Xtreme Online 18 – เจ็ดนางฟ้า

XO ตอนที่ 18 – เจ็ดนางฟ้า

“ท่านเจ้าชายวิลเลี่ยม อั๊วขออภัยจริง ๆ แต่ว่านางงามทั้งแปดยืนยันยอมรับเป็นทาสของเทพธนูคนนั้นแล้วครับท่านเจ้าชายวิลเลี่ยม”

อาแปะร่างท้วมเจ้าของร้านค้าทาสก้มหัวขอโทษขอโพยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมตามลักษณะของของพ่อค้าทั่วไป หากทว่าดวงตาที่หยีเล็กทั้งสองข้างนั้นกำลังกลอกกลิ้งยิ้มแย้มขบขันต่อท่าทีขุ่นข้องเอาแต่ใจของเจ้าชายวิลเลี่ยมเป็นอย่างยิ่ง

“นี่เจ้าไม่รู้หรือไงว่าข้าเป็นใครไอ้พ่อค้าขี้โกง? ข้าไม่สนใจว่ามันจะเทพธนูหรือว่าใคร ข้าต้องการให้พวกนางทั้งหมดมาเป็นทาสของข้า โดยเฉพาะนางฟ้าคนสุดท้ายนั่น ข้าไม่สนว่าใครจะชนะการประมูลบ้าบอยังไง ข้ารู้แค่ว่าข้าต้องได้ ข้าต้องได้นางคนนั้นที่มีเสน่ห์เทียบเทียมได้กับองค์หญิงเรนเน่ เจ้าไปจัดการเอามาให้ข้าเดี๋ยวนี้ จะด้วยวิธีไหนก็ตาม!!!”

เจ้าชายวิลเลี่ยมยกมือขึ้นทุบโต๊ะดังปังจนโต๊ะจีนหรูหราสั่นสะเทือน จากนั้นเหล่าองครักษ์ฝีมือดีสิบกว่าชีวิตที่มาด้วยกันก็ชักอาวุธขึ้นมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ สำหรับเจ้าชายที่เอาแต่ใจจนเคยตัวนั้น เหตุการณ์นี้นับเป็นความอัปยศครั้งใหญ่ในชีวิต

การพลาดเท่าเสียนางงามทั้งเจ็ดคนนั้นยังพอทนทำเนา เพราะพวกนางเพียงงดงามเทียบเท่านางกำนัลที่สวยที่สุดเท่าที่เจ้าชายมี หากทว่าสำหรับนางฟ้าคนสุดท้ายนั้น ความงามของนางช่างเหนือล้ำ เสน่ห์ที่เพียบพร้อมเทียบเคียงได้กับเจ้าหญิงเรนเน่ที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุด เจ้าชายจึงไม่คิดจะยอมรับในเรื่องนี้

เมื่อฝ่ายอัศวินในชุดเกราะเหล็กชักดาบออกมา เหล่าชายฉกรรจ์ในชุดจอมยุทธ์ฝ่ายร้านค้าทาสก็พากันชักดาบควงกระบี่ขึ้นมาเตรียมรับมือเช่นกัน เพราะการเอาแต่ใจของเจ้าชายก็ถือได้ว่าเป็นการหยามศักดิ์ศรีของร้านค้าทาสเช่นกัน

อาแปะท่าทางอ่อนแอไม่สู้คนนั้นก็สมกับที่เป็นเจ้าของร้านค้าอันยิ่งใหญ่ ดวงตาหยีเล็กเหลือบแลขึ้นมองจ้องตาของเจ้าชายด้วยแววตาไม่ยอมแพ้ คล้ายจะสื่อว่าข้าไม่สนว่าแกเป็นใคร

“เจ้าชายระวังคำพูดคำจาหน่อย อั๊วะเป็นพ่อค้ามีจรรยาบรรณ อั๊วะไม่สนใครว่าใครเป็นใคร อั๊วะรู้แค่ว่าอั๊วะเป็นพ่อค้า พ่อค้าขายของให้ลูกค้าตามข้อตกลง ถึงอั๊วะจะขายแพง แต่อั๊วะไม่เคยโกงลูกค้า”

ท่าทีแข็งกร้าวที่คาดไม่ถึงจากอาแปะท่าทางอ่อนแอ ทำให้บรรยากาศในห้องที่ตกแต่งตามแบบฉบับประเทศจีนกลายเป็นเคร่งเครียดกดดัน ต่างฝ่ายต่างปลดปล่อยความคิดฆ่าฟันออกมาอย่างไม่คิดเก็บออมไว้ และดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะแข็งแกร่งพอกัน รังสีอำมหิตจึงกินกันไม่ลง

เหตุการณ์ทำท่าจะบานปลายยิ่งขึ้นเมื่อเจ้าชายตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเกรี้ยว บรรดาองครักษ์ประจำตัวของเจ้าชายต่างเร่งพลังพิเศษทั้งหลายเตรียมลงมือฆ่าฟันทันทีที่เจ้าชายสั่ง ส่วนทางด้านนักรบของร้านค้าทาสก็เร่งเร้าพลังขึ้นมาพร้อมรับมือเช่นกัน

“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายเจ้าพ่อค้าชั้นต่ำ เจ้าจะจัดการให้ข้าหรือไม่?”

“อั๊วะค้าขายมาสี่สิบปี และไม่เคยโกงลูกค้าแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”

“ฮ่า ฮ่า ได้!!! ถือว่าแกเลือกเองนะเจ้าไพร่ชั้นต่ำ”

“ว่าแต่เจ้าชายคิดดีแล้วจริงหรือ?”

“เจ้ากลัวแล้วล่ะซิเจ้าไพร่?”

อาแปะเจ้าของร้านกล่าวด้วยแววตาแย้มยิ้มที่ซ่อนความคมกริบดุจกระบี่ไว้ภายใน จากนั้นสายลมก็ปรากฎสายลมแผ่ววูบ โดยที่ยังไม่มีใครรู้ตัวมีดอันคมกริบเล่มหนึ่งก็ถูกอาแปะเจ้าของร้านสะบัดวูบมาจ่อที่ลำคอของเจ้าชายเสียแล้ว

“อั๊วะกลัวจริง ๆ นั่นแหละ แต่อั๊วะกลัวแทนเจ้าชาย กลัวว่าเจ้าชายจะโดนลูกหลง แถมตอนนี้ห้องข้าง ๆ นี่มีนักข่าวกับคนใหญ่คนโตอยู่กันเต็มไปหมด ถ้าเกิดข่าวเจ้าชายไม่สนกฎเกณฑ์ อั๊วะเกรงว่าภาพพจน์ของเจ้าชายผู้สูงสง่าจะเสียหาย ทำให้อดได้เป็นเจ้าชายของเมืองนี้”

ความเย็นเยียบจากปลายมีดทำให้เจ้าชายที่ถือดีถึงกับตื่นตะลึง ส่วนเหล่าองครักษ์ที่มาด้วยกันก็ถึงกับปั่นป่วนทำตัวไม่ถูก ตรงกันข้ามกับทางด้านเหล่าจอมยุทธ์ของร้านค้าทาสที่พากันยิ้มกริ่ม เพราะล้วนแล้วแต่รู้ฝีมือของเจ้าของร้านเป็นอย่างดี

ความเงียบเข้ามาปกคลุมภายในห้องอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่แววตาถือดีหย่ิงยะโสของเจ้าชายจะเริ่มแสดงความขลาดเขลาออกมาให้เห็น และเมื่ออาแปะได้เห็นท่าทางของเจ้าชายแล้ว ก็ยิ้มที่มุมปาก พร้อมกับถอนรั้งเอามีดสั้นคมกริบออกมายกชูขึ้นกลางอากาศเพื่อให้ทุกคนมองเห็นอะไรบางอย่างที่ปลายมีด และนั่นคือซากของยุงตัวหนึ่ง

“อา ขออภัยจริง ๆ ท่านเจ้าชาย อั๊วะไม่ได้ตั้งใจทำให้ตกใจ แต่ว่าเจ้ายุงตัวนี้มันทำท่าจะกัดดูดเลือดอันสูงส่งของเจ้าชาย อั๊วะก็เลยต้องเสียมารยาทช่วยจัดการให้เจ้าชาย หวังว่าเจ้าชายจะไม่โกรธอั๊วะนะ”

คำพูดนั้นแม้จะกล่าวเหมือนนอบน้อม หากทว่าทุกคนต่างก็ฟังออกว่านั่นเป็นการกระทบกระแทก เหล่าองครักษ์ของเจ้าชายจึงส่งเสียงฮึ่มกันยกใหญ่ แต่จนใจที่เจ้าชายบังเกิดความขลาดเขลากลัวตายขึ้นจนไม่กล้าสั่งการ และอีกฝ่ายก็ได้เว้นทางถอยไว้แล้ว เจ้าชายจึงไม่สะดวกที่จะทุ่มเสี่ยงในเวลานี้ เพราะฝีมือของอาแปะนั้นไม่ธรรมดา หากเปิดฉากสู้รบกัน เขาอาจจะเป็นฝ่ายตายก่อนองครักษ์ด้านหลัง

นอกจากนี้ที่นี่ก็ไม่ใช่เมืองของเจ้าชาย การมาเยือนในฐานะราชอาคันตุกะนั้นมีข้อจำกัดอยู่ ไม่สามารถใช้อำนาจเรียกทหารเพื่อปิดปากทุกคนได้ ดังนั้นหากเกิดเรื่องราวและมีข่าวในทางที่ไม่ดีหลุดออกไป ตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งของเจ้าชายอาจจะสั่นคลอนได้

“ได้ … ข้าจะจดจำเรื่องในวันนี้ไว้อย่างไม่ลืมเลือน … หวังว่าเราจะได้เจอกันใหม่”

เมื่อลองชั่งน้ำหนักดูแล้วเจ้าชายวิลเลี่ยมก็กัดฟันกรอด มองดูอาแปะเจ้าของร้านค้าทาสด้วยสายตาเคียดแค้น ก่อนจะลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ด้วยท่าทีเหมือนยังเกรงกลัวต่อฝีมืออันรวดเร็วของอาแปะออกไปจากห้อง จากนั้นก็รีบย่ำเท้าอย่างรวดเร็วทันทีคล้ายกับว่ายังผวาต่อเงามีดนั้นอยู่

“ระดมพลทหารของพวกเราทั้งสองพันคนเข้าเมือง ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องจบแบบนี้”

เจ้าชายวิลเลี่ยมหันไปสั่งการกับองครักษ์ประจำตัวทันทีที่เดินออกมาขึ้นรถม้าที่ด้านหน้าร้านค้าทาส ด้านองครักษ์จึงแสดงสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะส่งเสียงกระแอมนอบน้อมกล่าวเตือนแบบอ้อมค้อม

“เจ้าชาย เรื่องนี้เกรงว่าจะทำไม่ได้ เรานำทหารมาสองพันก็จริง แต่เรามาในฐานะราชอาคันตุกะ สามารถนำทหารเข้ามาได้เพียงแค่ยี่สิบคน หากมากกว่านี้เกรงว่าจะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่กระทบถึงเรื่องเจ้าหญิงเรนเน่”

“เฮอะ … นี่ถ้าอยู่ที่เมืองของข้าล่ะก็​พวกมันได้โดนจับมาตัดหัวทิ้งให้หมดแล้ว … เอาเถอะ ถ้าอย่างงั้นเจ้าทิ้งคนไว้ที่นี่ส่วนหนึ่งคอยสะกดรอยตามเจ้าเทพธนูนั่น คอยหาโอกาสแย่งชิงตัวผู้หญิงมาให้ได้ อีกส่วนหนึ่งก็ไประดมหาทหารรับจ้างมาจัดการเรื่องนี้ซะ จำไว้ทำให้เงียบที่สุด และข้าไม่สนว่าเจ้าจะอ้างว่าอะไร ข้าสนแค่ว่าข้าต้องได้นางงามทั้งแปดคนมาครอง”

“… ขอรับเจ้าชาย”

องครักษ์คู่ใจรับคำด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง นี่ไม่ใช่เพราะลำบากใจกับการกระทำเรื่องที่ไม่สมควร ในฐานะองครักษ์ของเจ้าชายที่เอาแต่ใจนั้น การทำเรื่องเช่นนี้ถือว่าเล็กน้อยมาก เพียงแต่ที่ลำบากใจก็คือการที่ต้องกระทำเรื่องราวให้เงียบกริบด้วยจำนวนคนเล็กน้อยนั่นเอง

“อ้อ … อีกอย่าง ไปหาข้อมูลของไอ้บ้าที่แอบอ้างฉายาเทพธนูนั่นด้วย ข้าไม่เชื่อว่าไพร่อย่างพวกมันจะมีเงินเยอะถึงขนาดนี้ มันต้องมีอะไรบางอย่าง … ฮ่า ฮ่า เอาแบบนี้ก็แล้วกัน เจ้าจงปล่อยข่าวว่าเมื่อวานมีโจรมาขโมยเงินของข้าไปสิบล้านเหรียญทอง และข้าสงสัยว่าเจ้าเทพธนูนั่นจะเป็นคนขโมยเงินของข้า รีบกระจายข่าวซะ พวกประชาชนหน้าโง่ในเมืองนี้มันจะได้อยู่ฝ่ายข้า ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน คนที่ปล่อยข่าวก่อนมักจะได้เปรียบเสมอ”

“เจ้าชายช่างเฉียบแหลมนัก แบบนี้เราก็จะมีข้ออ้างจับเจ้านั่นมาสอบสวนได้”

“หึ หึ เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว … แล้วเรื่องของนักเวทย์อัคคีสุดสวยของข้าไปถึงไหนแล้ว ข้ายังรู้สึกโหยหาร่างกายนุ่มนิ่มของนางอย่างไม่รู้คลาย เมื่อใดที่เจ้ากลับมา ข้าจะให้เข้าเป็นมเหสีรองจากเจ้าหญิงเรนเน่เชียวนะ ฮ่า ฮ่า”

“ข้าทำตามคำสั่งของเจ้าชายแล้วขอรับ ประกาศใส่ความว่านางขโมยสมบัติของเจ้าชายแปะอยู่ทั่วทุกมุมเมือง หากนางปรากฎตัวเมื่อไหร่ จะต้องโดนทหารของเมืองนี้จับส่งมาให้พวกเราทันที”

“ฮ่า ฮ่า ดีมาก เจ้าไปได้แล้ว จัดการให้เรียบร้อย ส่วนข้าจะกลับเข้าวังไปสร้างสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหญิงเรนเน่แสนสวยเสียหน่อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เจ้าชายวิลเลี่ยมแสยะยิ้มจนใบหน้าหล่อเหลาดุจเจ้าชายในนิยายบิดเบี้ยวน่ากลัวดั่งปีศาจร้าย องครักษ์ได้ยินเช่นนั้นก็ค่อย ๆ ถอยลงมาจากรถม้า แล้วยืนโค้งคำนับมองดูรถม้าที่วิ่งแล่นตรงไปยังทางวังหลวง ก่อนจะหันไปสั่งการกับบรรดาลูกน้องทั้งหลาย โดยมีเป้าหมายที่จะลากตัวเทพธนูคนนั้นออกมาให้จงได้

………………………………………..

‘ท่านได้รับ เทียนชู 天寿 นางรำ ระดับ 450 เป็นทาส’
‘ท่านได้รับ เทียนหยาง 天阳 นางรำ ระดับ 450 เป็นทาส’
‘ท่านได้รับ เทียนหวิง 天荣 นางรำ ระดับ 450 เป็นทาส’
‘ท่านได้รับ เทียนชาง 天昌 นางรำ ระดับ 450 เป็นทาส’
‘ท่านได้รับ เทียนเซิง 天显 นางรำ ระดับ 450 เป็นทาส’
‘ท่านได้รับ เทียนซิ่ง 天庆 นางรำ ระดับ 450 เป็นทาส’
‘ท่านได้รับ เทียนอวี้ 天羽 นางรำ ระดับ 450 เป็นทาส’
‘ท่านได้รับ เตียวเสี้ยน 貂蝉 สาวใช้ ระดับ 550 เป็นทาส’
‘ท่านเข้าสู่พื้นที่พิเศษ เรือนจันทราซ่อน ค่าพลังปราณสูงสุดเพิ่มขึ้นสิบเท่า การฟื้นฟูพลังปราณเพิ่มขึ้นสิบเท่า’

แม็กรับฟังเสียงประกาศของระบบด้วยหัวสมองอันพองโต เขาเดินพลางเหม่อมองดูเรือนน้อยกลางบึงที่งดงามวิจิตร ยิ่งเมื่อเดินเข้าไปตามคำเชิญของหญิงรับใช้หน้าตาคมขำก็ได้แต่เบิกตาค้าง มองดูห้องหับขนาดใหญ่ที่ตกแต่งหรูหราตามแบบฉบับชาวจีน สลับกับมองดูสาวงามชาวจีนทั้งแปดนางที่เขาเพิ่งประมูลมาได้

พวกเธอยืนเรียงแถวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มยินดี คล้ายจะรอคอยต้อนรับเขา แม็กจึงรู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ย้อนเวลากลับไปในยุคจีนโบราณ แล้วได้เข้าไปในหอนางโลมระดับสูงแห่งหนึ่งในฐานะลูกค้าวีไอพี

หญิงรับใช้สองนางที่นำพาเขามาส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ก่อนจะช่วยประคองนำพาเขาไปนั่งที่โต๊ะเตี้ยตัวหนึ่งจากเก้าโต๊ะ โต๊ะทั้งเก้าตั้งล้อมวงเป็นรูปวงกลม จากนั้นหนึ่งในสองก็รินของเหลวที่มีควันฉุยเหมือนสุราอุ่นร้อนใส่ถ้วยให้ แล้วเดินลิ่วออกไปด้านนอก ทิ้งให้เขาอยู่กับแปดหญิงสาวที่งามงด

แม็กยังคงเหม่อมองดูสาวงามทั้งแปดที่เขาไม่ทราบว่าใครชื่ออะไร รู้แต่เพียงว่าพวกเธอสวมใส่ชุดแพรหลากสีสัน ทุกคนต่างเปล่งประกายความงามอันเฉิดฉันออกมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ดวงตาของทุกนางทอประกายหยาดเยิ้มชวนวาบหวาม กลิ่นหอมจรุงที่ผสมผสานทำให้เขารู้สึกราวกับว่ากำลังอยู่ในสวนดอกไม้สักแห่ง

“ขออภัยที่พวกเราเพิ่งทราบว่า ท่านมีสมญานามสูงส่งว่าเทพธนู ข้าน้อยเทียนซู และพี่น้องขอลงโทษตัวเองด้วยสุราหนึ่งจอก ข้าขอเป็นตัวแทนแนะนำตัวพวกเราก็แล้วกัน นี่คือ เทียนหยาง เทียนหวิง เทียนขาง เทียนเซิง เทียนซิ่ง เทียนอวี้ และ เตียวเสี้ยน”

หญิงงามชุดแดงหันมามองท่าทีเหมือนโง่งมของแม็ก พลางพูดและยิ้มอย่างเฉิดฉัน จากนั้นเธอและหญิงสาวที่เหลือก็พากันนั่งลงบนเสื่อรอง แล้วรินสุราลงถ้วย ก่อนจะยกมือขึ้นป้องปากแล้วยกถ้วยสุราขึ้นดื่มด้วยท่วงท่าชวนฝันอย่างพร้อมเพรียง

“เอ่อ … ไม่ต้องมีมารยาทขนาดนั้นก็ได้”

เมื่อเจอกับมารยาทอย่างไม่คาดฝัน แม็กก็เกิดอาการมือไม้ปั่นป่วนทำตัวไม่ถูก เพราะทั้งยังงุนงงไม่เข้าใจสถานการณ์ ทั้งยังไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี จึงเผลอยกถ้วยสุราขึ้นซดพรวด แล้วพ่นพรูดออกมาเพราะความร้อนแรงของสุราอย่างน่าขบขัน

“ท่านไม่ชอบสุราหรอกหรือ? ให้ผู้น้อยเทียนหยางทำความสะอาดให้เถอะ”

นางงามทั้งแปดส่งเสียงหัวเราะคิกคักกันยกใหญ่ ก่อนที่นางงามชุดสีฟ้าจะลุกขึ้นด้วยท่าทีแช่มช้อย มาคุกเข่านั่งที่ด้านข้างแล้วใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดรอบริมฝีปากให้ ส่วนรอยเปื้อนของสุราบนพื้นเสื่อนั้น มีสาวรับใช้ที่รอคอยอยู่ด้านนอกเปิดประตูเข้ามาจัดการแล้วเดินจากไปเมื่อเสร็จสิ้น

“ขอบคุณ”

แม็กกล่าวขอบคุณด้วยความรู้สึกวาบหวามแปลกใหม่ เขาย่อมไม่ใช่หนุ่มน้อยไร้เดียงสาไม่เคยผ่านการเอาอกเอาใจจากผู้หญิง หากทว่าท่าทีของสาวงามทั้งแปดนั้นแปลกใหม่น่าค้นหา ยกตัวอย่างเช่นการที่เทียนหยางสาวงามชุดสีฟ้ามานั่งเบียดแล้วใช้ผ้าสีผ้าขนาดเล็กหอมกรุ่นมาเช็ดปากให้นั้นก็ช่างแปลกใหม่

พวกเธอทำทีราวกับเป็นข้าทาสรับใช้ดูแลเจ้านายผู้สูงส่ง ทั้งยังมากด้วยพิธีรีตรองอันงดงาม หากทว่าในความยั่วเย้านั้นก็มีช่องว่างที่ให้ความรู้สึกห้ามรุกล้ำอยู่ส่วนหนึ่ง

“เอ่อ … ลืมแนะนำตัวเลย เรียกผมว่าแม็กดีกว่า ไอ้ฉายาเทพธนูอะไรนั่นน่ะ ไม่รู้ใครตั้งให้ด้วยซ้ำ”

“แล้วแต่ท่านจะประสงค์ค่ะ ท่านแม็ก”

สาวงามชุดสีเหลืองที่เขาจดจำชื่อไม่ได้เอ่ยด้วยรอยยิ้มที่สามารถกระชากขวัญบุรุษ แม็กจึงเริ่มรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าเขาดูจะอ่อนเชิงกว่าพวกเธออย่างเห็นได้ชัด เขาจึงยกมือขึ้นเกาศีรษะแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจนัก

“เอ่อ … จริง ๆ ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ผมก็ยังงง ๆ อยู่นะ คือ ไม่รู้ว่าพวกคุณรู้หรือเปล่าว่าที่ผมประมูลพวกคุณทั้งหมดนี่ เพราะว่ามีคนขอร้องให้ผมทำ”

“คิก คิก ข้าไม่เห็นจะจดจำได้เลยว่าข้าขอร้องให้ท่านประมูลตัวข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้าเพียงขอร้องให้ท่านประมูลพี่น้องทั้งเจ็ดของข้าต่างหาก”

เสียงหวานของสาวงามนางที่แปดที่งดงามที่สุดนั้นทำให้แม็กหันไปมอง และเขาจำได้ว่าเธอคนนี้ชื่อเตียวเสี้ยน หากบอกว่านางงามทั้งเจ็ดงดงามดุจพญาหงส์ เตียวเสี้ยนก็คงเป็นนางพญาในหมู่ของพญาหงส์อีกทอดหนึ่ง ความงดงามของเธอนั้นเทียบเคียงได้กับสุดยอดสาวงามอย่างอะโฟรไดที แอสโมดิอุส และไดโอนี

“เอ่อ … ว่าอะไรนะ?”

แม็กที่หัวสมองกำลังมึนเบลอเหม่อมองดูความงามของเธออีกครู่ใหญ่ ก่อนจะเรียกสติถามกลับไปด้วยความงุนงง เพราะเตียวเสี้ยนพูดเหมือนเธอเป็นคนขอร้องเขา ทั้งที่ความจริงแล้วชายชราในชุดคลุมต่างหากที่เป็นคนทำ

“หน้าโง่”

เตียวเสี้ยนด่าทอด้วยท่าทีงดงามหยดย้อยหยาดเยิ้ม ก่อนจะขยับมือหยิบเอาผ้าคลุมเก่าขาดขึ้นมาสวมคลุม จากนั้นสาวงามดั่งเทพธิดาก็กลายร่างเป็นเศษผ้าขี้ริ้วภายในพริบตา

“เข้าใจหรือยัง?”

เสียงแหบแห้งที่เขาคุ้นเคยดังขึ้น ก่อนที่เธอจะถอดเอาผ้าคลุมนั้นออก แล้วแปลงร่างกลับไปเป็นเทพธิดาแสนงดงามเช่นเดิม เวลานี้แม็กจึงค่อยเข้าใจว่าที่แท้เป็นเตี้ยวเสี้ยนนี่เอง ที่ปลอมตัวไปขอให้เขาช่วย แต่ก็ยังไม่ได้คลายปัญหาว่าทำไมจึงต้องให้เขาช่วย

“เอาเถอะ แต่อย่างน้อยข้าก็ต้องขอบคุณท่าน ที่ช่วยเหลือประมูลพวกเรา นับได้ว่าท่านได้กระทำตามคำขอของข้าไปแล้วส่วนหนึ่ง รบกวนท่านช่วยปลดปล่อยพวกเราได้หรือไม่?”

เตียวเสี้ยนยิ้มอย่างอ่อนหวานกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าฟังราวกับเสียงเพลงอันไพเราะ ส่วนสาวงามอีกเจ็ดนางก็หันมามองดูเขาด้วยรอยยิ้มคาดหวังเช่นกัน

“… ปลดปล่อย … ใช่ ๆ เดี๋ยวนะ … ทำยังไงหว่า น่าจะแบบนี้นะ”

เป็นอีกครั้งที่แม็กโดนรอยยิ้มของสาวงามทั้งแปดเล่นงานจนประหวั่นลนลานเสียเชิงชายนักรัก เขารีบเปิดหน้าจอของระบบขึ้นมากดลองผิดลองถูก ก่อนจะทำการปลดปล่อยสาวงามทั้งแปดออกจากสถานะทาสไปตามกัน

‘ท่านได้ปลดปล่อย เทียนชู 天寿 นางรำ ระดับ 450 ออกจากการเป็นทาส’
‘ท่านได้ปลดปล่อย เทียนหยาง 天阳 นางรำ ระดับ 450 ออกจากการเป็นทาส’
‘ท่านได้ปลดปล่อย เทียนหวิง 天荣 นางรำ ระดับ 450 ออกจากการเป็นทาส’
‘ท่านได้ปลดปล่อย เทียนชาง 天昌 นางรำ ระดับ 450 ออกจากการเป็นทาส’
‘ท่านได้ปลดปล่อย เทียนเซิง 天显 นางรำ ระดับ 450 ออกจากการเป็นทาส’
‘ท่านได้ปลดปล่อย เทียนซิ่ง 天庆 นางรำ ระดับ 450 ออกจากการเป็นทาส’
‘ท่านได้ปลดปล่อย เทียนอวี้ 天羽 นางรำ ระดับ 450 ออกจากการเป็นทาส’
‘ท่านได้ปลดปล่อย เตียวเสี้ยน 貂蝉 สาวใช้ ระดับ 550 ออกจากการเป็นทาส’

เสียงประกาศของระบบดังขึ้น พร้อมกับแสงสีขาวที่สว่างวาบบนร่างของสาวงามทั้งแปด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยจากความเป็นทาส จากนั้นแม็กก็หยิบเอาตั๋วแลกเงินที่เหลืออยู่ ยื่นไปให้กับเตียวเสี้ยนซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างของเขา

“เหลือเงินอยู่นิดหน่อย คืนหมดแล้วนะ”

แม็กยื่นให้ด้วยความโล่งอก ก่อนจะพบว่าสาวงามทั้งแปดกำลังจ้องมองดูเขาด้วยสายตาแปลกประหลาดชื่นชมที่เขาไม่เข้าใจ

“หน้าโง่ … เจ้าไม่เสียดายพวกเราบ้างหรือไงกัน? จึงได้ยอมปลดปล่อยพวกเราโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเช่นนี้?”

เตียวเสี้ยนสำรวจมองดูเขาด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ ในขณะที่สาวงามอีกเจ็ดนางนั้นก็กำลังมองดูเขาด้วยสายตาแบบเดียวกัน

“เอ่อ … พูดตรง ๆ ก็เสียดายนะ ใครไม่เสียดายก็คงไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้วล่ะ แต่สัญญากันไว้แล้วนี่ สัญญาก็ต้องทำตามแค่นั้นแหละ”

แม็กครุ่นคิดแวบหนึ่ง ซึ่งความจริงเขาก็เสียดายสถานะทาสของสาวงามทั้งแปดอยู่บ้าง เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะสามารถกระทำอะไรกับพวกเธอก็ได้เท่าที่พอใจ แต่ว่าเขาเป็นพวกที่ยึดมั่นในคำสัญญาของตัวเองคนหนึ่ง จึงไม่ต้องการผิดคำสัญญา

สาวงามทั้งแปดพอฟังประโยคนี้ ก็พากันส่งเสียงร้องอุทานดังอา แล้วจับจ้องมองดูชายที่แสนโง่งมผู้นี้ด้วยดวงตาวาบหวามร้อนแรงผิดกับก่อนหน้านี้หลายเท่า

“ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว ลูกผู้ชายต้องรักษาสัจจะสัญญา ข้าน้อยเตียวเสี้ยนและพี่น้องขอดื่มให้ท่านหนึ่งจอก นอกจากนี้ข้าเตียวเสี้ยนหนึ่งสี่ยอดพธู และอดีตแปดสุดยอดบุปผาแห่งหอโคมแดงทั้งเจ็ดยังจะขอขอบพระคุณท่าน ด้วยการบรรเลงเพลงและร่วมนั่งดื่มกินกับท่านทั้งคืน”

เตียวเสี้ยนพูดจบเหล่าสาวงามทั้งแปดก็ยกถ้วยสุราขึ้นดื่ม แม็กซึ่งยังไม่ค่อยคุ้นชินกับประเพณีจึงมือไม้ปั่นป่วนรีบยกถ้วยสุราขึ้นมาชิมเล็กน้อย เพราะยังไม่คุ้นชินกับความร้อนแรงที่เกินรับไหว

“เดี๋ยวท่านจะเข้าใจผิด พวกเราเป็นสุดยอดบุปผาแห่งหอนางโลม แต่ว่าพวกเราผู้ต้อยต่ำเพียงขายศิลปะและเสียงเพลง มิได้ขายเรือนร่างให้แก่บุรุษ พวกเราทั้งหลายจึงยังเป็นหญิงสาวที่มิได้เข้าห้องหอ ท่านคงไม่ได้นึกรังเกียจพวกเรากระมัง?”

เมื่อดื่มหมดถ้วน สาวงามชุดแดงที่เขาลืมชื่อไปแล้วก็หันมาแย้มยิ้มและกล่าวถาม แม็กจึงรีบหันไปแล้วส่ายหน้าพูดตอบ คนสมัยใหม่อย่างเขาย่อมไม่ได้สนใจความบริสุทธิ์อะไรมากมายอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าพวกเธอไม่ใช่สาวขายบริการ ก็ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นมาอยู่บ้าง

“ไม่หรอก สมัยนี้ หญิงชายเท่าเทียมแล้ว ผู้ชายก็ใช่จะบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยผ่านผู้หญิงซะเมื่อไหร่”

แม็กพยายามเรียกสติพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน เหล่าสตรีทั้งแปดจึงส่งเสียงหัวเราะคิกคักน่ารักออกมาอย่างพร้อมเพรียง

“คิก คิก แนวคิดของนายท่านช่างแปลกใหม่นัก แต่ท่านควรสมควรยินดี ปกติแล้วหากใครต้องการดื่มสุราฟังการบรรเพลงของพวกเราพี่น้องทั้งเจ็ดนั้น พวกเขาต้องจ่ายอย่างน้อยคืนละ เจ็ดพันเหรียญทอง ส่วนเตียวเสี้ยนนั้นหากคิดจะดื่มสุราฟังนางบรรเลงเพลง อย่างน้อยก็ต้องสูงส่งระดับเจ้าแห่งอาณาจักรจึงจะมีวาสนา”

“เอ่อ ผมไม่มีเงินจ่ายหรอกนะ”

แม็กที่เริ่มได้สติกลับคืนมาพยายามพูดด้วยท่าทางโง่งมน่าขบขัน และนั่นก็เรียกเสียงหัวเราะให้แก่สาวงามทั้งแปดได้อีกครั้ง

“หน้าโง่ พวกข้าบอกแล้วอย่างไร ว่าไม่ต้องจ่าย พวกเราเพียงต้องการขอบคุณ และข้าต้องขออภัยที่สามารถขอบคุณได้เพียงเท่านี้ เพราะพวกเรายังต้องการเก็บความบริสุทธิ์ไว้ให้แก่ชายผู้ที่จะเป็นสามีในอนาคตของพวกเรา”

เตียวเสี้ยนด่าทอด้วยน้ำเสียงหวานหยดอีกครั้ง ซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกขุ่นเคืองแม้แต่น้อยที่โดนสาวงามนางนี้ด่าทอ หากทว่าในใจยังแอบเสียดายวูบ ที่พวกเธอพูดออกตัวตั้งแต่แรกว่าจะปล่อยให้เขาล่วงเกินอย่างแน่นอน

“คิก คิก เตียวเสี้ยนเจ้าพูดเกินไปแล้ว ถึงแม้พวกเรามีความฝันต้องการเดินทางหมื่นลี้เพื่อเผยแพร่ศิลปะเสียงเพลง แต่หากว่าค่ำคืนนี้เขาทำให้คนใดคนหนึ่งในพวกเราถูกใจได้ ก็ไม่แน่ว่าจะหักห้ามใจได้ไหว”

สาวชุดแดงที่เป็นพี่ใหญ่หันไปมองค้อนเตียวเสี้ยนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองแม็กพร้อมกับสาวงามทุกนาง คล้ายกับว่าพวกเธอจะสื่อว่าหากแน่จริง ก็ลองทำให้พวกเธอเปลี่ยนใจให้ได้

ท่าทางยั่วเย้าแต่ไม่ปล่อยตัวของสาวงามทั้งแปดทำให้แม็กรู้สึกคันยิบที่หัวใจ เวลานี้สัญชาตญาณนักรักของเขากลับคืนมาแล้วหลายส่วน หัวสมองจึงพยายามครุ่นคิดหาแผนการณ์ แต่ยังคิดไม่ออก จึงต้องพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้สาวงามทั้งแปดเสียก่อน

“เดี๋ยวนะ ขอถามให้หายสงสัยก่อน … ถ้ามีเงินขนาดนั้นแล้ว ทำไมไม่ไถ่ตัวเองล่ะ? ทำไมถึงมาไว้ใจคนนอกอย่างผม ไม่กลัวโดนโกงเงินบ้างเหรอ? หรือไม่ก็อาจจะเจอคนที่ไม่ยอมปล่อยจากความเป็นทาสก็ได้”

แม็กหันไปถามสาวงามรอบวง โดยไม่ได้เจาะจงว่าอยากให้ใครตอบ แต่เขาคิดว่าเตียวเสี้ยนน่าจะเป็นคนตอบคำถามนี้ เพราะเธอเป็นคนเลือกเขาเอง และกิริยาของสาวงามทั้งเจ็ดที่หันไปมองเตียวเสี้ยนอย่างพร้อมเพรียง ก็ยืนยันว่าเขาคิดถูกต้อง

“คิก คิก หน้าโง่อีกแล้ว พวกข้าผ่านคารมหอมหวานของบุรุษมามากนัก เรื่องแค่นี้พวกเราคงไม่ไว้ใจโดยไม่มีแผนการรองรับหรอกนะ คำถามแรก เหตุใดจึงไม่ไถ่ตัวเอง นั่นเป็นเพราะหากพวกเข้าไถ่ตนเอง ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน ซึ่งพวกเรามีไม่เพียงพอ แต่หากมีคนอื่นซื้อพวกเราไป พวกเราจะได้เงินเหล่านั้นหกในสิบส่วน ดังนั้นพวกเราซึ่งมีเงินรวมกันเพียงสามล้านเหรียญทอง จึงทำการกู้เงินจากร้านค้าทาสอีกเจ็ดล้านเหรียญทอง แล้วไหว้วานให้เจ้าไถ่พวกเรา เข้าใจหรือไม่เจ้าหน้าโง่”

“… นี่มันเหมือนอัฐยายซื้อขนมยายชัด ๆ กู้เงินร้านค้าทาสมาไถ่ตัวเอง”

“ส่วนคำถามที่ว่าทำไมจึงเลือกเจ้า ก็เพราะว่าเจ้าเข้าเงื่อนไขที่เข้ามาโดยไม่ได้คิดประมูลสิ่งใด หรือต่อให้เจ้าคิดไม่ซื่อไม่ยอมประมูล หรือประมูลแล้วไม่ยอมปลดปล่อยพวกเรา พวกเราก็จะแจ้งต่อร้านค้าทาสว่ามีคนขโมยตั๋วแลกเงินของพวกเราไป ภายในร้านไม่สามารถหนีออกไปได้ จากนั้นเจ้าคงจะนึกภาพออกกระมัง การประมูลจะถูกยกเลิก พวกข้าก็กลับไปสถานะเดิม มองหาผู้ช่วยคนใหม่ ส่วนเจ้า … คงจะย่ำแย่แน่แล้ว”

ได้ยินเตียวเสี้ยนตอบมาแบบนี้แม็กก็นึกภาพตามแล้วรู้สึกหนาววูบ เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดน้อยเกินไป สาวงามทั้งแปดมิใช่สาวไร้เดียงสาที่ไร้หัวสมอง พวกเธอวางแผนซ้อนทับไปมาหลายชั้น เพื่อความเป็นอิสระ ตอนนี้เขาจึงรู้สึกชื่นชมพวกเธอไม่น้อย

“แผนร้ายกาจจริง ๆ เกือบจะไม่มีช่องโหว่เลยนะนั่น”

“เกือบจะไม่มีช่องโหว่งั้นหรือ? เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

เตียวเสี้ยนมองดูแม็กด้วยสายตาแปลกประหลาดอยู่บ้าง เพราะเธอคาดว่าเขาจะโกรธบ้างไม่มากก็น้อย หากทว่าในแววตาของเขาคล้ายจะไม่มีความโกรธที่โดนหลอกลวง หนำซ้ำยังดูจะชื่นชมในสิ่งที่พวกเธอทำเสียด้วยซ้ำ

“ก็หมายความว่ามีช่องโหว่ไง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าไหว้วานผู้เล่น เอ๊ย นักผจญภัยแบบผม แล้วผมเลือกฆ่าตัวตายซะล่ะ? เมื่อกี้ก่อนปลดปล่อยผมยังคิดอยู่เลยว่าถ้าอยากได้จริง ๆ แล้วมีปัญหาจะลองทำแบบนี้”

“อาา …”

สาวงามทั้งแปดส่งเสียงร้องอุทานดังอา มองดูเขาด้วยสายตาคล้ายชื่นชมคล้ายตื่นกลัวอยู่บ้าง แต่พวกเธอดูจะไว้ใจในการกระทำของเขาไม่น้อย จึงรู้สึกชื่นชมในไหวพริบของเขาเสียมากกว่า

“ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ได้โง่เขลาเสียแล้ว เช่นนั้นข้าเตียวเสี้ยนจะเรียกท่านว่าเจ้าซื่อบื้อแทนก็แล้วกัน คิก คิก … ท่านปลดปล่อยเฟิ่งหวงออกมาเดินเล่นเถอะ อีกสักครู่พวกเราทั้งแปดจะแสดงการฟ้อนรำให้ท่านชมดูในแบบที่องค์จักรพรรดิ์ยังต้องริษยา … หากท่านพึงตานางงามน้อยคนใด ท่านสามารถบอกต่อนางได้ ข้าเชื่อว่านางจะไม่ปฏิเสธ”

เตียวเสี้ยนหันยิ้มพรายให้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับสาวงามอีกเจ็ดนาง จากนั้นพวกเธอก็เดินหายไปทางประตูหลัง ในขณะที่สาวใช้อีกสิบกว่าชีวิตได้เข้ามาทางประตูหน้า เก็บกวาดโต๊ะและเสื่อรองนั่งออก เหลือไว้แต่ที่นั่งของเขาเพียงผู้เดียว

สุราในถ้วยยังไม่ทันเย็น ก็ปรากฎเสียงบรรเลงเพลงอันไพเราะ ตามมาด้วยเหล่านางระบำอีกสิบกว่าชีวิต พวกเธอไม่ใช่สาวงามทั้งแปด หากทว่ามีใบหน้าคมขำน่ารักมิใช่น้อย แต่ละนางล้วนแล้วแต่แต่งกายด้วยแพรพรรณพริ้วบางเปิดเผยสัดส่วนโค้งเว้า ต่างฟ้อนรำส่งสายตายั่วเย้า ในขณะที่สาวใช้ส่วนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารอันเลิศหรูดั่งอาหารในวัง

แม็กดื่มกินด้วยความสุนทรีย์ยิ่ง เขาอาจจะเคยให้สาวสวยในโลกภายนอกเต้นและร้องเพลงให้เขาดู หากทว่านั่นไม่งดงามและให้ความรู้สึกสุนทรีย์เช่นเวลานี้ นี่เป็นบทเพลงที่ไพเราะทางด้านศิลปะ ไม่ใช่การเต้นไปเรื่อยเปื่อยไร้สาระ อาหารและเครื่องดื่มก็เลิศรสหรูหราจนเขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นราชา

เขาปรบมือจนแดงฉานเมื่อการแสดงชุดแรกจบลง นางงามอ่อนวัยทั้งสิบกว่าชีวิตต่างมองดูเขาด้วยสายตาลึกล้ำ คล้ายกับต้องการให้เขาเลือกเฟ้นไปโอบกอด แต่แม็กกำลังเพลิดเพลินไปกับศิลปะชั้นสูง และไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ จึงไม่ทันคิดในเรื่องนี้ เหล่าสาวงามจึงได้แต่หน้ามุ่ยกลับออกไปด้วยความเสียดาย

หากการแสดงชุดแรกเน้นจังหวะเชื่องช้าสวยงามราวสายน้ำไหล การแสดงชุดที่สองก็คงร้อนแรงดุจเพลิงไฟ นางระบำอ่อนวัยเกือบสิบนางปรากฎตัวขึ้นในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยสีแดงเพลิง ร่างงามส่ายสะบัดไปมาราวกับเปลงเพลิงแห่งความใคร่ ทุกท่วงท่าราวกับจะกระตุ้นอารมณ์กลัดมันของผู้ชมดูขึ้นมา

แล้วการแสดงที่เขารอคอยก็บรรเลงในรอบที่สาม เหล่าสาวงามสกุลเทียนทั้งเจ็ดนางปรากฎกายขึ้นในอาภรณ์รัดสั้น พวกเธอมาพร้อมกับกระบี่คมกริบน่าหวาดเกรง นั่นเป็นการแสดงที่ผสมผสานระหว่างการร่ายรำและฟาดฟันต่อสู้กันได้อย่างลงตัว ดูไปคล้ายกับว่านางฟ้าทั้งเจ็ดกำลังต่อกรกับปีศาจ ซึ่งเกิดจากคนผู้หนึ่งสวมใส่ชุดสีดำที่ทำจากวัสดุคล้ายยาง

แม้จะรู้ว่าเป็นการแสดง แต่แม็กก็ยังเผลอส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นไม่ได้ เมื่อเจ้าปีศาจปลอม ๆ นั้นฟาดขวานผาดกระบองเฉียดข้างกายของนางฟ้าทั้งเจ็ดจนเสื้อผ้าขาดกระจุยไปทีละน้อย ยิ่งต่อสู้เสื้อผ้าก็ยิ่งขาดวิ่นอวดเผยสัดส่วนชวนวาบหวามมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่พวกเธอไร้ซึ่งบาดแผล ทำให้ทราบได้ถึงระดับฝีมือที่เหนือล้ำ

เขากลืนน้ำลายลงคอดังอึกเมื่อเหล่านางฟ้าโดนโจมตีจนลงไปเกลือกกลิ้งบนพื้นในสภาพอาภรณ์ขาดวิ่น เขาแลเห็นร่องนมและขาวละลานตาของทรวงอกหนั่นแน่นทั้งเจ็ดได้อย่างชัดเจน และนั่นก็กระตุ้นเร้าอารมณ์ชายหื่นได้จนลุกโด่

ในขณะที่การแสดงจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเหล่านางฟ้า แสงไฟในห้องก็พลันมืดมิดลง แล้วปรากฎเตียวเสี้ยนที่เหินร่อนลงมาจากด้านบนด้วยท่วงท่าแสนงดงามล้ำเลิศ

แม็กมองดูการแสดงอันแสนงดงามนั้นจนปากอ้าตาค้าง เตียวเสี้ยนในชุดรัดรูปเข้าต่อกรกับปีศาจเป็นพัลวัน ก่อนที่อาภรณ์ของนางจะค่อยขาดวิ่นทีละน้อยจนหลงเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในสีขาวบริสุทธิ์ และจังหวะนั้นเองที่เหล่านางฟ้าทั้งแปดได้รวมพลังกันต่อสู้จนเอาชนะปีศาจร้ายได้ในที่สุด

การแสดงจบลงด้วยความมืดมิดเพราะแสงไฟดับลง ตามด้วยเสียงปรบมือถี่ระรัวของแม็ก เขาโห่ร้องและตบมือจนแดงจ้ำ หากทว่ารู้สึกว่าการชมเชยแค่นี้ยังน้อยเกินไปกับการแสดงที่เลิศล้ำ และเวลานั้นเองที่เขาแอบยิ้มที่มุมปาก เขาตั้งใจเอาไว้แล้ว ว่าจะอาศัยทั้งฝีมือการจีบสาว และทักษะที่ได้มา จัดการรวบหัวรวบหางนางฟ้าทั้งแปดให้หมดภายในค่ำคืนนี้ให้จงได้

……………………………..

ถ้าชอบเว็บนี้ คลิกแบนเนอร์ด้านบนวันละครั้ง ^-^
If you like this web. Please click banner above 1 click/day ^-^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *