Xtreme Online 10 – วางแผนแก้ต่าง

XO ตอนที่ 10 – วางแผนแก้ต่าง

คนที่เพิ่งถูกตั้งฉายาว่าเทพธนูกำลังนั่งดูคลิปเหตุการณ์ต่อสู้กับสตรองในหน้าจอระบบอย่างงุนงง ซึ่งคลิปนี้กำลังโด่งดังอยู่ในบอร์ดเกม มีคนอัพโหลดให้และมีคนติดตามอย่างมากมาย หลายความเห็นต่างเต็มไปด้วยการวิเคราะห์ชื่นชมกลยุทธเหนือชั้นที่ถล่มหลังคาให้ยุบพัง แล้วยิงในสภาพกำลังร่วงลงไปด้านล่างเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ

มีคนกลุ่มหนึ่งถึงกับพยายามทดลองทำเลียนแบบ โดยการลองกระโดดจากที่สูง แล้วพยายามยิงเป้าจากกลางอากาศ ซึ่งผลก็คือไม่มีใครสามารถยิงให้เข้าเป้าได้ อีกทั้งเรี่ยวแรงในการเหนี่ยวยิงก็ไม่เพียงพอ ทำให้ลูกธนูอ่อนเรี่ยวแรงไปไม่ถึงไหน จึงไม่ต้องหวังว่าจะสามารถยิงทะลวงเกราะเหล็กได้ ดังนั้นทุกคนจึงยิ่งร่ำลือกันปากต่อปากถึงความเก่งกาจของเทพธนูปริศนากันอย่างฮือฮา

อย่างไรก็ตาม คนที่ถูกเรียกว่าเทพธนูกลับกำลังยกมือขึ้นเกาศีรษะด้วยความไม่เข้าใจว่าทำลงไปได้อย่างไร ทั้งยังไม่แน่ใจว่านี่เป็นเพราะเขาโชคดีแบบสุด ๆ หรือว่าไอ้สตรองหนุ่มบ้ากล้ามกวนโอ๊ยนั่นมันโชคร้ายแบบฉิบหายวายวอดกันแน่ จึงโดนลูกธนูที่ปล่อยออกมาแบบมั่วซั่วเข้ากลางกล่องดวงใจเผงเช่นนั้น

หากให้สรุปเหตการณ์ตอนนั้นอีกครั้ง ก็คงเริ่มจากการที่เขาใช้ความสามารถพิเศษส่วนตัวซึ่งมีมาตั้งแต่เด็กเพื่อหลบหลีกการโจมตีชุดใหญ่ของสตรอง ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้มองเห็นหรืออ่านทางโจมตีด้วยสายตา เพียงแต่ตั้งแต่เด็กนั้น เมื่อเขาอยู่ในสภาวะอันตราย เขามักจะเห็นล่วงหน้าด้วยความสามารถพิเศษที่ว่านี้ เขารู้ว่าเขามีมันอยู่ แต่ควบคุมไม่ได้ พิสูจน์ไม่ได้

หลังจากการหลบชุดใหญ่ เขาก็เห็นการโจมตีที่ไม่มีทางหลบ จึงไม่มีทางเลือกนอกจากกระโดนถอยไปด้านหลัง และด้วยค่าพลังที่ถือว่าไม่น้อย ทำให้แรงกระโดดมากพอดู เพียงแต่ยังไม่มากพอจะส่งเขาข้ามถนนไปเช่นนั้น หากทว่าในจังหวะที่เขากระโดดไปนั้น แรงกระแทกจากท่าไม้ตายของสตรองก็พุ่งเข้ามาช่วยผลักดันจนร่างของเขาลอยลิ่วไปอยู่บนหลังคาตึกฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้ตั้งใจ

ตอนนั้นเขารู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจ แต่ไม่ทราบว่าจะลงมือตอบโต้อย่างไร พอนึกได้ว่ามีธนูสีดำที่ได้มาหนึ่งคัน ก็รีบหยิบออกมาเล็งเป้าไปที่สตรอง กระนั้นไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดคันธนูกลับสูบเอาพลังเวทย์มนตร์ของเขาไปวูบใหญ่จนหน้ามืดแทบยืนไม่อยู่ พอยืนเซเล็กน้อย หลังคาที่โดนแรงกระแทกตอนตกลงมาก็พังครืนลงไปด้านล่าง แล้วลูกศรก็หลุดมือพุ่งวูบไปตามบุญตามกรรม

ส่วนที่แม็กยังไม่ทราบก็คือ การยิงโดนเป้าหมายนั้นเรียกว่าเป็นความเฮงของเขา และเป็นความอภิมหาซวยของสตรอง หากทว่าการที่ลูกศรแฝงความรุนแรงจนสามารถทะลวงผ่านพลังปราณระฆังทอง และทะลุผ่านเกราะเหล็กเข้าไปได้นั้นนับเป็นความสามารถของเขาและของคันธนูระดับหกดาว

อันดับแรกก็คือความรุนแรงของการโจมตีด้วยธนูในเกมนี้นั้น ขึ้นกับค่าพลังความแข็งแกร่งของแขน ซึ่งต้องดูว่ามีเรี่ยวแรงโน้มเหนี่ยวดึงคันธนูได้มากแค่ไหน และมีการนำเอาค่าความแม่นยำและความโชคดีมาช่วยเสริมความรุนแรง หากยิงตรงเป้า และค่าพลังทั้งหลายของแม็กนั้นกล่าวได้ว่าเทียบเท่ากับนักธนูระดับเลเวลสามร้อยได้สบาย ๆ

นอกจากค่าพลังส่วนตัวแล้ว ยังมีค่าพลังของคันธนูหกดาวซึ่งมีทั้งพลังโจมตีที่สูงกว่าอาวุธทั่วไป และยังมีความสามารถพิเศษในการดูดเอาพลังเวทย์ของผู้ใช้มาเสริมในลูกศรด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้ลูกศรที่ดูผิวเผินเหมือนจะไม่มีอะไร จึงแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างทั้งทางกายภาพ ทั้งยังมีพลังเวทย์ธาตุแสงเสริมเร่งเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง จึงสามารถยิงทะลุการป้องกันและเกราะเหล็กระดับห้าดาวของสตรองได้ราวกับยิงใส่เต้าหู้

“นี่นายแม็ก จะชื่นชมคลิปตัวเองอีกกี่รอบน่ะ … ตกลงจะบอกได้หรือยัง ว่าทำไมนายเก่งขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเริ่มเล่น เลเวลก็ยังไม่กระดิกเลยสักนิด”

ขณะกำลังครุ่นคิด เกตสาวแว่นคนสวยก็ยิงคำถามเป็นรอบที่สาม เวลานี้เธอเอาแต่มองดูเขาเขม็งด้วยสายตาของเหยี่ยวข่าวมืออาชีพที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นของข่าวใหญ่ที่ทุกคนสนใจ และแน่นอนว่าข่าวของเทพธนูที่เพิ่งโค่นสตรองผู้เล่นคนดังในเมืองเริ่มต้นย่อมต้องสามารถขายได้ และมีราคาดีไม่น้อย เกตที่เล่นอาชีพนักข่าวจึงให้ความสนใจต่อเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

“อืม จะพูดยังไงดีล่ะ … มันก็แค่เรื่องบังเอิญน่ะ … ว่าแต่ไอ้บ้ากล้ามนี่จะต้องนอนพักไปอีกนานแค่ไหน เป็นเดือนหรือเปล่า”

แม็กไม่ทราบว่าสมควรตอบอย่างไร เพราะเขาเองก็ยังงุนงงอยู่ จึงบ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถาม และหันไปมองดูสตรองซึ่งกำลังนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียงในสถานพยาบาลประจำเมือง ซึ่งหากไม่มีผ้าพันแผลรัดพันบริเวณเป้ากางเกงแล้ว คงมองไม่ออกว่าสตรองบาดเจ็บตรงไหน

“ไม่ถึงเดือนหรอก นี่พวกเราอยู่ในเกมกันนะ แต่คงต้องนอนพักสักสองวันมั้ง ก็นายโหดน่าดูนี่นา แทนที่จะยิงให้ตาย จะได้ไม่ทรมาณ นี่เล่นยิงใส่กล่องดวงใจซะงั้น แบบนี้จะกินยาหรือใช้นักบวชช่วยก็ไม่ได้ เลยต้องพามาให้หมอผ่าลูกศรที่ฝังในออกไปก่อน”

เกตเบ้ปากตอบด้วยสีหน้าไม่เชื่อคำว่าบังเอิญที่แม็กใช้อธิบาย แต่ก็ยังหันไปมองดูสตรองด้วยความห่วงใยเล็กน้อย หากทว่าแม็กสัมผัสได้ว่านั่นไม่ใช่ความห่วงใยแบบลึกซึ้งฉันท์คู่รัก

“ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ … เอ๊ะ จะว่าไป … ผมจะโดนลงโทษหรือเปล่านี่? เหมือนอ่านเจอในคู่มือบอกว่าห้ามมทำร้ายผู้เล่นด้วยกันเองในเขตเมืองเด็ดขาด”

“นายถามแต่ละอย่างนี่มันคำถามของมือใหม่ทั้งนั้นเลยนะ … อืม ก็มือใหม่จริง ๆ นี่นะ … นายไม่โดนลงโทษหรอก เพราะว่าสตรองเขาลงมือก่อน นายแค่ป้องกันตัว ไอ้ที่ควรโดนลงโทษน่ะคือไอ้สตรองมัน เพราะทั้งเริ่มทะเลาะวิวาท พยายามฆ่า แถมยังทำลายข้าวของคนอื่นอีก”

“ถ้างั้นก็รอดไป … แต่ … ที่เคยอ่านมา ถ้าโดนลงโทษ มันต้องมีสีแดง ๆ บนตัวไม่ใช่เหรอ แต่ไม่ยักกะเห็นซักนิด”

“สตรองน่ะโดนลงโทษแล้ว ตั้งแต่ตอนลงมือนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเกมนี้จะโดนโทษสีแดง ให้คนฆ่าฟรี ก็ต่อเมื่อแต้มความดีติดลบ สตรองน่ะเขาทำภารกิจมาเยอะ มีแต้มความดีพอสมควร สร้างเรื่องแค่นี้คงแค่โดนหักแต้ม แล้วก็หักเงินในบัญชีไปใช้ซ่อมค่าเสียหายนิดหน่อย”

“อ้อ … แบบนี้แสดงว่า ถ้ามีแต้มความดีเยอะพอ ก็จะฆ่าใครทิ้งก็ได้หรือเปล่า?”

“ใช่ ถ้าอยากทำก็ทำได้ แต่ไม่คุ้มหรอก แต้มความดีหายาก แต่โดนหักง่าย เก็บกันเป็นปีไปเผลอฆ่าใครสักคนนี่โดนหักจนแทบไม่เหลือ”

“อืมม … ว่าแต่เกตเป็นอะไรกับไอ้บ้ากล้ามคนนี้? ดูไม่เหมือนแฟนกันนะ … ยกเว้นก็แต่ตอนกอดกันในสำนักงาน”

“ใครจะไปเป็นแฟนนายทึ่มบ้ากล้ามนั่น ยัยหมิวแฟนนายต่างหากที่หมอนั่นพยายามจีบ พอจีบไม่ติดก็เลยทำเป็นเบนเข็มมาทางเกต เกตไม่ได้ตอบตกลงคบกันสักหน่อย แต่โดนนายนั่นดันเที่ยวป่าวประกาศว่าเป็นแฟนกันซะแล้ว”

“อ้าว … แล้วที่กอดจูบกันในสำนักงานนั่นล่ะ?”

“ห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีกนะ ชั้นไม่ได้เป็นอะไรกับนายบ้ากล้ามนี่ หมอนั่นวางแผนหลอกให้อนุญาตมีเพศสัมพันธ์ แลกกับข่าวของไฮพรีส ทีแรกเราตกลงว่าจะให้แค่หอมแก้ม แต่พอชั้นหลงกล ไอ้บ้ากามนั่นก็ใช้พลังปราณจับล๊อคแล้วลวนลามไม่หยุด”

เมื่อได้ยินคำว่าไฮพรีส แม็กก็นิ่งไปวูบหนึ่งเพราะไม่แน่ใจว่าหมายถึงเขาหรือเปล่า แต่เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขเวลาแล้ว เขาเพิ่งได้อาชีพแองเจลัส ซึ่งเป็นนักบวชคลาสหกมาหยก ๆ ดังนั้น ข่าวที่ว่าน่าจะไม่ได้หมายถึงตัวเขา แต่เป็นแองจี้เสียมากกว่า อย่างไรก็ตามเพื่อความแน่ใจ แม็กจึงแกล้งถามแบบหยั่งเชิงดูสักหน่อย เผื่อว่าจะมีข่าวอะไรเกี่ยวกับทาสคนล่าสุดของเขา

“ไฮพรีส?”

“ไฮพรีสก็คืออาชีพคลาสสามของสายนักบวช เริ่มจากอะโคไลท์ ไปเป็นพรีส แล้วก็ไฮพรีส … ข่าวที่ว่าก็คือมีผู้เล่นคนแรก ที่ผ่านการทดสอบได้เป็นอาชีพไฮพรีส นี่มันข่าวใหญ่สะเทือนไปทั้งวงการเลยนะ แถมดูเหมือนจะเป็นเด็กสาวซะด้วย ตอนนี้พวกกิลด์ใหญ่กำลังแย่งกันตามหาตัวชวนเข้ากิลด์กันใหญ่”

“มันยากมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ยากซิ สุด ๆ เลยล่ะ ขนาดสายนักรบที่คนเล่นเยอะ ๆ ยังมีคนได้คลาสสามแค่ไม่ถึงยี่สิบคนเลย พวกสายสนับสนุนที่คนเล่นน้อยกว่านี่ยังไม่เคยได้ยินว่ามี นี่เพิ่งคนแรกนี่แหละที่เป็นอาชีพสายสนับสนุน”

“รู้ได้ยังไงว่ามีแค่นั้น อาจจะมีคนที่ได้ระดับสูงกว่านั้นแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ก็ได้”

แม็กถามพลางแอบยิ้มในใจ เพราะเขาหมายถึงตัวเขาเองที่ทดสอบรอบเดียวก็ได้อาชีพแองเจลัส ซึ่งเป็นสายนักบวชคลาสหกมาแล้ว

“ไม่มีหรอก เพราะอาชีพนักข่าวสามารถหาซื้อข้อมูลสถิติภาพรวมจากระบบได้ เช่นว่ามีเพศชายกี่คน หญิงกี่คน อายุอยู่ในช่วงเท่าไหร่ หรือมีคนเล่นอาชีพอะไรกี่คน เมื่อวานเกตุเพิ่งซื้อมา แล้วเห็นว่ามีคนได้อาชีพนักบวชคลาสสามคนแรก ก็เลยเพิ่งได้รู้ว่าคลาสสามของนักบวชมันคือไฮพรีส แต่ของคลาสสี่จะเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้นะ ต้องรอให้มีคนทดสอบผ่านก่อน”

“บิชอป(บาทหลวง)ไง”

“อะไรนะ?”

“อ้อ เปล่า ๆ ไม่มีอะไร … ว่าแต่แค่จูบกันก็ต้องขออนุญาตมีเพศสัมพันธ์ด้วยเหรอ?”

แม็กเผลอโพล่งข้อมูลที่เขารู้ออกไป แต่เมื่อได้คิดว่าควรเก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง จึงพยายามปิดปากเงียบ และเมื่อได้ยินว่าเกตฟังไม่ถนัดเขาจึงพยายามเบี่ยงประเด็นไปทางอื่น เพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอพูดอะไรมากไป

“ใช่ซิ ถ้าอยู่ในเขตเมือง ทุกคนจะได้รับสิทธิป้องกันการคุกคามทางเพศ ถ้าไม่อนุญาตแล้วโดนจูบ ก็สามารถร้องเรียนสั่งลงโทษสถานหนักได้ นายบ้ากามนั่นก็เลยทำเป็นสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรนอกจากหอมแก้ม ที่ไหนได้พอตกลงแค่นั้นแหละลายออกทันที”

แม็กส่งเสียงร้องอ้อเพราะเพิ่งเข้าใจเหตุการณ์ แต่เขาสังเกตได้ลึกกว่าที่เกตบอก เพราะสัมผัสได้ว่าเกตไม่ได้เผลอตอบตกลงเพียงเพราะอยากได้ข่าวเท่านั้น แต่เธอยังมีใจให้กับนายบ้ากล้ามนั่นอยู่บ้างเล็กน้อย หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเธอกำลังอยากสัมผัสรสรักบ้าง

“เข้าใจแล้ว … แต่ก็นะ เกตทั้งขาว ทั้งสวย แถมเซ็กส์ซี่น่ากินซะขนาดนี้ ถ้ามีโอกาส ผู้ชายคนไหนก็อดใจกันไม่อยู่หรอก”

แม็กพูดหยอกล้อตามนิสัยเจ้าชู้ประตูดินโดยไม่ได้มีเจตนาจะจีบเกตแต่อย่างใด หากทว่าสาวอ่อนโลกอย่างเกตกลับรู้สึกร้อนวูบวาบ ใบหน้าใต้กรอบแว่นนั้นกลายเป็นแดงซ่านร้อนผะผ่าว และพูดจาตะกุกตะกักขัดเขินออกมา

“เกตน่ะเหรอสวย … ไม่หรอกค่ะ หมิวต่างหากล่ะที่สวย เกตเทียบไม่ติดหรอก”

“มั่นใจในตัวเองหน่อย เกตเป็นคนสวย หมิวก็เป็นคนสวย เพียงแต่สวยคนละแบบกันเท่านั้น ดูซิหุ่นก็ดี หน้าอกเอย สะโพกเอย ผู้ชายคนไหนเห็นแล้วไม่มีอารมณ์ก็แปลกล่ะ”

“อย่ามาพูดโกหกหน่อยเลย ไม่เห็นนายมองเกตแบบหื่น ๆ เหมือนผู้ชายคนอื่นซักนิด”

เกตย่อมไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครพูดตรงไปตรงมาแบบนี้ เธอจึงทั้งแตกตื่นสับสนไม่ทราบว่าควรโกรธเคืองหรือดีใจกันแน่ ซึ่งความจริงเธอย่อมรู้สึกโกรธเคืองอยู่บ้าง ที่โดนพูดจาเหมือนลวนลาม แต่ว่าเธอก็เป็นเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป เมื่ออีกฝ่ายเป็นหนุ่มหล่อสุดฮอตประจำมหาลัยที่เธอแอบให้ความสนใจ แทนที่จะโกรธเคือง เธอกลับรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกประหลาดขึ้นมาแทน

สนทนากันถึงตอนนี้ ประตูห้องพักคนไข้ก็เปิดออก คนสวมใส่เสื้อกาวด์เหมือนหมอคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับนางพยาบาลเพื่อตรวจอาการของสตรอง เกตกับแม็กจึงหยุดสนทนาเรื่องราวสองแง่สามง่ามลงก่อนชั่วคราว แต่ว่าเพียงครู่เดียวแม็กก็แอบยื่นหน้าเข้ามากระซิบบอกเธอเบา ๆ ว่าหมอคนนั้นกำลังแอบมองหน้าอกเธอด้วยสายตาหื่น ๆ อยู่

เมื่อโดนบอกกล่าวเช่นนี้ เกตจึงตื่นตัวและลอบสังเกตสายตาของหมอคนนั้น จากนั้นเธอจึงค่อยทราบว่าหมอคนนี้พยายามแอบเหล่สายตามามองดูหน้าอกและสะโพกของเธอบ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่เธอไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอย่างเคย ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นจนต้องแอบหันไปสำรวจดูว่าแม็กมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นบ้างหรือเปล่า

หลังการตรวจจบลง หมอคนนั้นก็พยายามเข้ามาสนทนาและแสดงออกว่าสนใจเกต แต่เกตทำเป็นเมินไม่สนใจ หมอจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย แล้วลอบมองเรือนร่างของเกตในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก่อนเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เหลือแค่หนึ่งผู้ป่วย และสองผู้เยี่ยมไข้อยู่ในนั้น

“เกตยังซิงล่ะซิ ใช่มั้ย?”

แม็กถามโพล่งออกมาด้วยรอยยิ้มเหมือนรู้ทุกสิ่งอย่าง เกตจึงได้แต่หันไปเบิกตามองไม่ทราบว่าควรตอบอย่างไร แต่นั่นยังไม่พอ เพราะแม็กไม่รอให้เธอตอบก็ยิงคำถามที่สองซึ่งหนักหน่วงกว่าออกมาจนเธอทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรตอบหรือไม่ตอบอย่างไร

“โดนนายนั่นลวนลาม ยังไม่ทันเสร็จ อารมณ์ค้างใช่มั้ยล่ะ?”

“…”

“เงียบแบบนี้แสดงว่ายอมรับใช่มั้ย”

“…”

ยิ่งโดนถามย้ำเกตก็ได้แต่นิ่งเงียบหน้าแดงฉาน เพราะว่าเธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เธอรู้สึกหงุดหงิดค้างคา เหมือนอารมณ์ดิบของผู้หญิงที่แอบแฝงในตัวถูกปลุกขึ้นมาจนตื่น แต่ว่าไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการ เธอยอมรับว่าตอนที่โดนสตรองปลุกปล้ำนั้น เธอไม่ได้ขัดขืนอย่างเต็มที่

“เอาเถอะ ไม่ตอบก็ไม่ตอบ แค่จะบอกว่าถ้าอารมณ์ค้างอยู่ เดี๋ยวผมช่วยก็ได้นะ รับรองว่าจะส่งขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดให้ … แต่ถ้าไม่สน เรามาคุยเรื่องหมิวกันก่อนก็ได้”

“เอ่อ … คือ … เกต … เอ่อ หมิว … หมิวเค้าเล่าให้ฟังแล้ว ว่านายจะมาช่วยเรื่องประกาศจับนั่น … นาย เอ่อ … มาเรื่องนี้ใช่มั้ย?”

“ใช่แล้ว นั่นเป็นเรื่องหลักที่มาตอนแรก แต่ตอนนี้กำลังคิดว่าจะช่วยทำให้สาวแว่นคนสวยหายอารมณ์ค้างยังไงดีมากกว่า”

เกตทั้งรู้สึกขัดเขินทั้งงุนงงที่โดนเขาบุก แล้วเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย เธอจึงกลายเป็นมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวายทำตัวไม่ถูก เพราะจะอย่างไร แม็กก็นับเป็นหนุ่มหล่อ รวย เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีแต่สาว ๆ อยากเข้าหา แม้แต่เธอเองที่เริ่มสนิทกับสตรองในโลกข้างนอกบ้างแล้ว แต่ก็ยังอดคิดฝันหวานไม่ได้ว่าหากได้ควงคู่กับแฟนของเพื่อนสนิทคนนี้แล้วจะยอดเยี่ยมขนาดไหน

ด้านแม็กนั้นกลับคิดต่างออกไป เขาไม่ได้รู้สึกสนใจเกตเป็นพิเศษแต่อย่างใด แม้ว่าเธอจะมีรูปร่างหน้าตาดูดีพอจะทำให้ผู้ชายทั่วไปเกิดความรู้สึกอยากลิ้มลอง แต่ว่าตอนนี้มาตรฐานเรื่องความสวยงามของเขาสูงขึ้นไปอีกหลายขั้น เสน่ห์ของสาวแว่นคนนี้จึงไม่เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกกระหาย ที่เขาหยอกล้อนั้นจึงเป็นแค่การพูดคุยเล่นและเจตนาล้างแค้นนายสตรองผมเกรียนเท่านั้น ไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจังแต่อย่างใด

“… เอ่อ … งั้นเรามาคุยเรื่องหมิวก็แล้วกัน … คือ นายรู้แล้วใช่มั้ย ว่าหมิวโดนประกาศจับด้วยข้อหาขโมยทรัพย์สินจากในวังหลวงของเมืองนี้”

“หมิวเคยเล่าให้ฟังแล้ว แล้วก็เคยเห็นประกาศจับแล้วด้วย”

“หมิวเล่าละเอียดแค่ไหนคะ?”

“อืม ก็ไม่ละเอียดเท่าไหร่ รู้แค่ว่าเจ้าชายอยากเคลมสวาทหมิว แต่เธอแอบหนีออกมา ก็เลยโดนยัดข้อหา หวังจะจับเธอไปเคลมสวาท หมิวเล่าให้ฟังแค่นี้แหละ”

เกตขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินแม็กเล่ารายละเอียดที่เขารับทราบ เพราะเธอทราบรายละเอียดมากกว่านั้น เธอทราบว่าหมิวนั้นถึงขนาดควงเจ้าชายไปขึ้นเตียงแล้ว แต่ว่าสวรรค์กลับล่มสลายเพราะเจ้าชายไร้น้ำยา หมิวจึงแอบหนีออกมากลางดึก กระนั้นนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากว่าหมิวจะไม่เล่าเรื่องน่าอับอายแบบนี้ให้เขาฟัง และเธอก็คงจะไม่หักหลังเพื่อนด้วยการเล่าเรื่องนี้ด้วย

“ใกล้เคียงความจริงค่ะ … แต่ว่าเกตสืบข่าวแล้ว พบว่ามีของสำคัญหายไปจากห้องพักผ่อนของเจ้าชายจริง ๆ เพียงแต่คนในวังรู้ตัวหลังจากหมิวออกมาแล้วหลายวัน”

“อ้าว … แต่หมิวบอกว่าไม่ได้ขโมยนี่นา”

“หมิวอาจจะโกหกก็ได้นี่”

“… อืม ไม่หรอก หมิวไม่น่าจะโกหก”

“ทำไมล่ะ หรือเพราะว่าเป็นแฟนกัน ก็เลยต้องเชื่อใจกัน?”

เกตถามย้ำด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็ก ๆ และเธอเริ่มสังเกตเห็นว่าตัวเองกำลังรู้สึก “หึง” ขึ้นมาทั้งที่ไม่สมควร

“ฮ่า ฮ่า ไม่เกี่ยวหรอก เอาเป็นว่าผมเชื่อตัวเองมากกว่า คนเราอาจจะแกล้งโกหกได้ แต่แววตาท่าทางนั้นโกหกกันยาก ผมมองออกว่าหมิวไม่ได้โกหก เหมือนกับที่มองออกว่าเกตไม่ได้เชื่อว่าหมิวขโมยของ แต่แกล้งถามเพราะอยากรู้ว่าผมมองหมิวยังไง”

แม็กหัวเราะร่วนด้วยน้ำเสียงรู้ทัน และนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะการอ่านใจผู้หญิงนั้นถือได้ว่าเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว เพียงแต่นี่กลับทำให้เกตถึงกับชะงักไปต่อไม่ถูก เพราะโดนอ่านขาด และโดนดักทางตรงเผง

“เอ่อ …”

“เอาเถอะ เรื่องนี้ไม่ต้องคุยแล้ว สรุปว่าอะไรล่ะที่หายไป?”

“… คือ … เรื่องนี้ … ยังหาข่าวไม่ได้ค่ะ เพราะยังเป็นความลับรู้กันเฉพาะราชวงศ์ฝั่งเจ้าชาย เกตรู้แค่ว่าเป็นของหายากมีค่ามหาศาล เพราะเจ้าชายวิลเลียม ตั้งใจจะใช้หมั้นหมายเจ้าหญิงเรนเน่ ลูกสาวคนเดียวของเจ้าเมืองนี้ เพื่อจะได้ขึ้นเป็นราชา”

“หือ … เดี๋ยวนะ เจ้าชายนั่นไม่ได้ครองเมืองนี้เหรอ?”

“ไม่ค่ะ เมืองนี้เป็นของราชวงศ์เลอองนิสต์ พระราชากำลังป่วยหนัก อำนาจการบริหารจึงเริ่มสั่นคลอน เจ้าชายจากเมืองน้อยใหญ่กำลังจ้องจะจับเจ้าหญิงเรนเน่กันตาเป็นมัน เพราะนอกจากจะสวยสง่าแล้ว หากได้แต่งงานด้วย ก็จะได้ครองเมืองนี้ไปด้วย ส่วนเจ้าชายวิลเลี่ยมนั้นดูจะมีโอกาสมากที่สุด เพราะมาจากเมืองใหญ่ทางเหนือ ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ขนาดหมิวยังหลงคารมเลย … อุ๊ย!!”

ขณะที่กำลังอธิบายรายละเอียด เกตเผลอหลุดเรื่องของหมิวออกมาเล็กน้อย จึงรีบหยุดปากและหันไปมองดูเขาแล้วยิ้มแห้ง ๆ เพราะโดนเขามองตอบมารอยยิ้มแปลกประหลาด

ความจริงแล้ว แม็กไม่ได้ใส่ใจเรื่องเจ้าชายอะไรนั่นนัก สิ่งที่เขาสะดุดใจมากที่สุดกลับเป็นประโยคที่บอกว่า เจ้าหญิงเรนเน่นั้นสวยสง่าและยังโสดสนิท

“แล้วเจ้าชายคนอื่นล่ะ ตอนนี้อยู่ในวังกันหมด?”

“ค่ะ เจ้าชายทั้งแก่ทั้งหนุ่ม รวมกันสิบสามคน กำลังแข่งกันชิงหัวใจของเจ้าหญิงเรนเน่กันน่าดู สายข่าวบอกว่างานนี้เล่นกันหนักทั้งในเกมและก็นอกเกม ดีไม่ดีถ้าจบไม่สวยอาจจะเกิดสงครามกันได้”

“งั้นก็เป็นไปได้ที่ว่า ของหมั้นนั่น จะโดนเจ้าชายคนอื่นชิงไป?”

“นั่นก็เป็นไปได้ค่ะ แต่คนระดับนั้น ถ้าลงมือแล้วคงจะหาหลักฐานยาก”

“ในประกาศจับ มีแต่ข้อมูลของหมิว แต่ไม่มีข้อมูลของที่หายเลยใช่มั้ย?”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วช่วงนี้ เจ้าชายมีท่าทียังไงบ้าง เดินทางไปไหนมั้ย เขาส่งใครไปหาของหมั้นชิ้นใหม่หรือเปล่า?”

“สายข่าวบอกว่าไม่มีการสั่งการเรื่องนี้ คนของเจ้าชายวิลเลี่ยมไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร อยู่กันแต่ในวังตลอด”

“แปลกดี ถ้าเป้าหมายหลักคือเจ้าหญิง … เจ้าชายก็น่าจะรีบหาของหมั้นอื่นมาแทนก่อน หรืออย่างน้อยก็น่าจะประกาศรางวัลให้หาของไปคืน แทนที่จะหาคนแค่อย่างเดียว”

“จะว่าไป … เรื่องนี้ก็แปลกจริง ๆ ด้วย”

“เจ้าชายวิลเลี่ยมก็ไม่น่าจะโง่ขนาดเดาเรื่องนี้ไม่ออก … งั้นก็เป็นไปได้สูง ที่ประกาศจับนั้นจะมุ่งเป้าไปที่หมิว มากกว่าจับโจร เพราะโจรคงจะจับได้ยาก หรือบางทีเจ้าชายอาจจะรู้ตัวแล้วก็ได้ ว่าใครเป็นคนขโมย แต่ไม่มีหลักฐาน ก็เลยไม่สะดวกกล่าวหา”

แม็กยกมือขึ้นลูบคางตามนิสัยปกติเมื่อใช้ความคิด และข้อสันนิษฐานของเขาก็ทำให้เกตต้องแอบมองดูเขาด้วยสายตาวิบวับชื่นชม มากกว่าเดิม เพราะผู้หญิงทุกคน ล้วนแล้วแต่ชอบผู้ชายที่ฉลาดพึ่งพาอาศัยได้กันทั้งนั้น

“เกตก็คิดแบบนั้น ตอนนี้ก็เลยเริ่มจนปัญญา ไม่รู้จะช่วยหมิวยังไงดี ข่าวระดับราชวงศ์ที่เชื่อถือได้ก็หายากน่าดู”

“แล้วถ้าจะหาข่าว ต้องทำยังไงบ้าง?”

“ยากค่ะ คนระดับล่างก็ไม่รู้ความจริง ซื้อข่าวไปก็ไม่ได้อะไรมาก ส่วนคนระดับสูงก็คงซื้อข่าวไม่ไหวต้องจ่ายแพง … ถ้าอยากจะหาข่าวก็คงเหลือแค่ลอบเข้าไป แต่ก็ยากเพราะในวังมีทหารหลวงเก่ง ๆ เพียบ อาจจะโดนฆ่าทิ้งตั้งแต่เข้าไปไม่ถึงกำแพงด้านในด้วยซ้ำ”

“ถ้าเข้าวัง ก็ไม่จำเป็นต้องลอบเข้าไปอย่างเดียวนี่นา เข้าไปแบบเปิดเผยเลยก็ได้”

“เปิดเผยยังไงคะ?”

“ก็เช่น เข้าไปในฐานะคนทำงาน … หรือไม่ก็เข้าไปในฐานะเจ้าชายจากเมืองหลอก ๆ สักเมือง”

“เจ้าชายหลอก ๆ !!!”

เกตร้องโพล่งออกมาด้วยความแตกตื่น เพราะความคิดนี้แม้จะสร้างสรรค์ แต่ก็ออกจะอันตรายอย่างยิ่ง หากถูกจับได้คงไม่แคล้วต้องเป็นศัตรูกับทุกเมืองในทวีป

“อืม ที่จริงก็อยากปลอมเป็นเจ้าชายนะ แต่ว่าต้นทุนมันสูงเกินไปทำได้ยาก เกตช่วยหาข่าวให้หน่อยได้มั้ย ว่าในวังมีเปิดรับตำแหน่งงานอะไรบ้าง”

แม็กไม่ได้สนใจท่าทีตกใจของเกต เพราะกำลังใช้ความคิด ซึ่งแน่นอนว่าที่เขาอยากปลอมเป็นเจ้าชายนั้น นอกจากจะเพื่อไปสืบข่าวแล้ว เขายังแอบหวังจะได้สานสัมพันธ์รักกับเจ้าหญิงเรนเน่ในฐานะเจ้าหญิงเจ้าชายสักครั้ง แต่เมื่อประเมินดูแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ยากเย็นเกินไป เขาจึงต้องเปลี่ยนวิธีการ

“… เอ่อ ตำแหน่งงาน … ตอนนี้ทางวังกำลังรับสมัครทหารหลวง … แต่ว่าถ้าจะเข้าไปได้ ต้องเก่งมากในระดับนึง เพราะพวก NPC ทหารแต่ละคนนี่สู้กับผู้เล่นเลเวลสามร้อยได้สบาย ๆ และทางวังจะไม่ค่อยรับนักผจญภัยเข้าไปด้วย … อืม แต่นายเก่งน่าดูนะ อาจจะทดสอบผ่านก็ได้”

“ทดสอบยากแค่ไหน?”

“นี่เป็นการเปิดรับสมัครครั้งแรก ก็เลยยังไม่มีข้อมูล แต่คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือการต่อสู้ทั้งหลาย”

ยิ่งเห็นท่าทางกระตือรือร้นที่จะเข้าไปหาข่าวเพื่อช่วยเหลือหมิว เกตก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในตัวแม็กมากขึ้นไปอีกหลายขั้น เพราะการกระทำนี้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และโดนประกาศเป็นศัตรูกับราชวงศ์ แต่แม็กกลับไม่มีท่าทีลังเลเลยแม้แต่น้อยนิด

“… อืม ข้อมูลน้อยจัง พอจะหาเพิ่มได้มั้ย?”

“ไว้เกตจะหาให้ … อ๊ะ นึกออกอย่างนึงแล้ว ได้ข่าวว่าครั้งนี้องครักษ์หญิงระดับหนึ่งคนสนิทของเจ้าหญิงเรนเน่ เจ้าของฉายาธนูสายฟ้าสีเงินจะเป็นคนคัดเลือกทหารด้วยตัวเอง”

“องครักษ์หญิงระดับหนึ่ง? ธนูสายฟ้าสีเงิน?”

“ระดับหนึ่ง หมายถึงทหารระดับสูงสุดค่ะ ขึ้นตรงกับราชวงศ์โดยตรง ส่วนฉายาธนูสายฟ้าสีเงินก็เพราะ เธอชอบใช้ธนูสีเงินและยิงได้รวดเร็วรุนแรงเหมือนสายฟ้าฟาด ท่าไม้ตายของเธอคือการยิงธนูสามดอกพร้อมกัน ว่ากันว่านอกจากจะเก่งแล้วยังสวยมาก ๆ จนพวกทหารผู้ชายมองกันตาเยิ้มประจำด้วย”

“ยิงธนูสามดอกพร้อมกัน? เธอชื่ออะไร?”

คำที่สะดุดใจแม็กมากที่สุดนอกจากคำว่าสวยมาก ๆ ก็คือ การยิงธนูสามดอกพร้อมกัน อีกทั้งคำว่าธนูสีเงินก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกคลับคล้าย นั่นทำให้เขานึกไปถึงผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาทันที

“อืม ชื่ออะไรแล้วนะ … อ๋อ ชื่อเซเฟียค่ะ เธอชื่อเซเฟีย”

“เซเฟีย!!!”

แม็กส่งเสียงร้องโพล่งออกมาเมื่อได้รับคำยืนยันว่าเธอคือคนที่เขาสงสัย เวลานี้เขาจึงเริ่มนึกถึงสาวสวยท่าทางองอาจที่มีแขนขากระชับด้วยกล้ามเนื้อสมส่วน จากนั้นจึงค่อยนึกขึ้นได้ว่าเขามีบัตรสีทอง ที่เรียกว่าบัตรสายใยสัมพันธ์อยู่หนึ่งใบ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะหลงลืมแม่เสือสาวพราวเสน่ห์ที่น่าปราบพยศคนนั้นไปได้

“รู้จักกันเหรอคะ?”

“อืม ไม่เชิง … ว่าแต่ถ้าจะสมัครทหาร ต้องสมัครยังไงบ้าง?”

“วันนี้เป็นวันสุดท้ายค่ะ ต้องรีบไปยื่นใบสมัครก่อน ส่วนการทดสอบจะเริ่มจากพรุ่งนี้ แล้วนับไปอีกสิบสี่วัน เผื่อเรื่องเวลาของนักผจญภัยตอนไม่อยู่ในเกม … แต่ถ้าจะสมัครก็อย่าลืมนะคะ ถ้าได้แค่ทหารระดับล่างก็ไม่ต้องเข้าไป เพราะคงไม่ได้ข่าวอะไร หากเป็นไปได้ต้องพยายามให้ได้ตำแหน่งทหารองครักษ์ระดับหนึ่งหรือสองเท่านั้น … อ๊ะ เรามาเพิ่มเป็นเพื่อนกันก่อน เกตจะได้ส่งข้อมูลเพิ่มให้ทีหลัง”

“เอ่อ เดี๋ยวนะ ต้องเพิ่มเพื่อนก่อนใช่มั้ย? ต้องกดยังไงเนี่ย”

“เพิ่มแบบนี้ค่ะ … เปิดหน้าจอระบบขึ้นมาก่อน … กดตรงนี้ … แค่นี้แหละ … เรียบร้อยแล้ว … อ๊ะ!!!”

เกตเห็นแม็กทำท่าเงอะงะไม่ทราบว่าเพิ่มเพื่อนได้อย่างไร เธอจึงแอบหัวเราะคิกคักและลุกขึ้นมายืนข้างเขาเพื่อช่วยชี้ให้ว่าต้องกดอะไร อย่างไร แต่ด้วยพลั้งเผลอไม่ทันระวังตัวของทั้งคู่ หน้าอกหน้าใจขนาดพอดีมือจึงไปชนแนบเข้ากับหลังมือของเขาที่ยกขึ้นโดยบังเอิญ

“ทักษะสัมผัสแห่งราคะทำงาน”
“ลูกเกต มีระดับค่าความรักที่ 5% และมีระดับค่าความใคร่ที่ 42%”

สิ้นเสียงร้องอ๊ะ เกตก็รู้สึกได้ถึงความวาบหวิวที่ทรวงอก จากนั้นความร้อนวาบก็แผ่ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งร่าง และวินาทีเดียวกันนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของแม็ก ทั้งนี้เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าเกตโดนทักษะราคะเล่นงานจนค่าอารมณ์ทางเพศพุ่งกระฉูดเสียแล้ว

เกตย่อมไม่ทราบว่าเธอโดนทักษะเล่นงานเข้าเสียแล้ว เธอจึงเกิดความคิดเปรียบเทียบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อชั่วโมงก่อนที่สตรองลวนลามจับหน้าอกของเธอนั้น เธอสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าไม่รู้สึกดีเท่ากับสัมผัสในตอนนี้ อารมณ์ที่ค้างคาอยู่จึงพลุ่งพล่าน รู้สึกหวิว ๆ จนได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้หลังมือของเขาแนบกับทรวงอกของเธอไปเช่นนั้น

เมื่อเธอไม่ถอยห่าง แม็กก็ไม่มีเหตุผลที่จะขยับมือหนี เขายกมือค้างนิ่งไว้แบบนั้น เสพสัมผัสกับก้อนเนื้ออุ่นนุ่มนิ่มพลางนึกขบคิด ก่อนนี้เขากำลังคิดจะขอตัวเพื่อไปหาเซเฟีย เพราะเขาสนใจเซเฟียมากกว่า เพียงแต่เมื่อเห็นหมอคนนั้นจ้องทรวดทรงของเกตแบบหื่น ๆ เขาก็พลอยได้รับผลกระทบเกิดอารมณ์ขึ้นมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อได้สัมผัสกับมือโดยตรง และได้คิดว่าการมีอะไรกับเกตต่อหน้าสตรองก็เหมือนการได้แก้แค้นแล้ว เขาจึงเปลี่ยนใจหันมาให้ความสนใจเกตก่อน

เกตย่อมไม่ทราบความในใจของแม็กว่าคิดจะจัดการเธอเพื่อเป็นการแก้แค้นสตรอง เธอจึงได้แต่ยืนนิ่งขณะที่หัวใจเต้นตูมตามแทบระเบิด มือของเขาขยับกดเบียดเข้าหาทรวงอกแผ่วเบา หากทว่าการขยับเพียงเล็กน้อยนั้นกลับทำให้เธอจนลุกซู่ และแทนที่เธอจะขยับถอยหนี เธอกลับยืนนิ่งปล่อยให้หลังมือของเขาขยับเบียดเสียดสีกับปลายถัน แล้วยืนตัวสั่นแทบเผลอร้องครางออกมา

“เพิ่มเป็นเพื่อนเสร็จแล้ว แล้วเวลาขอมีเพศสัมพันธ์ต้องทำยังไงนะ ทำแบบนี้ใช่มั้ย ที่เหลือก็แค่ให้เกตกดยอมรับ”

แม็กพูดพลางแยกนิ้วมือออกหนีบคีบส่วนปลายถันของเกตแล้วบดคลึงเล่นจนเกตตัวกระตุกส่งเสียงร้องอาออกมาคำหนึ่ง ซึ่งนี่อาจดูเหมือนอุกอาจเกินเลยไปบ้าง แต่ว่าจากประสบการณ์แล้ว แม็กรู้สึกมั่นใจยิ่งว่าเกตจะไม่ดิ้นรนขัดขืน หรือหากมีก็คงแค่พอเป็นพิธีไม่ได้จริงจังนัก

เมื่อโดนบุกรุกอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ สาวไร้ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ค้างคาอย่างเกตจึงกลายเป็นหัวสมองว่างเปล่า เธอยืนนิ่งปล่อยให้เขาใช้หลังมือลวนลาม และไม่ทราบว่าอะไรดลใจให้เธอยื่นมือไปกดปุ่มยอมรับข้อเสนอมีเพศสัมพันธ์จากเขา

“อุ๊ย”

เกตส่งเสียงอุทานแผ่วเบา เพราะโดนเขาดึงร่างลงไปนั่งบนตักทันทีที่เธอกดตอบรับ จากนั้นเอวบางก็โดนสองแขนของเขารวบกอดเอาไว้

เกตเหลือบตามองดูสตรองซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกลังเล แต่แล้วความลังเลที่มีอยู่น้อยนิดก็หายสาปสูญเมื่อเขาก้มหน้าลงจูบไซร้ที่ซอกคอ พร้อมกับขยับมือมาบีบคลึงสองเต้าอย่างแผ่วเบา

ความเสียวสยิวที่มาในรูปแบบอ่อนโยนทำให้เกตตัวอ่อนระทวย ได้แต่ปล่อยตัวนั่งบนตักแล้วเอนหลังพิงลงไปบนไหล่ของเขา และตอนนี้เธอได้รับทราบแล้วว่าลีลาของหนุ่มฮอตประจำมหาลัยคนนี้เหนือชั้นกว่าสตรองลิบลับขนาดไหน

“เกตตัวหอมจัง”

เสียงชมเบาหวิวของเขากระตุ้นอารมณ์เธอได้อย่างแปลกประหลาด และนั่นทำให้เธอเริ่มแอ่นเอียงคอเปิดทางให้เขาซุกไซร้สูดความหอมหวานของซอกคอขาวผ่องได้อย่างเต็มที่ เกตเริ่มส่งเสียงครางแผ่วเบา แอ่นทรวงอกเข้าหาฝ่ามือคู่นั้นที่เริ่มขยำเคล้นคลึงหนักขึ้น ในขณะที่สะโพมงอนงอนเริ่มส่ายบดเบียดเข้ากับความแข็งแกร่งที่ดุนดันอยู่เบื้องล่างโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“ชอบมั้ย?”

แม็กออกปากถามมิใช่เพื่ออยากรู้คำตอบ หากทว่าเพื่อกระตุ้นอารมณ์คนถูกถาม เกตจึงยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาที่ทรวงอก เพราะไม่เคยรู้สึกสุขเสียวได้ใกล้ชิดกับผู้ชายมากขนาดนี้มาก่อน แม้แต่กับสตรองที่โดนทึกทักว่าเป็นแฟนกันที่โลกภายนอกก็ยังแค่ทำให้รู้สึกเสียวแบบผิวเผินเท่านั้น

“อื้อ …”

เกตพยักหน้าตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าหัวสมองขาวโพลน ไม่ได้มีความคิดที่จะต่อต้านขัดขืนมือมารที่ถลกเสื้อยืดของเธอขึ้นมาด้านบนจนสองเต้าเด้งผึงออกมาท้าทายสายตาชาวโลกแม้แต่น้อย

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมให้รางวัลที่หาข่าวช่วยหมิวสักเล็กน้อยก่อนก็แล้วกัน ถ้างานนี้เรียบร้อยไว้จะจัดรางวัลชุดใหญ่ให้”

สาวแว่นรู้สึกเหมือนเสียงทุ้มต่ำของเขามีมนตร์สะกด เธอคิดว่าเธอทราบว่ารางวัลที่เขาหมายถึงคืออะไร เพียงแต่เมื่อนึกไปว่าเขาจะจัดรางวัลชุดใหญ่ให้ สองขาก็ต้องหนีบเข้าหากันแน่นอย่างควบคุมไม่อยู่ เพียงแค่นี้เธอก็เริ่มฉ่ำแฉะเสียแล้ว

สำหรับแม็กนั้น ตอนนี้เขาไม่ได้มีความต้องการทางเพศมากนัก เพราะว่าได้ระบายออกไปกับแองจี้จนหมดแล้ว หากทว่าที่ทำให้เกตนั้นก็เป็นเพราะนึกสนุก และอยากแก้แค้นสตรอง เขาเห็นเกตเป็นเหมือนดอกไม้บริสุทธ์ที่แห้งแล้งไม่เคยได้รับความชุ่มฉ่ำ เขาจึงขันอาสาเป็นคนช่วยให้เธอได้ลิ้มรสความชุ่มฉ่ำบ้างสักเล็กน้อย

เมื่อเสื้อยืดโดนถลกขึ้น ยกทรงที่เป็นปราการด้านในก็โดนปลดออกได้อย่างง่ายดาย แม้แต่กระดุมกางเกงยีนส์ก็โดนปลดออก เปิดทางให้เขาสามารถล้วงมือวูบลงไปที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญแล้วบีบขยำคลึงได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ

“อ๊ะ … อะ … อึ๊ยยย … ซี้ดดดสสส … อะ … อูว … แม็ก … อ๊ายยย!!! ”

การโดนกระตุ้นจุดเสียวอย่างกระทันหันทำให้เกตเผลอร้องครางออกมาเสียงดัง แต่เพียงแค่ครู่เดียวเสียงนั้นก็ขาดหายไปเพราะโดนประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม สาวไร้ประสบการณ์ทั้งโดนจูบ ทั้งโดนบีบบี้ที่ปลายถัน และโดนเขี่ยสะกิดที่ติ่งแตด สวรรค์ชั้นเจ็ดจึงปรากฎให้เห็นรำไรอยู่ไม่ไกลนัก

เขาลงมือเล้าโลมจนโพรงสวาทเปียกแฉะอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะผลักให้เกตลุกขึ้นยืนโก้งโค้งเอาสองมือยันบนเตียงนอนผู้ป่วย และก่อนที่เกตุจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร กางเกงยีนส์และกางเกงในสีชมพูก็โดนรูดถลกลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า และโดนร่างกำยำโถมเข้ามากอดจากด้านหลังเสียแล้ว

เกตปรือตามองดูสตรองซึ่งนอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความว้าวุ่นแวบหนึ่ง แต่วินาทีถัดมาก็ต้องจิกสองมือลงบนเบาะนอน แล้วสะบัดหน้าเริ่ดส่งเสียงหวีดร้องออกมา เพราะสองขาของเธอโดนขยับถ่างออก ตามด้วยการบุกรุกของความแกร่งกำยำซึ่งสอดแทรกเข้ามาในร่างโดยไม่ทันตั้งตัว

เกตอ้าปากเหวอน้ำหูน้ำตาไหลพราก ร่างกายเจ็บปวดเหมือนจะฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ หากทว่าความรู้สึกนี้กลับคงอยู่เพียงแค่ไม่กี่วินาที เพราะว่าแม็กได้ทำการใช้ทักษะของนักบวช ช่วยร่ายเวทย์ซึ่งมีสรรพคุณให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความเจ็บปวด และฟื้นฟูให้กับเกตอย่างทันท่วงที

นี่นับเป็นเทคนิคลีลารักที่ทำได้เฉพาะในเกมซึ่งแม็กค้นพบโดยบังเอิญ เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงสามารถเสพรับอารมณ์ดิบเถื่อนของการเปิดซิงได้ อีกทั้งยังสามารถทำให้คู่สวาทไม่เกิดความเจ็บปวดจนทนรับไม่ไหว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ความเจ็บปวดจึงจางหายไปอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยคลื่นความเสียวที่รุนแรงยิ่งกว่าความเจ็บปวดนับร้อยนับพันเท่าจนเธอแทบขาดใจ ไม่ต้องมีการอุ่นเครื่องให้เสียเวลา

เขาเปิดเกมด้วยการโยกบั้นเอวกระแทกใส่ดังปั้ก ๆ โดยไม่มียั้งราวกับสัตว์ป่า หากทว่าท่าทีนั้นกลับจุดอารมณ์ร้อนแรงของเธอขึ้นมาได้อย่างคาดไม่ถึง เธอสะบัดหน้าไปมาราวกับคนบ้า ทั้งยังส่งเสียงหวีดร้องครวญครางไม่เป็นภาษา เธอเพียงปราถนาว่าจะได้อยู่ในห้วงแห่งความหฤหรรษ์นี้ตลอดกาล

ปั้ก ปั้ก ปั้ก เกตส่งเสียงหวีดร้องดังขึ้นและดังขึ้น เสียงกระแทกตะบันใส่โพรงสวาทจากด้านหลังก็ดังถี่ยิบไปพร้อมกัน ความเสียวแปลบปลาบยิ่งมายิ่งเร่าร้อนรุนแรงจนเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อย เธอกำลังหลงไหลไปกับอารมณ์ดิบกระหายที่เขายัดเยียดปรนเปรอ สองขาจึงพยายามถ่างอ้าออกอีกทั้งที่เปิดกว้างจนสุดแล้ว

ร่างขาวอวบถูกกระเด้ารุนแรง จนความรู้สึกกระสันเสียวพรั่งพรูแทบขาดใจ สุดท้ายร่างของเธอก็กระตุกเร่าไปถึงจุดสุดยอด แล้วฟุบหน้าลงไปบนเตียงนอนของสตรองซึ่งยังคงหลับไหลไม่รู้เรื่องรู้ราว ความหฤหรรษ์แผ่ฟุ้งไปทั่วร่างจนบิดเกร็ง เธอรู้สึกได้ว่าส่วนนั้นของเธอกำลังรัดรึงตอดตุบของเขาอย่างรุนแรงกระชั้น แต่แล้วเขาก็กระชากมันออกแล้วกระแทกกลับเข้ามาใหม่โดยไม่สนใจว่าเธอเพิ่งเสร็จไปหมาด ๆ

เสียงเอี๊ยดอ๊าดของขาเตียงที่บดกับพื้นห้องดังสะเทือนเลือนลั่น ความหฤหรรษ์ที่ถูกกระเด้าต่อเนื่องจึงพุ่งปรี๊ดจนต้องหลับตาปี๋แทบขาดใจ เธอดิ้นเร่าส่งเสียงครวญครางจนคอแหบแห้ง แต่เขาก็ยังคงเดินหน้าต่อไป ความเสียวกลายเป็นมากขึ้นแบบทบทวีจนหัวสมองขาวโพลน เกตรู้สึกว่าเธอโดนเขาส่งถึงสวรรค์อีกสองครั้ง ก่อนที่เขาจะกระแทกใส่เธอแรง ๆ หนึ่งครั้งเป็นการปิดท้าย แล้วกระฉูดสายน้ำอุ่นร้อนทะลักเข้าไปในร่องเสียว

เกตจิกมือลงบนเบาะนอน แล้วส่งเสียงหอบหายใจกระเส่าหนักหน่วง รับรู้ได้ถึงแรงตอดรัดในร่างที่บีบตอดใส่ความแข็งแกร่งของเขา ทั้งยังรับรู้ได้ถึงของเหลวอุ่นร้อนที่ถูกกลืนกินเข้าไปในโพรงสวาท

“อย่างที่บอกไว้ อันนี้แค่เล็กน้อย พอหอมปากหอมคอ เอาไว้ถ้ามีโอกาสดี ๆ จะจัดชุดใหญ่ให้อีก ตอนนี้ต้องรีบไปทำธุระก่อนแล้ว”

แม็กยืดตัวขึ้น แล้วก้มลงมองแผ่นหลังขาวเนียนของเธอด้วยรอยยิ้มเหมือนสิงห์โตที่เพิ่งได้ลิ้มลองเนื้อกวางหอม หวาน จากนั้นจึงค่อยหันไปมองสตรองด้วยความรู้สึกสาแก่ใจ เพราะถือว่าได้แก้แค้นไปแล้ว เขาไม่มีคำพูดหวานหูอันใดที่ไร้สาระ มีแต่เพียงความเสียวหฤหรรษ์ที่มอบให้จนอิ่มหนำ และหลังเสร็จกิจกาม เขาก็ถอนร่างออกไป แล้วสวมใส่เสื้อผ้าทำท่าเหมือนจะออกไปจากห้อง

“ไปไหนคะ?”

“ก็ไปสมัครทดสอบเป็นทหารในวังน่ะซิ อืม แต่ถ้าจะพูดให้ละเอียดกว่านี้ก็คือไปหาเซเฟีย เพราะว่าคุณเธอส่งสัญญาณเรียกตัวมาพอดี”

แม็กตอบด้วยรอยยิ้มกริ่ม เพราะรู้สึกว่าเรื่องราวช่างประจวบเหมาะเหลือเชื่อ เขากำลังคิดวางแผนว่าจะไปสมัครเป็นทหารหลวงยังไง และจะไปหาเซเฟียได้ที่ไหน จากนั้นก็ได้รับข้อความของระบบบอกว่ามีสัญญาณเรียกจากการ์ดสายใยสัมพันธ์ที่เซเฟียได้มอบให้ไว้

เกตยังไม่คืนสติดีนักจึงยังแปลความหมายในคำพูดของเขาไม่ออก เธอจึงได้แต่หมอบฟุบหน้านิ่งเงียบบนเตียงนอน รอจนเขาเดินเข้ามาช่วยจัดเสื้อผ้าให้ แล้วอุ้มเธอไปนั่งพักบนเก้าอี้ จึงค่อยส่งสายตาเรียกร้องให้เขาจูบปากส่งท้ายสักครั้ง

แม็กย่อมไม่ขัดข้องต่อข้อเรียกร้องเล็กน้อยนี้ เขาจึงให้รางวัลเธอด้วยจูบอันร้อนแรงครั้งหนึ่งแล้วหยิบการ์ดสีทองออกมาเรียกใช้ จากนั้นร่างของเขาก็เริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองแสงแล้วเลือนหายไป ซึ่งเกตย่อมทราบดีว่านั่นเป็นการใช้ไอเท็มส่งตัวไปยังอีกสถานที่หนึ่ง เพียงแต่เธอยังไม่ทราบว่าเขาจะไปหาเซเฟียจริงอย่างที่พูดหรือไม่

อย่างไรก็ตามเธอได้ทราบแล้วว่าเสน่ห์ของหนุ่มหล่อประจำมหาลัยคนนี้ร้อนแรงเร้าใจถึงเพียงใด เพราะทั้งที่เขากระทำกับเธอราวกับสัตว์ป่าเช่นนี้ แต่ว่าเธอกลับรู้สึกสาสมใจ จนแอบรู้สึกผิดต่อหมิวที่เป็นเพื่อนสนิทของตัวเองขึ้นมา

……………………………………..

ถ้าชอบเว็บนี้ คลิกแบนเนอร์ด้านบนวันละครั้ง ^-^
If you like this web. Please click banner above 1 click/day ^-^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *