลิงจึงจะเติบใหญ่กลายเป็นวิหคเพลิงเต็มวัย”

“หมายความว่าเธออยากสืบพันธุ์งั้นเหรอ?”

“ค่ะเจ้านาย หากเจ้านายจะกรุณา”

แม็กแกล้งหยอกเย้าเล่น ทั้งที่ทราบดีจากข้อความของระบบแล้ว ว่าตอนนี้เฟิ่งหวงอยู่ในอารมณ์เช่นไร เฟิ่งหวงที่เพิ่งเติบใหญ่เป็นวัยสาวซึ่งใบหน้าแดงก่ำจึงพยักหน้า และพูดออกมาตามตรงเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสาไร้จริตมารยา ซึ่งท่าทีเช่นนี้เองที่ทำให้ความเป็นชายซึ่งโดนสะโพกหนั่นแน่นบดทับจนเบ่งพองตัวเต็มที่อยู่แล้วแสดงอาการกระตุกหงึกออกมาจนเฟิ่งหวงตัวสั่นสะท้าน

“มันจะเร็วไปหรือเปล่า เธอเพิ่งวิวัฒนาการไปเองนี่นา แล้วตอนนี้ก็จะวิวัฒนาการอีกรอบแล้วเหรอ?”

“ข้าเองก็ไม่ทราบ ปกติแล้วระหว่างการวิวัฒนาการแต่ละครั้งสมควรกินเวลาหลายสิบปีหรือมากกว่านั้น แต่ว่าหลังจากได้เป็นวิหคเพลิงแรกรุ่น อารมณ์ของข้าก็ปั่นป่วนแปลกประหลาด ยิ่งได้ใกล้ชิดนายท่าน ข้าก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวของร่างกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

“อืม เพิ่งเป็นสาวรุ่นก็ใจแตกซะแล้วเหรอ … ว่าแต่เธอเป็นเจ้าหญิงงั้นเหรอ?”

แม็กพูดหยอกอีกครั้ง แต่เขาเข้าใจแล้วว่าเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น เฟิ่งหวงซึ่งเพิ่งวิวัฒนาการกลายเป็นสาวรุ่นนั้นสมควรโดนพรแห่งความรักและใคร่เล่นงาน เลือดเนื้อสาวสะพรั่งจึงพลุ่งพล่านเต็มไปด้วยความต้องการทางเพศที่เธอยังไม่เคยรู้จัก

“ค่ะ ข้าเป็นบุตรีคนที่สี่ของราชาและราชินีแห่งวิหคเพลิง พวกเรามีชะตากรรมต้องจากบ้านมาเรียนรู้และรับใช้ผู้ที่เหมาะสม จนกว่าเจ้านายจะสิ้นอายุขัย หรือเติบใหญ่เต็มวัยพวกเราจึงจะสามารถกลับบ้านของพวกเราได้”

เฟิ่งหวงอธิบายพลางโยกเอวส่ายสะโพกบดกลีบเนื้อนุ่มนิ่มเบียดเสียดกับความเป็นชายที่แข็งประหนึ่งท่อนไม้ แต่ท่าทางของเธอนั้นไม่ทำให้รู้สึกว่าเป็นหญิงสาวร้อนร่าน หากทว่าเป็นเพียงเด็กสาวไร้เดียงสาที่อยู่ในอารมณ์ร้อนรัก และกำลังเรียนรู้ความสุขในโลกของผู้ใหญ่

“เธอรู้เหรอว่าสืบพันธุ์ต้องทำกันยังไง?”

“ข้ายังไม่ทราบ แต่ท่านพ่อท่านแม่เคยสอนว่าให้ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามสัญชาตญาณแห่งวิหคเพลิง”

แม็กพูดยิ้มกริ่มพลางเอื้อมมือไปจับเอวคอดกิ่วเหมือนนาฬิกาทรายของเฟิ่งหวงแล้วลูบไล้แผ่วเบา และทันทีที่มือมารแตะสัมผัสลงไปบนผิวขาวเนียน เฟิ่งหวงก็สั่นสะท้านส่งเสียงครางแว่วหวานซาบซ่านออกมา ตอนนี้เธอได้เรียนรู้แล้วว่ารสสัมผัสของเจ้านายนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด

ท่าทีเสนอสนองแฝงความไร้เดียงสานี้ ทำให้อารมณ์ของแม็กพลุ่งพล่านจนไม่สามารถมากได้กว่านี้แล้ว หากทว่าเขายังคงนอนนิ่งด้วยความคิดแปลกใหม่ว่าหากเขาปล่อยให้สาวไร้ประสบการณ์เป็นฝ่ายกระทำบ้างจะเป็นเช่นไร

“งั้นเธอลองทำไปตามสัญชาตญาณดูซิเฟิ่งหวง”

คำอนุญาตของแม็กทำให้เฟิ่งหวงยิ้มยินดี รอยยิ้มนั้นคล้ายรอยยิ้มของเด็กน้อยเยาว์วัยที่มาอยู่ในร่างของสาววัยเจริญพันธุ์ จากนั้นร่างงามก็โน้มตัวลงไปนอนแนบทับ ทรวงอกอวบคัพเอฟเป็นอย่างน้อยบดบี้ลงไปบนแผงอกของเขาแล้วขยับเสียดสีเพื่อปลดเปลื้องอารมณ์ ความนุ่มนิ่มหอมกรุ่นทำให้แม็กหลับตาพริ้มส่งเสียงครางด้วยความพึงพอใจ

เฟิ่งหวงใช้ทรวงอกถูไถกับร่างกำยำครู่หนึ่ ก่อนจะเริ่มอ้าปากแลบลิ้นเลียที่ใบหูของเขา ท่าทางของเธอออกจะเงอะงะอยู่บ้าง หากทว่าในความเงอะงะนั้นก็มีเสน่ห์ในตัวมันเอง เธอโลมเลียใบหูของเขาก่อนจะขยับต่ำลงมาจูบเลียไซร้ซอกคอ และสลับวนเวียนอยู่ตรงแผงอกกำยำ แม็กถึงกับต้องกระตุกครางไปหลายครั้งเพราะเธออ้าปากงับเลียระรัวลงไปที่หัวนมสีน้ำตาลของเขา

แม็กส่งเสียงครางแผ่วเบาพลางก้มหน้าลงมองดูการกระทำตามสัญชาตญาณของเฟิ่งหวงด้วยความสนใจ เธอกำลังใช้ปากจูบไซร้ไปตามเนื้อตัวของเขา ทำให้เขารู้สึกนึกเปรียบเทียบกับตอนที่นกคู่รักใช้จะงอยปากซุกไซร้ทำความสะอาดขนปีกให้กันและกัน และเขาก็เกิดความคิดแปลกประหลาดขึ้นมาว่านี่คงจะเป็นสิ่งที่เฟิ่งหวงบอกว่าเป็นสัญชาตญาน

ชายหนุ่มนอนปล่อยให้สาวสวยบริการให้อย่างสบายอารมณ์ เขาตั้งใจที่จะไม่ลงมือเองจนกว่าจะถึงนาทีสุดท้าย แต่เมื่อเฟิ่งหวงไล่ต่ำซุกหน้าลงไปตรงกลางหว่างขา และคว้าแก่นกายของเขาเข้าปากไปดูดเลียด้วยลิ้นที่ลื่นไหลราวกับมีชีวิต เขาก็ตัวกระตุกเฮือกอดไม่ได้ต้องตะปบมือลงไปบนหลังศีรษะ แล้วขยี้ผมสีส้มยาวสลวยด้วยความเสียวซ่าน

“อูยยสสส เฟิ่งหวงทำไมใช้ลิ้นเก่งขนาดนี้”

เฟิ่งหวงคล้ายไม่รับรู้สนใจคำถามของเจ้านาย เธอยังคงก้มหน้าใช้ปากและลิ้นดูดเลียดังบ๊วบอย่างต่อเนื่องจนเขาต้องแอ่นเอวขึ้นไม่หยุด ตอนนี้เขารู้สึกว่าลีลาปากของเฟิ่งหวงนั้นยอดเยี่ยมไม่แพ้แอสโมดิอุสเจ้าแห่งความใคร่เลยแม้แต่น้อย เขาจึงเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอจริงหรือ

“หนอนตัวอ้วนของเจ้านายอร่อยจัง ข้าขอกินได้หรือไม่?”

ผ่านไปครู่ใหญ่เฟิ่งหวงจึงค่อยเงยหน้าขึ้นมาถามไถ่ด้วยดวงตาไร้เดียงสา แม็กจึงสะดุ้งโหยงรีบโบกมือห้ามเพราะเกรงว่าเฟิ่งหวงจะกลืนกินของสำคัญของเขาเข้าเสียก่อน จากนั้นเขาจึงยิ้มขำที่เด็กสาวดูจะไม่รู้ความกระทำการดูดเลียให้เขาด้วยความเอร็ดอร่อย เพราะคิดว่าส่วนนั้นของเขาเป็นหนอนตัวอ้วนที่เผ่าพันธุ์นกน่าจะชอบจับกิน

“ห้ามกินเด็ดขาดเลย ห้ามกัดด้วย เจ้านี่ไม่ใช่หนอนซะหน่อย มันเอาไว้ทำอย่างอื่นตะหาก”

“แล้วมันเอาไว้ทำอะไรคะเจ้านาย?”

เฟิ่งหวงเอียงคอถามด้วยท่าทีไม่รู้ความ จากนั้นเธอก็ก้มหน้าลงไปแลบลิ้นเลียวนไปทั่วส่วนปลายซึ่งมีน้ำซึมออกมาด้วยท่วงท่าราวกับกำลังดูดเลียน้ำหวานอันเอร็ดอร่อย แม็กจึงยิ่งรู้สึกพลุ่งพล่านมากขึ้น หากทว่าเขายังพยายามเก็บอาการไว้ด้วยความอยากรู้ว่าแม่สาววิหคเพลิงที่หุ่นอวบอึ๋มแต่ไร้เดียงสาจะทำอย่างไร

“ลองใช้สัญชาตญานดูซิ”

เฟิ่งหวงเบิกดวงตากลมโตมองดูชายหนุ่มแล้วครุ่นคิดทั้งที่ลิ้นสีชมพูอ่อนยังคงขยับเลียวนไม่หยุด จากนั้นไม่นานนักสัญชาตญานแห่งการสมสู่ก็สอนสั่งให้เธอหยั่งรู้ได้ด้วยตนเอง เธอจึงเริ่มขยับร่างขึ้นไปอยู่ในท่านั่งคร่อมบนร่างของเขา มือนุ่มนิ่มจับเอาสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นหนอนตัวอวบอ้วนมาจรดจ่อตรงกลีบอูม แล้วเงยหน้ามองดูเขาเป็นเชิงถามไถ่ว่าถูกต้องหรือไม่

“ถูกแล้วล่ะ แต่อย่าเพิ่งเลย เดี๋ยวจะเจ็บซะก่อน”

แม็กยิ้มพออกพอใจต่อการคาดเดาของสาวสวย แต่เขาก็ส่งเสียงห้ามเธอไว้ก่อน เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอ จึงเกรงว่าเธอจะเจ็บปวดซึ่งนั่นไม่ใช่วิสัยของเขา อย่างน้อยครั้งแรกที่เขาจะมอบให้ผู้หญิงสักคน ก็ต้องเป็นความรู้สึกหฤหรรษ์วาบหวามจนเธอลืมไม่ลง

เขาจับเธอพลิกร่างลงไปนอนหงายแล้วขยับไปทาบทับพร้อมกับประกบปากจูบเริ่มจากแผ่วเบาไปหนักหน่วง มือมารขยับตะปบขยี้กระตุ้นเล้าโลมจนสาวสวยกระตุกสะท้าน เขาแตะสัมผัสเสพความเนียนนุ่มของเนื้อนางจนทั่วทุกตารางนิ้ว หนึ่งนั้นเพื่อกระตุ้นเร้าอารมณ์เธอให้พุ่งกระฉูด และอีกหนึ่งนั้นก็เพื่อเรียนรู้ว่าจุดใดบนร่างกายที่กระตุ้นอารมณ์ของเธอได้ดีที่สุด

เขาแปลกใจเล็กน้อยที่หากไม่นับตำแหน่งปทุมถันและกลีบกุหลาบแล้ว จุดไวต่อความรู้สึกที่สุดของเฟิ่งหวงอีกจุดหนึ่งกลับเป็นตำแหน่งสะบักหลัง แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่านั่นอาจจะเป็นตำแหน่งที่ปีกงอกออกมาได้ ส่วนนั้นจึงกลายเป็นส่วนที่ไวต่อความรู้สึก

เมื่อสำรวจจุดอ่อนไหวได้ครบถ้วน เขาก็เริ่มจัดแจงท่วงท่าจับเธอนอนคว่ำหน้าลงบนเตียง แล้วฟุบหน้าลงไปจูบพรมที่แผ่นหลังโดยเน้นระรัวที่บริเวณสะบักหลัง จากนั้นก็ใช้มือจับเจ้าหนอนตัวอ้วนไปจรดจ่อที่ประตูสวรรค์จากด้านหลัง แล้วกดทิ้งน้ำหนักแทรกร่างเข้าไปทีละน้อยจนเธอตัวกระตุกผวาหวีดร้อง ในขณะที่สองมือนั้นเอื้อมสอดไปด้านหน้าเพื่อบีบขยี้ทรวงอกอวบตูม

เฟิ่งหวงซึ่งโดนกดฟุบหน้าลงบนเตียงนั้นสะบัดหน้าเริ่ดไปมาจนผมเผ้ายุ่งเหยิง ความคับแน่นที่สอดแทรกเข้าไปทีละน้อยนำมาซึ่งความสุขหฤหรรษ์ในแบบที่ไม่เคยคิดจินตนาการถึง ซึ่งนี่ยังไม่รวมความเสียวซ่านจากการโดนฟอนเฟ้นเต้านม และจูบพรมลงไปบนสะบักหลังด้วยอีกทาง

เจ้าหนอนตัวอวบอ้วนที่เธอชื่นชอบในรสชาตินั้นมุดแรกเข้าในความคับแน่นทีละน้อย และกว่าจะเข้าได้จนสุดทางเฟิ่งหวงก็ตัวกระตุกส่งเสียงหวีดร้องถึงจุดสุดยอดล่วงหน้าไปก่อนแล้วหนึ่งรอบ ตอนนี้เธอได้รับรู้แล้วว่าสรวงสวรรค์เป็นเช่นไร

แม็กนอนทับร่างงามจากด้านหลังนิ่งครู่หนึ่งเพื่อให้เด็กสาวในร่างสาวงามได้พักปรับอารมณ์ จากนั้นบั้นเอวแกร่งก็เริ่มโยกกระแทกใส่สะโพกผึ่งผายอยา่งเมามันหนักหน่วง และลีลาอันเผ็ดร้อนนี้ก็ทำให้เฟิ่งหวงดิ้นพล่านสะบัดศีรษะไปมา ความเสียวกระสันลุกโชนราวกับกองเพลิง

เธอส่งเสียงครางตามจังหวะการกระแทกกระทั้นของเขา ในขณะที่เขาเองก็ส่งเสียงสูดปากครางเพราะความหอมหวานของเรือนกายที่เอร็ดอร่อยเลิศหรู เสียงกระแทกกระทั้นจึงยิ่งมายิ่งดังสนั่นหวั่นไหวหนักหน่วง ก่อนที่สองร่างจะกระตุกเฮือกเสร็จสมปลดปล่อยน้ำรักออกมาผสมปนเปกัน

‘พรแบ่งปัน จากเทพีอะโฟรไดทีทำงาน – ท่านได้รับสัมผัสธาตุไฟ ระดับธรรมชาติ (Natural) จากเฟิ่งหวง’
‘เงื่อนไขครบถ้วน การวิวัฒนาการของเฟิ่งหวงเสร็จสมบูรณ์ จากวิหคเพลิงแรกรุ่น กลายเป็นเจ้าหญิงวิหคเพลิง’
‘ภารกิจลับการเติบใหญ่ของเจ้าหญิงวิหคเพลิงสำเร็จ ท่านได้รับปราณอัคคีผลาญฟ้า ปราณระดับแปดดาว เป็นรางวัล’
‘ค่าพลังปราณสูงสุดเพิ่มขึ้น 1,000,000 หน่วย’
‘ปราณจักรวาล กำลังทำการหล่อหลอมลมปราณใหม่เข้ากับร่าง กรุณานั่งโคจรลมปราณภายใน 1 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นปราณชุดใหม่จะสลายหายไป’
‘ทำภารกิจลับ ครอบครองเฟิ่งหวง หนึ่งในร้อยแปดสุดยอดสาวงามได้สำเร็จ กรุณาติดต่อรับของรางวัลได้ที่อาคารช่วยเหลือผู้เล่น’
‘ท่านได้รับค่าชื่อเสียง 10,000 หน่วย จากการได้ครอบครองเฟิ่งหวง หนึ่งในร้อยแปดสุดยอดสาวงาม’

แม็กซึ่งนอนกอดทับร่างงามเพื่อซึมซับความสุขสมได้ยินเสียงประกาศของระบบดังถี่ยิบอีกครั้ง และคราวนี้เขาก็รับรู้ได้ถึงกระแสพลังปราณอันร้อนแรงดุจเปลวเพลิงหลั่งไหลเข้ามาในร่าง ซึ่งนั่นก็คือปราณที่ร้อนแรงที่สุดซึ่งถ่ายทอดให้เฉพาะสมาชิกเผ่าวิหคเพลิง

“นายท่าน เจ้าหนอนตัวอ้วนของนายท่านทำให้ข้ามีความสุขจัง พวกเราทำต่ออีกครั้งได้หรือไม่?”

หลังจากนอนพักกันได้ครู่หนึ่ง เฟิ่งหวงซึ่งเปรียบเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสาในร่างผู้ใหญ่ก็หายเหนื่อย และทันทีที่หายเหนื่อยสาวสวยก็ถามด้วยน้ำเสียงไร้จริตมารยา พร้อมกับแอ่นเด้งสะโพกผึ่งผายเข้าหาหนอนตัวอ้วนด้วยความใคร่ปราถนาอันบริสุทธิ์

แม็กยิ้มกริ่มพออกพอใจกับท่าทีอันแปลกใหม่ไม่เคยพบเจอนี้ และเขาเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เขาจึงขยับลงไปหนอนหงายแล้วจับให้เฟิ่งหวงขยับมานั่งคร่อม แล้วปล่อยให้เธอได้เรียนรู้วิถีแห่งความใคร่ด้วยตนเอง จากนั้นเจ้าหญิงวิหคเพลิงที่เติบใหญ่เป็นสาวสวยเร็วเกินไป ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะขยับสะโพกโยกเอวสร้างความหฤหรรษ์จนหนุ่มสาวพากันส่งเสียงสูดปากครางอย่างต่อเนื่อง

………………………………..

ตามตำนานของทวีปไชนี่นั้น วิหคเพลิงเป็นเผ่าพันธุ์สัตว์ศักดิ์สิทธิ์แห่งสรวงสวรรค์ พวกมันรับหน้าที่เฝ้ามิให้ผู้ซึ่งมิใช่เผ่าเทพล่วงล้ำขึ้นไปบนเขตแดนสวรรค์ เหล่านกวิหคเพลิงนั้นขึ้นชื่อในด้านการใช้พลังเวทย์และปราณธาตุไฟในระดับสูง โดยปกติแล้วจะมีรูปร่างคล้ายนกอินทรีย์ และมีเพลิงไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา โดยที่พวกระดับสูงจะสามารถจำแลงร่างเป็นมนุษย์ได้

จุดเด่นสุดของเผ่าวิหคเพลิงนั้นก็คือความเป็นกึ่งอมตะ เมื่อได้รับความเสียหายรุนแรง พวกมันจะเปลี่ยนไปอยู่ในสถานะไข่เพลิงเพื่อฟื้นฟูตนเอง ในช่วงเวลานั้นเหล่าวิหคเพลิงจะอยู่ในสภาพอมตะ หากได้รับความเสียหายเพิ่มก็จะยิ่งเป็นการเร่งการฟื้นฟูพลังให้เร็วขึ้น ดังนั้นการกำราบพวกมันจึงไม่ใช่การฆ่าให้ตาย หากทว่าเป็นการทำให้อ่อนแรงแล้วพันธนาการพวกมันเสีย ส่วนการฆ่าวิหคเพลิงโดยเด็ดขาดนั้น ว่ากันว่ามีแต่เพียงเทพระดับสูงแห่งทวีปไชนี่ที่ทราบวิธีการ

วงจรชีวิตของวิหคเพลิงนั้นเรียกได้ว่ายาวนานยิ่ง แต่พวกมันก็มีจุดอ่อนในช่วงเวลาถือกำเนิดที่จะอ่อนแอไร้พิษสง จนกว่าจะเจอเงื่อนไขในการวิวัฒนาการให้เป็นวัยแรกรุ่นจึงค่อยสามารถใช้พลังของเผ่าพันธ์ได้ ในวัยแรกรุ่นนี้ปกติแล้วพวกมันจะแข็งแกร่งในระดับคลาสสี่ถึงห้า และจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้ผ่านเงื่อนไขจนเติบโตเต็มวัย

ความแข็งแกร่งเมื่อวิวัฒนาการนั้นยังขึ้นกับชนชั้นด้วย ชนชั้นทั่วไปนั้นจะมีเพียงพลังเวทย์มนตร์สายอัคคี ในขณะที่ชนชั้นสูงระดับราชนิกูลนั้นจะมีพลังปราณที่เรียกว่าปราณอัคคีผลาญฟ้าระดับแปดดาวติดอยู่ในสายเลือดมาด้วย และส่วนที่เป็นความลับในเผ่าพันธุ์ก็คือ ปราณอัคคีผลาญฟ้านี้ยังสามารถพัฒนาขึ้นไปได้อีก โดยจะต้องผ่านการบำเพ็ญคู่ร่วมกับผู้มีปราณสายเดียวกัน และมีสายเลือดแห่งเผ่าพันธุ์ที่เท่าเทียมหรือสูงส่งกว่า

ด้วยเหตุนี้จึงมีการตรากฎแห่งเผ่าที่ห้ามละเมิดไว้ตั้งแต่โบราณกาล ว่าวิหคเพลิงแรกรุ่นนั้นจะต้องถูกส่งออกนอกรัง เพื่อให้ตามหาผู้เหมาะสมมาเป็นเจ้านาย จากนั้นก็ถ่ายทอดปราณให้ผู้เป็นเจ้านาย แล้วจึงค่อยทำการบำเพ็ญคู่ฝึกฝนปราณให้สูงส่งยิ่งขึ้น

น่าเสียดายที่ความลับนี้หายสาปสูญไปกับเหล่าวิหคเพลิงอาวุโสที่เบื่อหน่ายต่อความเป็นอมตะ และตัดสินใจเข้าสู่การหลับไหลอันเป็นนิรันดร์ เหล่าวิหคเพลิงระดับสูงจึงไม่สามารถก้าวข้ามปราณอัคคีผลาญฟ้าไปได้ ปราณระดับที่สูงกว่า จึงกลายเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันในตำนานที่ไม่มีจริง หากทว่าวันนี้ ความบังเอิญหลายอย่างที่ทับซ้อนกันกำลังทำให้เจ้าหญิงวิหคเพลิงที่เพิ่งเติบใหญ่ก้าวข้ามขีดจำกัดแล้ว

‘โคจรหลอมรวมปราณอัคคีผลาญฟ้าเข้าสู่ทะเลปราณสำเร็จ’
‘ภารกิจลับการวิวัฒนาการของเจ้าหญิงวิหคเพลิงเสร็จสมบูรณ์ เฟิ่งหวง วิวัฒนาการจากวิหคเพลิงแรกรุ่น คลาส 4 เป็น เจ้าหญิงวิหคเพลิง คลาส 6’
‘เงื่อนไขครบถ้วน เริ่มต้นกระบวนการบำเพ็ญคู่ของเจ้าหญิงวิหคเพลิงเฟิ่งหวง’

เสียงของระบบดังขึ้นโดยที่ชายหนุ่มไม่ได้คิดสนใจฟังหรือต่อให้คิดสนใจก็ไม่สามารถแบ่งแยกสมาธิได้ เวลานี้สมาธิส่วนใหญ่ของเขากำลังจรดจ่ออยู่กับการโคจรพลังเพื่อหลอมรวมปราณอัคคีผลาญฟ้าให้เป็นเนื้อเดียวกันกับปราณจักรวาล และสมาธิส่วนที่เหลือนั้นกำลังถูกรบกวนโดยเฟิ่งหวงเจ้าหญิงวิหคเพลิงอย่างหนักหน่วง เธอกำลังควบขย่มใส่เจ้าหนอนตัวอวบอ้วนด้วยความเร่าร้อนหฤหรรษ์แบบไม่ยอมหยุดพักแม้แต่เสี้ยววินาที

เหตุการณ์ในตอนนี้นับได้ว่าเป็นความบังเอิญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ราวกับสวรรค์ลิขิตไว้แล้วตั้งแต่แรก เริ่มจากวิวัฒนาการของเฟิ่งหวงจากแรกเกิดกลายเป็นแรกรุ่น ซึ่งเพียงแค่เหตุการณ์นี้ก็นับว่าเป็นความบังเอิญมากอยู่แล้ว แต่เมื่อเธอโดนผลกระทบของพรเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของโฟร์มดเข้าไป จนอยู่ในสภาพพร้อมวิวัฒนาการเป็นเจ้าหญิงวิหคเพลิง ก็นับเป็นเรื่องบังเอิญเรื่องที่สองที่ยากยิ่งกว่า กระนั้นกลับยังมีเรื่องบังเอิญต่อเนื่องเรื่องที่สามที่ไม่สมควรเกิดขึ้นได้ ซึ่งก็คือเงื่อนไขที่ทำให้เฟิ่งหวงพร้อมจะวิวัฒนาการเป็นรอบที่สาม

การร่วมรักกับแม็กทำให้เฟิ่งหวงกลายเป็นเจ้าหญิงวิหคเพลิงคลาสหกโดยสมบูรณ์ ซึ่งเรื่องราวควรจะจบแค่นั้น หากทว่าในระหว่างการร่วมรักนั้น แม็กได้ตัดสินใจโคจรพลังหลอมรวมปราณไปพร้อมกับปล่อยให้เธอขย่มร่วมรักใส่เพื่อไม่ให้เสียเวลา ดังนั้นเมื่อเขาเรียนรู้พลังปราณอัคคีผลาญฟ้าสำเร็จ ทั้งยังได้รับสัมผัสแห่งธาตุไฟระดับธรรมชาติมาด้วย ทำให้แม็กอยู่ในสถานะเรียนรู้ปราณอัคคีผลาญฟ้าระดับแปดดาวได้สมบูรณ์ครบตามเงื่อนไข

เงื่อนไขการบำเพ็ญคู่ของเผ่าวิหคเพลิงก็คือการโคจรพลังปราณ ไปพร้อมกับร่วมรักกับเผ่าพันธุ์อื่นที่เท่าเทียมหรือสูงล้ำกว่า และคนผู้นั้นจะต้องสำเร็จปราณอัคคีผลาญฟ้าโดยสมบูรณ์ ซึ่งแม็กนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ไททันที่สูงส่งกว่า ทั้งยังสำเร็จปราณอัคคีผลาญฟ้าโดยสมบูรณ์ และทั้งคู่ยังอยู่ในกระบวนการร่วมรักร่วมใคร่อยู่ กระบวนการบำเพ็ญคู่จึงเกิดขึ้นโดยทั้งสองฝ่ายไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ระหว่างการร่วมรักนั้นเฟิ่งหวงโคจรพลังปราณอัคคีผลาญฟ้าไปตามสัญชาตญาน ในขณะที่แม็กก็กระทำเช่นเดียวกัน ตอนนี้ทั้งสองจึงบังเกิดความรู้สึกที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง ซึ่งก็ปราณของทั้งสองผสานรวมกันเป็นกระแสความร้อนดั่งหินหลอมเหลว และกระแสความร้อนที่ว่าก็กำลังเคลื่อนไหวสลับไปมาระหว่างร่างทั้งสอง ผ่านทางจุดเชื่อมต่อ

ช่วงเวลาหนึ่งร่างของแม็กรู้สึกร้อนวาบ จากนั้นอีกช่วงเวลาหนึ่งร่างของเฟิ่งหวงก็ร้อนวาบตามกันไป และการสลับสับเปลี่ยนกันนี้ยิ่งมายิ่งทำให้ความร้อนแรงนั้นทบเท่าทวีมากขึ้นไปตามกระบวนการสะสมพลังงานปราณ นี่นับเป็นจุดวิกฤตถึงชีวิตจุดหนึ่ง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความกลัว ผลักไสไม่รับปราณร้อนแรงนั้นเข้ามาในร่าง อีกฝ่ายก็จะโดนแผดเผาจนร่างสูญสลาย

อย่างไรก็ตามเฟิ่งหวงนั้นไม่ต่างอะไรกับเด็กสาวไร้เดียงสา เธอเพียงคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติของการร่วมรักสมสู่ ในขณะที่แม็กนั้นก็คิดว่านี่เป็นกระบวนการเรียนรู้พลังปราณตามปกติ ทั้งสองฝ่ายจึงปล่อยให้กระแสความร้อนไหลย้อนกลับไปกลับมาโดยไม่แข็งขืนต่อต้านหรือฝืนบังคับ

เวลานี้ร่างสองร่างชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ไหลโซม ทั้งยังแดงก่ำราวกับโดนไฟเผา หากทว่าเฟิ่งหวงยังคงแอ่นหน้าเริ่ดขยับโยกขย่มสะโพกใส่โดยไม่ลดละ ด้านแม็กเองก็ช่วยเอื้อมมือขึ้นไปบีบขยำนมเต้าไซส์ปริญญาเอกอย่างเมามันโดยไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความหวาดกลัวต่อกระแสปราณร้อนแรง

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง กระแสปราณของสองฝ่ายวิ่งย้อนไปย้อนมาจนครบ 99 รอบ พลังปราณทบทวีเป็นสิบเท่าร้อยเท่าจากในคราวแรก แต่เมื่อมันจบสิ้น ปราณอัคคีที่เข้มข้นกว่าเดิมก็แบ่งแยกเป็นสองส่วนที่เท่ากัน ส่วนหนึ่งหลั่งไหลเข้าไปในร่างของเฟิ่งหวง ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งนั้นหลั่งไหลเข้าไปในทะเลปราณของแม็ก การบำเพ็ญคู่ของเผ่าวิหคเพลิงซึ่งสูญหายไปเกือบพันปีได้ปรากฎขึ้นอีกครั้งแล้ว!!!

‘กระบวนการบำเพ็ญคู่ของเจ้าหญิงวิหคเพลิงเสร็จสมบูรณ์ กลายเป็นราชินีวิหคเพลิงเฟิ่งหวง คลาสเจ็ด เลเวล 1’
‘ราชินีวิหคเพลิงเฟิ่งหวง เรียนรู้ปราณอัคคีนิรันดร ปราณระดับเก้าดาว’
‘ท่านได้รับปราณอัคคีนิรันดร ปราณระดับเก้าดาว’
‘ท่านได้รับค่าชื่อเสียง 20,000 หน่วย จากการช่วยวิวัฒนาการเฟิ่งหวง’
‘ราชินีวิหคเพลิงเฟิ่งหวง ได้รับตำแหน่งราชินีแห่งเผ่าพันธุ์วิหคเพลิง ตามกฎโบราณแห่งเผ่าพันธุ์’
‘ท่านได้รับตำแหน่ง ราชาแห่งเผ่าพันธุ์วิหคเพลิง เนื่องจากเป็นคู่ชีวิตของราชินีวิหคเพลิงเฟิ่งหวง’
‘ท่านได้รับทักษะ เจ้าแห่งวิหคเพลิง สามารถสั่งการวิหคเพลิงทั้งมวลได้ตามกฎโบราณแห่งเผ่าพันธุ์ ได้รับค่าความเสียหายจากธาตุไฟลดลง 30% เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ธาตุไฟ 30% ลดค่าพลังเวทย์หรือปราณเมื่อเรียกใช้ธาตุไฟ 30% เมื่ออยู่ในพื้นที่ธาตุไฟ จะได้รับค่าพลังทุกอย่างเพิ่มขึ้น 10%’
‘ท่านได้รับทักษะ ระดมพลวิหคเพลิง สามารถสุ่มอัญเชิญวิหคเพลิงให้ปรากฎร่างออกมาช่วยเหลือได้ ต้องการผลึกธาตุไฟระดับ 6 หนึ่งชิ้นต่อการอัญเชิญหนึ่งตน’

ข้อมูลพื้นฐานของตัวละคร
ชื่อ : Guyver เผ่าพันธ์ : Titan(ไททัน) ระดับ : 1 คลาส: 0
ทรัพย์สิน: 28,980 เหรียญทอง – 10 เหรียญเงิน – 1,000 เหรียญทองแดง
ชื่อเสียง: 98,412 หน่วย (ลำดับที่ 802,021 / 1,472,643,510)
พลังชีวิต : 10,000 / 10,000 (class limited)
พลังเวทย์ : 10,000 / 10,000 (class limited)
พลังจิต: 10,000 / 10,000 (class limited)
พลังปราณ: 4,100,000 / 4,100,000
ความแข็งแกร่ง : 100 (class limited)
ความคล่องแคล่ว : 100 (class limited)
ความอดทน : 100 (class limited)
ความฉลาด : 100 (class limited)
ความแม่นยำ : 100 (class limited)
ความโชคดี : 100 (class limited)
อาชีพ : Angelus (นักบวช คลาส 6)
ตำแหน่ง: ตำแหน่งที่ปรึกษาระดับสูงประจำวิหารอำนวยพร, ราชาแห่งเผ่าพันธุ์วิหคเพลิง

ทาส
– Angie – เผ่าพันธุ์มนุษย์ อาชีพ นักบวชคลาส 3, แม่ครัว คลาส 2, ช่างเสื้อผ้า คลาส 1
– คาร่า – ชนเผ่ากีร่า ลูกครึ่งมนุษย์และเทพ นักพยากรณ์คลาส 6, นักล่า คลาส 4, ชาวประมง คลาส 2
– มีอา – ชนเผ่ากีร่า ลูกครึ่งมนุษย์และเทพ นักล่าคลาส 2, เกษตรกร คลาส 3, ชาวประมง คลาส 2
– เตียวเสี้ยน – เผ่าพันธุ์มนุษย์ นักร้องคลาส 4, นักดนตรีคลาส 4, จอมยุทธ์คลาส 5, นักกวีคลาส 4
– เทียนซู – เผ่าพันธุ์มนุษย์ นักร้องคลาส 4, นักดนตรีคลาส 4, จอมยุทธ์คลาส 4, แม่ครัวคลาส 4
– เทียนหยาง – เผ่าพันธุ์มนุษย์ นักร้องคลาส 4, นักดนตรีคลาส 4, จอมยุทธ์คลาส 4, เกษตรกรคลาส 4
– เทียนซาง – เผ่าพันธุ์มนุษย์ นักร้องคลาส 4, นักดนตรีคลาส 4, จอมยุทธ์คลาส 4, หมอยาคลาส 4
– เทียนหวิง – เผ่าพันธุ์มนุษย์ นักร้องคลาส 4, นักดนตรีคลาส 4, จอมยุทธ์คลาส 4, แม่ค้าคลาส 4
– เทียนเซิง – เผ่าพันธุ์มนุษย์ นักร้องคลาส 4, นักดนตรีคลาส 4, จอมยุทธ์คลาส 4, ช่างทำอาวุธคลาส 4
– เทียนซิ่ง – เผ่าพันธุ์มนุษย์ นักร้องคลาส 4, นักดนตรีคลาส 4, จอมยุทธ์คลาส 4, ชาวประมงคลาส 4
– เทียนอวี้ – เผ่าพันธุ์มนุษย์ นักร้องคลาส 4, นักดนตรีคลาส 4, จอมยุทธ์คลาส 4, หมอพิษคลาส 4

สัตว์เลี้ยง
– เฟิ่งหวง – ราชินีวิหคเพลิง คลาส 7 เลเวล 1

ข้อความของระบบเด้งขึ้นเป็นชุดจนแม็กอ่านตามแทบไม่ทัน และเขาก็ไม่ได้อ่านอะไรมากนัก เพราะกำลังสนใจมองการเปลี่ยนแปลงของเฟิ่งหวงที่นั่งคร่อมมองเขาด้วยดวงตาลุ่มหลง รูปร่างหน้าตาของเธอไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ใบหน้ายังคงเป็นเด็กสาวอ่อนวัยที่สวยหวาน ในขณะที่ร่างกายก็ยังอวบอิ่มล้นมือเช่นเดิม

สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงสัญลักษณ์คล้ายกับกองเพลิงสีส้มปรากฎวาบบนหน้าผากแวบหนึ่งแล้วเลือนหายไป จากนั้นดวงตาสีส้มของเธอกลับเปล่งประกายเฉิดฉันกว่าเดิม เส้นผมสีส้มที่ลื่นดุจแพรไหมยาวสยายลงไปถึงสะโพก แม้แต่ร่างกายก็ดูจะมีประกายระยิบระยับสะพรั่งขับเน้นเสน่ห์น่าหลงไหลออกมายิ่งกว่าเดิม เธอดูคล้ายกับราชินีทรงอำนาจที่ไร้เดียงสาคนหนึ่ง

“อืมมม เจ้านายขา ข้ากินเจ้าหนอนตัวอ้วนของเจ้านายจนหมดแรงแล้วค่ะ”

เฟิ่งหวงส่ายโงนเงนเหมือนหมดเรี่ยวหมดแรงวูบหนึ่ง ก่อนจะเผยอยิ้มหวานพูดเสียงหวานใสเหมือนเด็กน้อยที่โหมเล่นจนเหน็ดเหนื่อย จากนั้นราชินีแห่งเผ่าวิหคเพลิงก็ฟุบหน้าลงมานอนแนบกับแผงอกกำยำ แล้วหลับไหลส่งเสียงกรนแผ่วเบาด้วยความเหนื่อยอ่อนหมดเรี่ยวแรง

“เล่นเหมือนเด็กเลยนะเฟิ่งหวง ฮะ ฮะ”

แม็กยิ้มสุขสม ใช้มือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเรียบลื่นนวลเนียนด้วยความอ่อนโยน ถัดจากนั้นไม่นานนักร่างของเฟิ่งหวงเปล่งแสงสีขาวนวลออกมา ก่อนที่ร่างของสาวรุ่นจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงหดลงทีละน้อย กลายเป็นนกสีส้มสลับขาวขนาดใกล้เคียงกับลูกบอลลูกหนึ่ง

เขาก้มลงมองดูนกน้อยด้วยความฉงน นั่นเป็นนกที่มีดูสง่างามและมีขนสีสวยน่ามอง ลักษณะดูปราดเปรียวว่องไวรูปร่างคล้ายนกอินทรีย์ที่ไม่ได้ตัวใหญ่มากนัก และเขาทราบว่านั่นคงจะเป็นอีกร่างหนึ่งของเฟิ่งหวง

เขาลูบไล้ไปตามขนสีส้มอ่อนนุ่มของเฟิ่งหวงครู่หนึ่ง ก่อนจะเรียกเก็บใส่กระเป๋ามิติในลักษณะของการ์ดสัตว์เลี้ยงเพื่อจะได้เคลื่อนไหวได้สะดวก เพราะว่าเวลานี้แสงแดดยามเช้าของวันใหม่เริ่มสาดส่องเข้ามาแล้ว และเซเฟียซึ่งนอนหลับไหลเนื่องจากมนตร์นิทราของแม่ทัพฟาร์อีสต์ก็เริ่มกระดุกกระดิกขยับตัวบ้างแล้ว

………………………………..

“แม็ก!!!”

เซเฟียสะดุ้งสะท้านผวาตื่นจากการหลับไหลราวกับเพิ่งผ่านฝันร้าย สิ่งแรกที่เธอทำก็คือรีบลุกพรวดพราดแล้วปรี่เข้าไปดูอาการของชายหนุ่มซึ่งยังคงนอนหลับไหลอยู่บนเตียง และภาพที่ได้เห็นก็ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจผสมผสานไปกับอาการฉงนสงสัย

แผลไฟลวกทั่วร่างหายไปราวกับปาฏิหารย์ ไม่มีแม้แต่ริ้วรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่บนร่างกาย แม้แต่สีหน้าและจังหวะการหายใจของเขาก็ยังสะดวกราบรื่นไม่เหมือนคนบาดเจ็บสาหัส

“เฮ้อ … ดีจัง สงสัยยาที่ขอมาจากคุณลุงจะได้ผล”

เซเฟียทรุดนั่งลงไปบนเตียงด้วยความโล่งอก เธอคิดว่าตัวยารักษาที่เธอพอกให้แม็กเมื่อคืนนั้นช่วยรักษาอาการบาดเจ็บจากความร้อนได้ และไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำว่าความจริงแล้วชายหนุ่มฟื้นคืนมาได้ด้วยสาเหตุอื่น

“อุ๊ย …”

เธอร้องอุทานออกมาแผ่วเบาเมื่อมองสำรวจเนื้อตัวเปลือยเปล่าของเขา แล้วพบว่าส่วนกลางลำตัวที่มีผ้าห่มผืนบางห่มคลุมอยู่นั้นมีบางอย่างดันขึ้นมาเป็นแท่งตรง และเธอก็ทราบดีว่านั่นคืออะไร ใบหน้าของเธอจึงกลายเป็นแดงซ่านขึ้นมา

ก่อนหน้านี้เธอไม่ทันได้สนใจคิดเรื่องพวกนี้ เพราะเป็นห่วงชีวิตของเขา หากทว่าเมื่อเห็นเขาปลอดภัย ความคิดก็เริ่มฟุ้งซ่าน โดยเฉพาะเมื่อเธอเผลอนึกไปว่าเธอมีความสุขซาบซ่านมากถึงเพียงไหน ตอนที่เขาส่งเจ้าสิ่งนั้นมุดแทรกรุกล้ำเข้ามาในร่าง

ตอนนั้นเธอโดนเขาสอดใส่และกระแทกหนักหน่วง หากทว่ายังไม่ทันเสร็จสมก็โดนขัดจังหวะเข้าเสียก่อน อารมณ์สวาทจึงยังคงคั่งค้างมาจนถึงตอนนี้ และนั่นก็ทำให้ทหารสาวอันดับหนึ่งของเมืองเลอองนิสต์อดใจไม่ไหว ต้องเอื้อมมือไปแตะลูบสัมผัสแล้วแอบอมยิ้มด้วยความรู้สึกอบอุ่นวาบหวาม

“อืมมมม ดีจังเลย เซเฟียสุดที่รัก ใช้ปากเก่งจังเลย”

เสียงงึมงำของเขาที่ดังขึ้นกระทันหันทำให้เธอสะดุ้งโหยงรีบปล่อยมือแทบไม่ทัน หากทว่าเมื่อเห็นเขายังคงนอนนิ่งเหมือนแค่ละเมอออกมา ใบหน้าสวยที่ไม่ค่อยยอมแสดงอารมณ์ก็ยิ้มหวานจนหุบไม่ลง เพราะว่าเขาถึงกับละเมอเรียกชื่อเธอ ทั้งยังเรียกว่าสุดที่รักเสียด้วย

“ฮึ พอรอดตายก็เหมือนเดิมเลย ขนาดในฝันก็ยังจะเอาเปรียบรังแกคนอื่นอีกนะ”

เธอพูดคล้ายจะขุ่นข้องไม่พอใจที่เขาละเมอถึงเธอเช่นนั้น หากทว่าในใจนั้นรู้สึกวาบหวามจนร้อนระอุ มือที่ฝึกจับอาวุธมาตั้งแต่จำความได้จึงค่อย ๆ ดึงผ้าห่มออกจนมองเห็นความเป็นชายที่แข็งแกร่งดั่งท่อนไม้ จากนั้นมือนุ่มก็คว้าจับอย่างแผ่วเบา แล้วสะบัดผมก้มหน้าลงไปอ้าปากเลียที่ส่วนปลายตามที่เขาพูดละเมอ ถึงแม้เธอจะยังไม่เคยทำ แต่อย่างน้อยก็เคยเห็นคาร่าและมีอาทำให้เขาแบบนี้

ยิ่งเห็นอาการสะดุ้งและได้ยินเสียงครางละเมอของชายหนุ่ม เซเฟียก็ยิ่งร้อนวาบไปทั่วร่าง นี่เป็นอารมณ์รักร้อนแรงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ทุ่มเทจิตใจทั้งมวลมอบให้ผู้ชายที่เธอยึดมั่นหลงรัก เธอจึงค่อย ๆ ก้มหน้าอ้าปากกลืนกินของเขาเข้าไปแล้วผงกศีรษะเลียนแบบตามสิ่งที่เคยเห็นมา

แรกทีเดียวเธอไม่คุ้นชินกับการทำเช่นนี้นัก หากทว่าเมื่อกระทำไปสักครู่ใหญ่ ก็เริ่มพอจะจับจังหวะได้ ศีรษะจึงเริ่มผงกถี่เร็วเร่งกลืนกินแล้วคายออกดังบ๊วบไม่หยุด

อารมณ์ร้อนรักยิ่งมายิ่งรุนแรง ตอนนี้เธอนึกถึงภาพตอนที่คาร่าขึ้นนั่งคร่อมขย่มใส่ร่างของแม็ก และนั่นก็ทำให้เธอเกิดความรู้สึกคันยุบยิบตรงกลางหว่างขา เธอใคร่ปราถนาอยากกระทำเช่นนั้นบ้าง เพราะนี่คือชายคนที่เธอหลงรัก

เซเฟียเงยหน้าขึ้นมองดูเขา แล้วตัดสินใจลุกขึ้นยืนปลดเปลื้องชุดเกราะสีเงินออกจากร่างจนเปลือยเปล่า จากนั้นร่างงามก็ขยับไปนั่งคร่อมบนร่างของเขาด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เพราะเพิ่งเคยกระทำเป็นครั้งแรก

หัวใจของเธอเต้นระรัวแรงเมื่อจับของเขามาจรดจ่อกับของเธอ ใจหนึ่งบังเกิดความลังเลรู้สึกว่าไม่ใช่เวลาควรทำเรื่องแบบนี้ หากทว่าอีกใจหนึ่งนั้นก็เอ่อล้นไปด้วยความรักและความใคร่จนทานทนไม่อยู่ เธอจึงกลั้นใจค่อย ๆ หย่อนสะโพกกดลงไปกลืนกินความใหญ่โตแข็งแกร่งทีละน้อย

เซเฟียสูดปากซี้ดตลอดเวลาที่ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปด้านล่าง เพราะช่องทางของเธอยังคงคับแคบฟิตแน่น ในขณะที่ของเขานั้นใหญ่โตเกินมาตรฐานไปเยอะ กระนั้นน้ำหล่อลื่นที่เอ่อออกมาราวกับเขื่อนแตกนั้นก็ช่วยได้ไม่น้อย เธอไม่ต้องพยายามนานนักก็กลืนกินของเขาเข้าไปได้จนสุดทาง

“อูยสสสส แม็ก … อืมมมมม ซี้ดดดสสส”

เซเฟียส่งเสียงครางด้วยความสุขสม ความเสียวกระสันที่แล่นพล่านทำให้สองมือนุ่มนิ่มขยับมาตะปบบีบสองเต้าอวบอิ่มของเธอเอง จากนั้นสะโพกผึ่งผายก็เริ่มขยับขึ้นแล้วกระแทกลงอย่างเชื่องช้า เสียงสูดปากซี้ดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สะโพกผายเริ่มเร่งขย่มเร็วขึ้น

นักรบสาวแลบลิ้นเลียรอบปากตนเองเพื่อระบายอารมณ์ร้อนแรง เธอรู้สึกเหมือนกำลังควบขี่ม้าเดินทางขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ความหฤหรรษ์ซาบซ่านของจุดสุดยอดอยู่ห่างไปไม่ไกล หากทว่าการเดินทางยังไม่ทันถึงจุดหมาย ผ้าคลุมกระโจมก็โดนเปิดวูบจนแสงแดดสาดส่องเข้ามาภายใน

“โอ๊ะ … ขอโทษทีเซเฟียหลานรักที่มาขัดจังหวะ ลุงไม่ทันนึกว่าหลานจะร้อนแรงขนาดนี้ ไม่ทันนึกด้วยว่าไอ้หนุ่มนี่จะยังรอดอยู่ได้”

ใบหน้าของเซเฟียแดงก่ำด้วยความอับอาย เพราะคนที่เข้ามาคนแรกนั้นคือแม่ทัพฟาร์อีสต์ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของเธอ หากทว่านั่นยังไม่พอ เพราะตอนนี้ลุงฟาร์อีสต์รีบปิดตาหันหลังให้แล้ว แต่ที่เดินตามหลังมาอีกสองคนนั้นคือทหารหญิงในสังกัดทัพซึ่งเธอดูแลอยู่ด้วยอีกทาง และเวลานี้ทหารหญิงทั้งสองกำลังมองดูการกระทำของเธอราวกับจะจดจำในทุกรายละเอียด ซึ่งเซเฟียแน่ใจว่าการกระทำของเธอในวันนี้จะต้องถูกทหารหญิงในสังกัดนำไปพูดกระจายข่าวจนรู้กันทั่วกองร้อยอย่างแน่นอน

อารมณ์ที่ใกล้ถึงจุดสุดยอดทำให้เธอไม่อยากค้างคา หากทว่าจะให้ทำต่อก็คงไม่กล้าพอ เซเฟียจึงกลั้นใจรีบดึงผ้าห่มมาปิดคลุมร่างตนเอง แล้วลุกขึ้นไปส่งเสียงไล่ให้ทุกคนออกไปจากห้อง ก่อนจะรีบไปสวมใส่เสื้อผ้าและชุดเกราะ แล้วเดินออกไปด้านนอกเพื่อพูดคุย เธอไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มที่เธอรักนั้นกำลังแกล้งหลับ และแอบบ่นสบถด่าแม่ทัพฟาร์อีสต์ที่มาขัดจังหวะเด็ด

“ท่านลุงมีธุระอะไรหรือเปล่า?”

เซเฟียพยายามทำเสียงนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่กล้าสบสายตากับใครสักคน เพราะเกรงจะโดนพูดเปิดโปง กระนั้นต่อให้เธอพยายามหลีกเลี่ยง แม่ทัพฟาร์อีสต์ซึ่งมีนิสัยตรงไปตรงมาก็ไม่ปล่อยให้เธอรอดไปได้ เขาส่งเสียงหัวเราะแล้วพูดหยอกล้อจนเซเฟียหน้าแดงก่ำกว่าเดิม

“ไปทำต่อให้เสร็จก็ได้นะนังหนู ลุงรอได้ ค้างคาแบบนี้ไม่ดี รีบทำรีบผลิตทายาท ลุงอยากอุ้มหลานแล้ว”

“ท่านลุงพูดอะไร ตกลงไม่มีอะไรใช่มั้ย?”

“เฮ้ย ๆ ไม่ต้องมาทำไม่รู้ไม่ชี้เลยนะนังหนู พวกเราเห็นกันเต็มสองตา แต่เอาเถอะไม่ล้อก็ไม่ล้อ ลุงมาที่นี่ก็ธุระเรื่องเจ้าหนูนั่นแหละ ทีแรกก็ไม่นึกนะว่ามันจะรอด แต่อึดทีเดียวนะเนี่ย เพิ่งรอดตายมาก็โดนขย่มต่อเลย”

แม่ทัพฟาร์อีสต์พูดเหมือนจะไม่หยอกล้ออีก แต่สุดท้ายก็ยังคงวกกลับมาหยอกล้อเซเฟียอีกรอบอยู่ดี ทหารหญิงอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงพากันหันไปมองหน้าแล้วส่งเสียงหัวเราะคิกคักกัน

“ถ้าลุงล้ออีกคำเดียว หนูจะไม่คุยด้วยแล้วนะ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ล้อหน่อยน่า นาน ๆ จะได้เห็นด้านหวาน ๆ ของหลานสาวสุดที่รักซักที … อืม ๆ เข้าเรื่องก็ได้ ข้าเอาจดหมายแนะนำตัวมาให้ จริง ๆ ข้าก็ฝากทหารไปบอกกับทางฝ่ายทะเบียนแล้วนะ แต่เอาจดหมายแนะนำตัวไปด้วยก็ดี”

“จดหมายแนะนำตัวอะไรคะ?”

“เอ้า ก็แนะนำตัวเข้าสังกัดไงเล่า เมื่อวานไอ้หนูนี่ไม่ได้เข้าสอบ ก็เลยไม่มีคะแนน ลุงก็เลยต้องเขียนจดหมายแนะนำฝากไอ้หนูนี่เข้าสังกัดทหาร ระดับแม่ทัพแนะนำ อย่างน้อยก็ต้องได้ทหารระดับสามเป็นอย่างน้อย ดีไม่ดีอาจจะได้ทหารระดับสองก็ได้ เพราะเมื่อวานไอ้หนูนี่เล่นแสดงฝีมือต่อหน้าเชื้อพระวงศ์โดยตรง เจ้าหญิงเรนเน่รัชทายาทอันดับหนึ่งกับเจ้าชายซาเนียร์รัชทายาทอันดับสองดูจะชื่นชอบฝีมือเจ้าหนูนี่ไม่น้อย”

“องค์หญิงกับองค์ชายพอพระทัยเหรอ … อ๊ะ แต่รู้ตัวว่าเป็นความผิดท่านลุงก็ดีแล้วค่ะ แล้วก็จำไว้นะคะว่าถ้ามีอีกครั้ง หนูจะยิงธนูใส่ลุงแบบไม่ยั้งเลย”

“เฮ้อ หลานสาวก็แบบนี้ พอมีครอบครัวก็เห็นสามีดีกว่าลุง ฮ่า ฮ่า … อุ๊บ ไม่ล้อก็ไม่ล้อ … ถึงไหนแล้ว … อ้อ ใช่แล้วเมื่อคืนในงานเลี้ยงอาคันตุกะจากทวีปไชนี่ เจ้าหญิงเรนเน่กับเจ้าชายซาเนียร์ถามถึงรายละเอียดการต่อสู้อย่างละเอียดยิบ ข่าวทหารฝึกหัดหักหน้าเจ้าชายวิลเลี่ยม แถมยังดวลเดี่ยวกับแม่ทัพฟาร์อีสต์แล้วรอดตาย ตอนนี้ดังไปทั่วเมืองแล้ว”

“งานต้อนรับแขกจากทวีปไชนี่เหรอคะ? หนูไม่เห็นรู้เลย”

“ไม่รู้ก็ไม่แปลก เพราะทีแรกไม่มีใครคิดว่าจะมีงานเลี้ยงนี้ แต่เจ้าชายวิลเลี่ยมนี่ซิ ไม่รู้คิดยังไง อยู่ดี ๆ ก็ป่าวประกาศว่าอาคันตุกะจากทวีปไชนี่ มีการแสดงดนตรีของแปดนางฟ้าที่สุดแสนยอดเยี่ยม ก็เลยประกาศขอเป็นเจ้าภาพเชิญแปดนางฟ้ามาแสดงในวังต่อหน้าพระราชา”

“ฮึ แปดนางฟ้าเหรอคะ ถ้าให้เดา เจ้าชายวิลเลี่ยมตัวร้ายนั่นคงอยากจะหาข้ออ้างใช้อำนาจของเมืองเราเชิญแปดนางฟ้าไปหามากกว่า นี่ขนาดยังไม่ได้หมั้นกับเจ้าหญิงเรนเน่ก็ออกลายขนาดนี้แล้ว … แล้วพวกแปดนางฟ้า พวกเธอสวยมากหรือเปล่า?”

“สวยซิ ร้องเพลง กับเล่นดนตรีเก่งยังกับเทพธิดาจากสวรรค์ ทุกคนสวยไม่แพ้เจ้าเลยนะนังหนูเซเฟีย แต่มีอยู่คนนึงที่สวยกว่าใคร สวยเสียจนถ้าลุงอายุน้อยกว่านี้สักห้าสิบปี ลุงคงจะจีบแย่งกับเจ้าชายแน่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นชื่อเตียวเสี้ยน”

“เจ้าชายตัวร้ายคงยังไม่ได้ทำอะไรพวกเธอใช่มั้ยคะ?”

“โอ้ เท่าที่ลุงสังเกตดู ไอ้ตัวร้ายนั่นพยายามจะทำอย่างออกนอกหน้าเชียวล่ะ แต่อยู่ต่อหน้าเจ้าหญิงเรนเน่คงทำอะไรไม่สะดวก แถมตอนนี้เจ้าหญิงชอบใจบทเพลงของพวกเธอมาก แปดนางฟ้าก็เลยกลายเป็นราชอาคันตุกะ ได้พักใกล้กับเจ้าหญิง อย่างน้อยตอนนี้ก็น่าจะถือว่าปลอดภัย”

“ฮึ วางอำนาจบาตรใหญ่ ทำไมพวกเราต้องยอมเจ้าชายตัวร้ายขนาดนี้ด้วย”

“ฮ่า ฮ่า นี่เรียกว่าการเมือง เจ้าชายวิลเลี่ยมเลวร้ายก็จริง แต่เป็นถึงรัชทายาทอันดับหนึ่งของเมืองสุดแกร่งอย่างแบล็คฟอร์ด ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่มีใครอยากจะหาเรื่องแตกหักกับแบล็คฟอร์ดหรอกนะ โดยเฉพาะตอนนี้องค์ราชาเองก็ล้มป่วย แถมเจ้ามหาเสนาบดี กับแม่ทัพทิศเหนือกับตะวันตกก็ดูจะสนับสนุนเจ้าชายวิลเลี่ยมให้แต่งงานกับเจ้าหญิงเรนเน่อย่างออกนอกหน้าด้วย”

“ไม่มีทาง หนูจะไม่ยอมให้เจ้าหญิงไปตกนรกหมกไหม้กับเจ้าชายตัวร้ายนี้แน่ คนพวกนั้นไม่เคยจำหรือไง ว่าเมืองแบล็คฟอร์ดเคยพยายามบุกตีเมืองเรามาแล้วหลายครั้ง”

“อย่างที่บอกนั่นแหละนะนังหนู นี่มันเป็นเรื่องการเมือง ขอแค่ได้ผลประโยชน์เป็นที่พอใจ จะให้ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น … ตอนนี้ที่พวกเราควรระวังก็คือ อย่าเปิดโอกาสให้เจ้าตัวร้ายนั่นได้ครอบครองเจ้าหญิงเรนเน่ นังหนูเอย ข้ารู้ว่าเจ้าห่วงสามีของเจ้า แต่ว่ามันรอดตายแล้ว เจ้าก็ควรจะกลับเข้าวังไปช่วยอารักขาเจ้าหญิงให้ดี ๆ ลุงไม่ค่อยไว้ใจเจ้าชายตัวร้ายนั่น”

“… แล้วแม็กล่ะคะ?”

“ไม่ต้องห่วงสามีเจ้าหรอก เดี๋ยวลุงจะจัดหมอกับนักบวชมาช่วยดูแลให้อีกที ยังไงตอนนี้ไอ้หนูมันก็ยังเข้าวังไม่ได้ ถ้ามันฟื้นลุงจะให้มันรีบเอาจดหมายแนะนำตัวไปยื่น พอได้ตำแหน่งแล้วเจ้าก็จะได้เจอกับมันในวังเองแหละ ตอนนี้เจ้ารีบกลับไปดูแลเจ้าหญิงก่อนดีกว่า อย่าเปิดโอกาสให้ไอ้ตัวร้ายนั่นได้ทำแผนชั่ว”

“… ค่ะ … หนูขอเวลาสักครู่”

เซเฟียรับคำด้วยความจำยอม เธอเดินมุดเข้ามาในกระโจมแล้วก้มลงไปจูบแม็กด้วยความรักใคร่ครั้งหนึ่ง ก่อนจะกลั้นใจเดินออกมาจากกระโจมนำทหารสาวทั้งสองเดินจากไปโดยไม่กล้าหันหลังกลับมามองอีก

แม่ทัพฟาร์อีสต์เดินเข้ามาตรวจดูอาการของแม็กแล้วแสดงอาการประหลาดใจ เพราะปกติแล้วบาดแผลจากท่าไม้ตายสายฟ้าคลั่งนั้นจะรักษายากมาก ต่อให้ใช้ตัวยาที่ดีระดับไหนก็ใช่ว่าจะได้ผลรวดเร็วขนาดหายดีได้ในคืนเดียวแบบนี้ กระนั้นสงสัยไปก็ไม่ทราบจะหาคำตอบจากใคร แม่ทัพจึงวางจดหมายแนะตัวลงบนโต๊ะ แล้วเดินออกไปเรียกสั่งการทหารให้มายืนคุมหน้ากระโจมหนึ่งคน

แม็กซึ่งแกล้งหลับในตอนนี้กำลังนอนนิ่งย่อยสลายข้อมูลที่ได้รับมาโดยไม่ตั้งใจ แรกทีเดียวเขายังขุ่นเคืองที่โดนขัดจังหวะร่วมรักกับเซเฟีย หากทว่าเมื่อได้รับฟังข้อมูลมาเพิ่มเติม เขาก็รู้สึกหงุดหงิดอยากจับเจ้าชายวิลเลี่ยมตัวป่วนไปเชือดทิ้ง โทษฐานที่ยังไม่เลิกราวีกับเตียวเสี้ยนและเจ็ดนางงามสกุลเทียนที่อยู่ในสังกัดฮาเร็มของเขา

ตอนนี้เขาทราบแล้วว่าเจ้าชายวิลเลี่ยมดูจะมีอิทธิพลไม่น้อย เพราะพระราชาของเมืองป่วย การเมืองทำให้เจ้าชายวิลเลี่ยมมีคนใหญ่คนโตถือหางไม่น้อย เพราะมีแววจะมาเป็นพระราชาคนใหม่ และตอนนี้แปดนางงามของเขากำลังอยู่ใกล้ปากเสือ รวมไปถึงเจ้าหญิงเรนเน่ที่เขายังไม่เคยเห็นหน้าด้วย

“เจ้าชายก็เจ้าชายเถอะ ถ้าสะเออะมายุ่มย่ามเด็กในฮาเร็ม พ่อจะฟาดให้หัวแบะ”

แม็กขบฟันกรอด แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกอยากฆ่าคน และรังสีอำมหิตนั้นก็ได้แผ่ขยายออกไปในลักษณะของพลังปราณมารฟ้าคร่าเทวะซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการฆ่าฟัน เหล่าทหารที่อยู่ในรัศมีสองร้อยเมตรถึงกับพากันขนลุกเกรียวตัวสั่นสะท้าน … ดูไปแล้วไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ตำนานการฆ่าฟันล้างเมืองอันโหดเหี้ยมของมารฟ้าอาจจะหวนกลับคืนมาอีกคราก็เป็นได้

………………………………………………………

ถ้าชอบเว็บนี้ คลิกแบนเนอร์ด้านบนวันละครั้ง ^-^
If you like this web. Please click banner above 1 click/day ^-^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *