บุพเพสันนิวาส ภาคพิสดาร ตอนที่ 8

หลังจากวันที่แม่การะเกดได้โล้สำเภากับคุณพี่เดชเป็นครั้งแรก นางก็จับไข้อยู่สามวันเพราะพิษควยของเขา วันนี้นางพอจะทุเลาลงบ้างแล้ว แต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องนอนดังก๊อกๆ
“แม่การะเกด”
“เจ้าคะคุณพี่”
แม่การะเกดลุกเดินโขยกเขยกไปเปิดประตูให้เขาเข้ามาในห้อง

“ออเจ้าหายเจ็บแล้วหรือไม่” เขากล่าวหลังจากที่เข้ามานั่งอยู่ในห้องนอนกับแม่การะเกดสองต่อสองแล้ว
“เจ้าค่ะคุณพี่ แต่ยังเดินเหินไม่ค่อยสะดวก”
“ข้าขอโทษนะแม่การะเกด ที่วันก่อนข้าโล้สำเภากับเจ้าแรงไปหน่อย เจ้าจึงได้ไข้เช่นนี้”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะคุณพี่ ข้าเต็มใจ แลข้าก็มีความสุขมากเช่นกัน”
แม่การะเกดตอบพลางยิ้มเอียงอาย
“วันนี้ออเจ้าให้ข้าโล้สำเภาอีกได้หรือไม่”
พ่อเดชถามพลางสวมกอดนางโดยไม่ทันให้ตั้งตัว แม่การะเกดตกใจเป็นอันมาก
“อย่าเจ้าค่ะคุณพี่ หอยของข้ายังไม่หายระบมดีนัก หากโดนสำเภาของท่านแทงซ้ำเข้าไปอีก ข้าคงเดินไม่ได้ไปเป็นอาทิตย์แน่เลยเจ้าค่ะ”
แม่การะเกดตอบตามความจริง มนต์ของท่านอาจารย์ชีปะขาวนั้นแก่กล้ายิ่งนัก ทำให้หอยของนางฟิตยิ่งกว่าของจริงที่นางเคยมีเสียอีก นางนึกไปถึงครั้งที่เสียตัวให้คุณลุง ครานั้นนางยังไม่ป่วยไม่ไข้เดินเหินพอได้อยู่แม้จะขัดๆไปบ้าง แต่มาครั้งนี้พอโดนคุณพี่โล้สำเภาเข้าก็ถึงกับนอนซมเพราะระบมไปทั้งโพรงหีเสียนี่

“ที่ข้ามาวันนี้เพราะข้ามีเรื่องจะบอกเจ้าสองเรื่อง”
พ่อเดชพอเห็นนางยังไม่ใคร่สบายกายดีนักก็ไม่ฝืนใจนางต่อ แลพูดคุยธุระต่อไป
“เรื่องอันใดเจ้าคะ”
“แม่ตองกีมาร์ส่งจดหมายมาบอกว่านางคลอดลูกแล้ว…นางได้ลูกชาย อยากให้ออเจ้าไปเยี่ยมนางที่ละโว้”
แม่การะเกดได้ฟังก็ถึงกับน้ำตาไหลด้วยความยินดี อันที่จริงลูกของแม่มะลินั้นเป็นฝีมือของคุณพี่ต่างหาก แต่นางปิดเงียบไว้ไม่ยอมให้ใครรู้ แม้แต่คุณพี่เองก็เข้าใจว่าเป็นลูกที่เกิดกับฟอลคอน มีเพียงแม่การะเกดเท่านั้นที่รู้เรื่องราวทั้งหมด
“ดีใจจัง ถ้าข้าหายดีแล้วข้าขอไปเยี่ยมแม่มะลินะเจ้าคะ แล้วอีกเรื่องที่ว่าคือเรื่องอันใดเจ้าคะคุณพี่”
“ข้าได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทูต ต้องเดินทางไปฝรั่งเศสเดือนหน้า กว่าจะได้กลับมาจัดงานแต่งงานกันเจ้าก็คงอีกราวๆสองปีให้หลัง”
แม่การะเกดทั้งดีใจระคนเสียใจในคราวเดียวกันจนทำสีหน้าไม่ถูก นางดีใจที่เขาได้เป็นทูต แต่ก็เสียใจที่จะต้องอดโล้สำเภากับเขาไปถึงสองปีเต็มๆ
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะคุณพี่ ข้ารอได้ ข้าจะรักษาเนื้อรักษาตัว รอจนกว่าคุณพี่จะกลับมานะเจ้าคะ”
“ข้าจักต้องไปแดนไกลแล้ว คงคิดถึงออเจ้าเป็นอันมาก ออเจ้าไม่มีสิ่งใดให้ข้าไว้แทนตัวหรอกรึ”
“คุณพี่อยากได้อะไรละเจ้าคะ”
“สิ่งที่ออเจ้าใช้อยู่ทุกวัน สิ่งที่ติดกายออเจ้า ที่หากข้าเห็น ข้าก็จักระลึกถึงออเจ้าอย่างไรเล่า ให้ข้าได้อุ่นใจ ว่าข้าไปไกล แต่ออเจ้าก็จักรอคอยข้า”
“งั้นคุณพี่รอข้าประเดี๋ยวนะเจ้าคะ”

แม่การะเกดลุกขึ้นยืนตัวตรง แล้วดึงชายผ้านุ่งเลิกขึ้นมาจนถึงเอว เผยให้เห็นกางเกงในสีแดงที่นางสวมอยู่ ฉับพลันนางก็รูดกางเกงในนั้นลงไปจนถึงปลายเท้า ชั่วขณะนั้นพ่อเดชก็แอบเหลือบไปเห็นเนินเสียวของหล่อนซึ่งมีอาการบวมช้ำอยู่ กลีบแคมทั้งสองข้างยังบวมตุ่ยเพราะถูกกระแทกกระทั้นมาอย่างหนัก เขาทั้งนึกสงสารและกำหนัดขึ้นมาในคราเดียวกัน

“นี่เจ้าค่ะคุณพี่ กางเกงในของข้า ข้าใส่มันทุกวัน ตัวนี้ยังไม่ได้ซัก ยังมีกลิ่นหีของข้าติดอยู่แน่นอน แถมเมื่อกี้คุณพี่กอดข้าทำเอาข้าสยิวจนน้ำในอ่าวปริ่มขึ้นมาจนแฉะเสียด้วย ดูสิเจ้าคะ เปื้อนเป็นคราบเลยเห็นมั้ยเนี่ย”
แม่การะเกดยื่นกางเกงในที่มีคราบน้ำเงี่ยนติดอยู่ตรงเป้าส่งให้พ่อเดชไว้เป็นที่ระลึกถึงหล่อนเมื่อต้องจากไปแดนไกล มิเพียงคราบเปียกเท่านั้น ยังมีเส้นขนหมอยบางเส้นของนางหลุดติดออกมาอีกด้วย เขารับเอามาสูดดมกลิ่นหีของแม่การะเกดอย่างชื่นใจเป็นที่สุด

“ข้าให้สิ่งนี้ไว้ คุณพี่จะได้ดมแต่กลิ่นของข้า ห้ามไปดมของฝรั่งคนไหนนะเจ้าคะ”
แม่การะเกดกำชับเป็นมั่นเหมาะ พ่อเดชก็รับคำแล้วกลับออกไป ปล่อยให้นางพักผ่อนต่อ

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์นางจึงให้คุณพี่พานางไปเยี่ยมแม่มะลิที่เมืองละโว้ พ่อเดชพาแม่การะเกดมาถึงเรือนของพี่สาวของคุณหญิงจำปา ด้วยเหตุว่าเดินทางขี่ม้ามาไกล เขาจึงเหน็ดเหนื่อยและขอพักผ่อนสักครู่ หากแต่แม่การะเกดอยากเจอหน้าแม่มะลิไวๆจึงออกจากเรือนไปหาตามลำพัง นางอ่านจดหมายที่แม่มะลิส่งมาแล้วจึงรู้ว่าบ้านของนางอยู่ตรงไหน แต่ถึงจะหาไม่เจอก็อาศัยถามคนแถวนั้นได้อยู่ดี เพราะคนที่นี่รู้จักนายฟอลคอน หรือพระยาวิชเยนทร์กันทุกคน

“แม่มะลิ สบายดีหรือไม่ ทำกระไรอยู่”
การะเกดตรงดิ่งเข้าไปในห้องครัวหลังจากสอบถามบ่าวไพร่ของนางจนรู้ว่านางกำลังทำขนมอยู่
“แม่การะเกด เจ้ามาแล้วหรือ ข้ากำลังคิดประดิษฐ์ทำขนมใหม่อยู่พอดี เจ้ามาช่วยข้าทำด้วยเถิด”
แม่การะเกดเดินเข้ามานั่งข้างๆแม่มะลิ ก็พบว่านางทำเสร็จไปหลายอย่างแล้ว ทั้งทองหยิบ ทองหยอด และที่กำลังทำอยู่ก็คือฝอยทองที่แม่การะเกดรู้จักเป็นอย่างดี

“ขนมนี้ทำจากไข่เป็ดผสมกับแป้งและเคี่ยวในน้ำเชื่อม ที่จับเป็นจีบๆข้าตั้งชื่อว่าทองหยิบ ที่เป็นเม็ดๆนั่นข้าตั้งชื่อว่าทองหยอด เพื่อให้คล้องจองกัน เจ้าว่าเหมาะหรือไม่”
“เจ้ามาถูกทางแล้วแม่มะลิ” การะเกดพยักหน้า พลางคิดในใจว่าสมแล้วที่นางคือราชินีขนมไทย

“ส่วนขนมอันนี้ ข้าหยอดผ่านรูเครื่องกรองลงในน้ำตาล ตั้งชื่อว่าทองแพ”
แม่การะเกดส่ายหน้าดิก
“ไม่ดีอ่ะ ข้าว่าให้ชื่อฝอยทองดีกว่า…อุ๊บส์”
แม่การะเกดเสนอชื่อที่ตนเองรู้จัก แต่มานึกได้ว่านางสปอยล์ชื่อของมันไปเสียแล้ว
“ฝอยทอง…ข้าชอบชื่อนี้จังเลยแม่การะเกด ออเจ้าช่างคิดเหลือเกิน”

คอนสแตนติน ฟอลคอน ที่มายืนอยู่เบื้องหลังของทั้งสองคนนานเท่าใดมิรู้ได้ ก็เอ่ยปากขึ้นมา
“แม่หญิงการะเกดคนเก่ง มาเยี่ยมตองกีมาร์เมียของข้าถึงละโว้เลยเชียวรึ เจ้าตามมาคุยกับข้าที่ห้องรับแขกหน่อยเถอะ ข้ามีเรื่องสำคัญจะถาม”
พูดจบฟอลคอนก็เดินหันหลังกลับไป การะเกดจึงหันไปจับมือแม่มะลิแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“แม่มะลิ…หรือว่าฟอลคอนจะรู้…”
แม่มะลิมีสีหน้าเศร้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ทำเอาแม่การะเกดหน้าซีดเผือดไปด้วย

ในโถงกลางห้องรับแขก คอนสแตนติน ฟอลคอน นั่งรออยู่บนเก้าอี้ ข้างๆเขาเป็นเปลสำหรับเด็กทารก ในเปลมีเด็กผู้ชายแบเบาะคนหนึ่งนอนอยู่
“เด็กคนนี้ข้าตั้งชื่อว่าจอร์จ เจ้าจงมาดูใกล้ๆแล้วบอกข้าทีเถิดว่า เขามีใบหน้าเหมือนใคร”
ฟอลคอนเรียกแม่การะเกดให้เข้าไปดูเด็กในเปลใกล้ๆ
“โห น่ารักจัง หน้าเหมือนท่านเปี๊ยบเลยฟอลคอน”
แม่การะเกดตีหน้าซื่อโกหกไปทั้งที่จริงแล้วนางไม่ได้หมายความตามที่พูดเลย
“เจ้าคิดว่าข้าโง่รึไงกันแม่การะเกด เด็กคนนี้เหมือนข้าตรงไหน เจ้าจงพูดความจริงมาประเดี๋ยวนี้”
ฟอลคอนเริ่มขึ้นเสียงใส่ แต่แม่การะเกดยังทำเป็นเฉไฉ
“ข้า..ข้าก็ไม่รู้สิ เด็กทารกก็หน้าตาเหมือนกันไปหมด ข้าจะไปรู้ได้ไงว่าหน้าเหมือนใคร ลูกของใครก็ต้องหน้าตาเหมือนพ่อแม่ของคนนั้นสิ”
ฟอลคอนเดินเข้าประชิดตัวแม่การะเกด นางหวั่นกลัวจนถอยหลังกรูด จนในที่สุดก็ชนเข้ากับกำแพง ฟอลคอนก็ยังขยับเข้ามาจนชิด เอามือยันกำแพงขวางทางไว้จนนางหนีไปไหนไม่ได้
“เจ้าพูดถูก ลูกของใครก็ต้องหน้าเหมือนคนนั้น เด็กคนนี้เป็นลูกของขุนศรีวิสารวาจาคู่หมายของเจ้าใช่หรือไม่”
ฟอลคอนไล่ต้อนนางจนมุม
“ข้า ข้าจะไปรู้ได้ยังไงเล่า ข้าไม่ใช่คุณพี่นี่นา”
แม่การะเกดแก้ตัวพลางหลบสายตาไปมองทางอื่น
“หากเจ้าไม่รู้เห็นเป็นใจ ไฉนแม่ตองกีมาร์จักมีโอกาสได้โล้สำเภากับคู่หมายของเจ้าก่อนที่จะมาแต่งเป็นเมียข้าเช่นนี้เล่า พูดความจริงมาเถอะ จะโกหกไปไย แม่ตองกีมาร์สารภาพกับข้าจนสิ้นแล้ว”
แม่การะเกดหันไปมองแม่มะลิที่เพิ่งเดินตามเข้ามา ใบหน้าของนางฉาบไปด้วยน้ำตา
“ข้าขอโทษ แม่การะเกด ที่ข้าเขียนจดหมายเรียกเจ้ามาที่นี่ เพราะฟอลคอนบังคับให้ข้าทำ หาไม่แล้วเขาจะเอาชีวิตลูกของข้า ข้าจำเป็นจริงๆนะแม่การะเกด ยกโทษให้ข้าด้วยเถิด”
แม่มะลิพูดทุกอย่างออกมาจนหมด

“เจ้าพาเมียข้าไปสังเวยแก่คู่หมายของเจ้าจนมีมารหัวขนมาเป็นของกำนัลแด่ข้า วันนี้ข้าจักตอบแทนเจ้าด้วยสิ่งเดียวกัน”
ฟอลคอนหันไปหาแม่มะลิแล้วออกคำสั่งด้วยเสียงอันดัง
“ตองกีมาร์ มาช่วยข้าจับแม่การะเกดไว้ประเดี๋ยวนี้ ข้าจักขืนใจนางให้สาแก่ใจข้า”
แม่มะลิจำใจเดินเข้ามาจับแขนของการะเกดยึดไว้ไม่ให้ดิ้นหนี พลางเอ่ยขอโทษที่ข้างหูของนาง
“ข้าขอโทษแม่การะเกด ข้าไม่มีทางเลือก หากข้าไม่ทำตามคำสั่งเขา จอร์จลูกชายข้าจักต้องมีอันตราย เขาคงไม่ปล่อยลูกของข้าให้มีชีวิตรอดเป็นแน่”
“โธ่…แม่มะลิ…ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ…ว้าย..เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่ง”
การะเกดหันมาปลอบใจแม่มะลิ ไม่ทันไรสไบของนางก็ถูกฟอลคอนถอดออกโยนทิ้งไป เสื้อเครื่องที่นางใส่ไว้ข้างในก็ถูกกระชากจนกระดุมขาด หน้าอกของนางจึงออกมาอวดโฉมแก่สายตาฟอลคอนทันที

แม้รู้ตัวว่ากำลังจะโดนข่มขืน แต่จิตใต้สำนึกของนางก็ยังแผลงฤทธิ์จนเริ่มมีน้ำซึมออกมาในซอกหว่างขา แม่การะเกดมิได้กลัวว่าจะต้องเสียตัวให้กับฟอลคอน แต่กลัวว่าจะต้องตั้งท้องเพราะน้ำเชื้อของเขาต่างหาก แต่นางก็ยังพอโล่งใจอยู่บ้างเมื่อนึกย้อนไปเมื่อตอนที่โล้สำเภากับคุณพี่จนจับไข้ไปสามวัน พอวันที่ถอดกางเกงในให้คุณพี่เก็บไว้ ตกบ่ายระดูของนางก็มาจนต้องขี่ม้าไปอีกสี่วัน หลังจากหมดระดูแล้วนางถึงเดินทางมาเมืองละโว้นี่ หากนางคำนวณไม่ผิดนางคงยังอยู่ในระยะปลอดภัย ถึงจะโดนเขาแตกในก็คงไม่ตั้งครรภ์กระมัง คิดได้ดังนั้นแล้วแม่การะเกดก็ทำใจดีสู้เสือ ตอบสนองต่อการปลุกเร้าอย่าป่าเถื่อนของฟอลคอน

“ซี้ด…คุณฟอลคอนขา อย่าทำรุนแรงกับข้านักสิ ข้าขอโทษ ข้าสำนึกผิดแล้ว หากท่านอยากจะเอาโทษข้าด้วยการโล้สำเภากับข้า ข้าก็ยินยอมโดยจักไม่ขัดขืนเลย ขอแค่เจ้าอย่าทำอันตรายลูกของแม่ตองกีมาร์เลยนะ”
ฟอลคอนได้ยินดังนั้นก็ลดโทสะลงและเริ่มคุยกันกับแม่การะเกดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลมากขึ้น
“หากเจ้ายินดีจะโล้สำเภากับข้า แลจักทำให้ข้าพึงพอใจได้ ข้าจะไว้ชีวิตของเด็กคนนั้นก็ได้”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอปรึกษาแม่ตองกีมาร์สักครู่นะเจ้าคะ ท่านโปรดรอประเดี๋ยว”
พูดจบแม่การะเกดก็หันไปกระซิบกระซาบกับแม่มะลิ
“แม่มะลิ หากเจ้าอยากช่วยชีวิตลูกของเจ้ากับคุณพี่ เจ้าต้องช่วยข้าแล้วละนะ”
“ทำอย่างไรหรือแม่การะเกด”
“มาโล้สำเภาพร้อมๆกันกับข้าและฟอลคอน ข้ามั่นใจว่าต้องทำให้เขาพึงพอใจได้แน่ และเขาก็จะไว้ชีวิตจอร์จลูกของเจ้าไง”
แม่มะลิทำท่าอึกอักแต่ก็ไม่มีทางเลือก จึงพยักหน้าตอบรับไป

“พร้อมแล้วเจ้าค่ะคุณฟอลคอน”
แม่การะเกดหันมาบอก พร้อมๆกับปลดโจงกระเบนที่นุ่งอยู่ออก แม่มะลิก็เปลื้องผ้าของตัวเองด้วยเช่นกัน สองสาวต่างเชื้อชาติเปลือยกายยืนเคียงคู่กันอยู่ต่อหน้าฟอลคอน เขาพิจารณารูปร่างที่แตกต่างกันของทั้งคู่ แม่ตองกีมาร์นั้นนมใหญ่กว่าก็จริงแต่ก็โดนเขาทั้งดูดทั้งทึ้งมาจนหย่อนยานพอสมควรแล้ว ยิ่งตอนนี้นางเพิ่งคลอดลูก เต้านมที่อัดแน่นไปด้วยน้ำนมของหล่อนจึงขยายขนาดใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ปลายยอดอกมีสีเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลแก่ ส่วนแม่การะเกดนั้นมีหน้าอกหน้าใจที่ย่อมลงมานิดหน่อย แต่กลับพุ่งชูชันเต่งตึงจนน่าสัมผัส หัวนมสีอ่อนของนางก็น่าดูดเป็นที่สุด

ฟอลคอนสั่งให้ทั้งคู่นอนลงบนโต๊ะรับแขกตัวเตี้ยๆกลางโถงห้องรับแขก มันใหญ่พอที่จะรองรับเรือนร่างของแม่มะลิและแม่การะเกดได้พร้อมกัน สองสาวรู้งานอยู่แล้วจึงกางขาออกให้ฟอลคอนมองดูร่องรูสังวาสของพวกหล่อนได้อย่างถนัดตา ฟอลคอนมองไปที่ร่องรูของแม่การะเกดก่อนด้วยความหื่นกระหาย รูสังวาสของแม่การะเกดนั้นยังดูสวยงามราวกับของใหม่ยิ่งนัก กลีบแคมเบียดกันชิดแนบกันเป็นเส้นตรงมีเส้นขนปกคลุมบางเบา เสียแต่ว่ามีร่องรอยผ่านการใช้งานมานิดหน่อยแต่หากไม่เพ่งมองอย่างใกล้ชิดให้ดีแล้วก็แทบจะแยกแยะไม่ออกเลยทีเดียว

เขาเหลือบไปดูรูหอยของแม่มะลิแล้วก็ส่ายหน้าน้อยๆ เนินสวาทของนางถูกเขาใช้งานอย่างหนักมาโดยตลอดตั้งแต่มาอยู่ที่ละโว้นี่ เขารู้จักทุกซอกทุกมุมในโพรงสังวาสแห่งนี้เป็นอย่างดีแล้ว อีกทั้งบัดนี้เรือนร่างของนางก็เปลี่ยนไปมากตั้งแต่คลอดลูก หน้าอกที่ใหญ่โตมีแววหย่อนคล้อยจากการให้นมบุตร สะโพกก็ผายออกกว้างตามวิสัยของหญิงที่มีลูกแล้ว เขาจึงไม่ใคร่สนใจไยดีเท่าใดนัก

“ตองกีมาร์ จงทำอย่างที่ข้าเคยสอนไว้” เขาออกคำสั่งกับแม่มะลิ
“เจ้าค่ะ คุณพี่”
แม่มะลิตอบรับ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งและดึงร่างแม่การะเกดขึ้นมาพร้อมกัน สองสาวนั่งอยู่ต่อหน้าฟอลคอน ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับสะโพกของเขา แม่มะลิเริ่มรูดซิปกางเกงของสามีแล้วถอดมันทิ้งไป ท่อนควยของฟอลคอนก็ผงาดขึ้นมาโด่เด่ชี้หน้าแม่การะเกดอย่างท้าทาย แม่การะเกดเองก็ตกตะลึงไม่น้อยที่พระยานิสัยเสียผู้นี้มีดุ้นควยที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าคุณพี่ของนางเลยสักนิดเดียว ดีว่านางเคยผ่านการโล้สำเภากับคุณพี่มาแล้ว ไม่เช่นนั้นปากอ่าวของนางคงจะคับแคบเกินไปที่เรือสำเภาลำนี้จะฝ่าเข้ามาได้ นางมองดุ้นควยของเขาแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก โพรงสังวาสของนางคันยุบยิบจนมีอาการตอดขมุบขมิบด้วยความเงี่ยนง่าน

แม่มะลิเป็นฝ่ายเริ่มก่อน นางจับท่อนควยของฟอลคอนเข้าปากแล้วเคลื่อนศีรษะเข้าออกรูดท่อนลำของเขาอย่างรู้งาน ปากนางดูดเลียท่อนควยเข้าออก บ้างก็ใช้ลิ้นเลียตั้งแต่โคนลำไปจนถึงปลายถอก สองมือก็ไม่อยู่นิ่งนวดพวงกระโปกของเขาไปพร้อมๆกัน แม่การะเกดคิดในใจว่านางเก่งขึ้นกว่าเมื่อครั้งที่โล้สำเภากับพ่อเดชมากโขอยู่ ท่าทางว่าฟอลคอนคงจะสอนอะไรหลายๆอย่างแก่แม่มะลิจนนางช่ำชองถึงเพียงนี้
แม่มะลิถอนปากออกแล้วผลัดให้การะเกดเป็นฝ่ายกระทำบ้าง แม่การะเกดจึงต้องจำยอมส่งดุ้นควยอันเขื่องเข้าปากของตัวเอง

“แม่การะเกด ออเจ้าอมควยของสามีข้าแล้วนึกถึงสิ่งใดหรือไม่”
แม่การะเกดสั่นหัวน้อยๆเป็นเชิงปฏิเสธในขณะที่ท่อนควยของฟอลคอนยังตุงอยู่เต็มปาก
“ขนมที่ข้าประดิษฐ์ขึ้นในวันนี้ล้วนได้ความคิดมากจากการได้ดูดอมท่อนควยของสามีข้าทุกวัน ขนมทองหยอด ข้าก็ตั้งใจปั้นให้เป็นเม็ดกลมเหมือนพวงไข่ของเขา ขนมฝอยทอง..ที่เจ้าตั้งชื่อให้ ข้าก็ทำเลียนแบบเส้นหมอยที่ปกคลุมควยของฟอลคอน เจ้าเห็นหรือไม่ว่ามันมีสีคล้ายกันมาก”
การะเกดเพิ่งสังเกตว่าขนหมอยของฟอลคอนนั้นมีสีทองตามแบบฝรั่ง มีได้มีสีดำตามแบบชาวอยุธยาดังเช่นคุณพี่ของนาง โธ่…แม่มะลิ ทองหยอดกับฝอยทอง ก็คืออัณฑะกับเส้นหมอยของฟอลคอนหรือเนี่ย แม่การะเกดรำพึงในใจ

แม่การะเกดดูดอมท่อนควยของฟอลคอนอยู่สักพักก็พบว่าแทนที่มันจะแข็งตัวพองคับปาก แต่มันกลับค่อยๆอ่อนนิ่มลงคล้ายมิมีอารมณ์ร่วมเท่าใดนัก นางเองก็พอจะเคยมีประสบการณ์ดูดควยอยู่บ้างแม้จะไม่เจนจัดเท่าแม่มะลิ แต่นางก็มั่นใจในลีลาอยู่พอตัว นางจึงแปลกใจว่าเหตุใดควยของฟอลคอนถึงได้อ่อนตัวลงเยี่ยงนี้ จนฟอลคอนเอ่ยขึ้นมาในที่สุด

“อ่อนหัดนัก ปากของเจ้าดูดควยของข้ามิเก่งเหมือนตอนที่เถียงสู้ข้าเลยหนาแม่การะเกด เจ้าต้องรู้จักใช้ลิ้นของเจ้าด้วย หาใช่สักแต่ว่าอมเข้าปากแล้วก็ผงกหัวเข้าออกเท่านั้น หาไม่แล้วต่อให้เจ้าดูดควยของข้าทั้งวันข้าก็จักมิเสร็จสมอันใดได้ ขุนศรีฯคู่หมายของออเจ้ามิเคยสอนเจ้าหรอกหรือ”
แม่การะเกดรู้สึกเคืองขึ้นมานิดๆที่โดนเขาดูถูกหาว่าอ่อนหัด แถมยังพาดพิงไปถึงคุณพี่ของนางอีกด้วย นางจึงทำตามที่เขาบอก ทั้งดูดทั้งอมใช้ลิ้นตวัดเลียที่ปลายถอกในอุ้งปากพลางขยอกกลืนมันลงคอดังบ๊วบๆ

“น่าน…อย่างนั้นแหละ คิดจะทำก็ทำได้เหมือนกันนี่ แม่การะเกด”
ฟอลคอนถึงกับเพลิดเพลินจนหลับตาสูดปากเอามือกดศีรษะนางอัดเข้ากับหนอกควยเป็นจังหวะ ท่อนควยยาวใหญ่นั้นก็เสียบเข้าไปจนถึงคอหอยจนแม่การะเกดหายใจไม่ออก ต้องถอนปากออกมาไอแค่กๆทั้งน้ำลายและน้ำตาไหลออกมาพร้อมๆกัน

แต่ฟอลคอนก็ไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจนานนัก เขาจับนางกดลงนอนหงายบนโต๊ะแล้วพยักหน้าส่งสัญญาณให้แม่มะลิขึ้นคร่อมทับร่างของนางไว้ แม่มะลิทิ้งตัวนอนทาบทับแม่การะเกด หน้าอกของสองสาวเบียดกันจนปลิ้นออกมาด้านข้าง สะโพกของแม่มะลิก็ทับอยู่บนเนินโหนกของแม่การะเกดจนร่องเสียวของทั้งคู่เสียดสีกันไปมา บัดนี้ทั้งหีของแม่มะลิทั้งของแม่การะเกดต่างก็มีเมือกลื่นขับออกมาจนเปียกเยิ้มพอๆกัน

“แม่การะเกด ออเจ้ารู้จักเรือกลไฟหรือไม่”
แม่มะลิเอ่ยถาม ทั้งที่ยังนอนทับแม่การะเกดอยู่
“ก็…คุ้นๆอยู่นะ มีอะไรหรือแม่มะลิ”
“ฟอลคอนจักสอนออเจ้าให้รู้จักการโล้เรือกลไฟ ดังที่เคยสอนข้ามานับครั้งไม่ถ้วน”
“แล้วมันไม่เหมือนกันตรงไหนล่ะแม่มะลิ”
แม่การะเกดนึกขำอยู่ไหนใจ เพราะไม่ว่าจะโล้เรืออะไร สุดท้ายมันก็คือการเย็ดกันจนน้ำแตกอยู่ดี
“เรือสำเภามิอาจแล่นได้หากไม่มีลม แต่เรือกลไฟจักแล่นได้ทั้งวันทั้งคืนโดยมิต้องพึ่งพาคลื่นลมใดๆ ตั้งแต่ข้ามาอยู่ที่นี่ ข้าก็ถูกฟอลคอนนำเรือกลไฟเข้ามาวิ่งในอ่าวของข้าทุกวันทุกคืน แม้ข้าจะตั้งครรภ์พ่อจอร์จอยู่เขาก็มิเคยละเว้น ฟอลคอนเย็ดข้าโดยมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาจึงเปรียบเหมือนเรือกลไฟ ทีนี้เจ้าเข้าใจความหมายแล้วหรือยัง แม่การะเกด”

สิ้นคำของแม่มะลิ ท่อนควยของฟอลคอนก็เสียบพรวดเข้ามาในรูหอยของแม่การะเกดทันทีโดยไม่ทันให้ตั้งตัว อีกทั้งร่างของแม่มะลิที่นอนทับนางอยู่ก็ทำให้นางมองไม่เห็นการกระทำของฟอลคอน แม่การะเกดถึงกับจุกจนตาเหลือกที่จู่ๆก็มีควยดุ้นใหญ่เสียบเข้าโพรงหีของนางจนมิดลำเช่นนี้

ฟอลคอนกระแทกควยเสียบใส่รูหีของแม่การะเกดได้สักพักก็ดึงควยนั้นออกไป แม่การะเกดถึงกับถอนหายใจเฮือก รู้สึกโล่งไปทั้งหน้าท้อง แต่แล้วก็เป็นแม่มะลิที่หลับตาปี๋กัดฟันสูดปากครางซี้ดซ้าด เป็นเพราะฟอลคอนเมื่อถอนท่อนควยออกก็เลื่อนขึ้นไปเสียบใส่รูหีของแม่มะลิแล้วซอยควยกระเด้าสะโพกต่อนั่นเอง ฟอลคอนอัดท่อนควยใส่แม่มะลิอยู่นับสิบๆครั้งก็ถอนออกแล้วเปลี่ยนมาเย็ดแม่การะเกดต่อสลับไปมาอยู่เช่นนี้หลายครั้งหลายครา จนเสียงครวญครางของทั้งแม่มะลิและแม่การะเกดสลับกันดังลั่นห้องรับแขก

“แม่การะเกด ออเจ้าเสียวหรือไม่…ซี้ด…”
แม่มะลิถามทั้งที่โดนควยอัดใส่รูหีอยู่เป็นจังหวะ
“เสียว..ข้าเสียว…อุ๊ย…อูว…ซี้ด…ข้าก็เสียวไม่แพ้เจ้าเช่นกัน”
แม่การะเกดตอบยังไม่ทันจบประโยค ฟอลคอนก็เปลี่ยนมาเย็ดร่องหีของนางต่อ
“สามีของข้า มีลีลาโล้เรือกลไฟถึงใจเจ้าหรือไม่”
แม่มะลิถาม พลางลูบเส้นผมของแม่การะเกด
“ก็..ก็ดี…ก็เล่นเอาข้าเสียวจนหัวหมุนอยู่เหมือนกันแม่มะลิ…ซี้ด…อูย”
“ต่อไปภายหน้า เจ้าย้ายมาอยู่กับข้า มาช่วยข้าเลี้ยงลูก และเรามาโล้เรือกลไฟกับสามีของข้าสามคนตลอดไปดีหรือไม่ แม่การะเกด”
แม่มะลิเอ่ยชวนนางมาอยู่ด้วยกัน
“แต่ข้า..ข้าหมั้นหมายกับคุณพี่ไว้แล้ว…ซี้ด…อูย…เมื่อคุณพี่กลับมาจากฝรั่งเศสแล้ว เราก็จะแต่งงานกัน…ซี้ด…โอว…ข้าจักย้ายมาอยู่กับเจ้าหาได้ไม่”

ทันใดนั้นฟอลคอนก็เอ่ยแทรกขึ้นมา
“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่า เป็นเพราะข้านี่แหละที่เสนอให้ขุนหลวงแต่งตั้งคู่หมายของเจ้าเป็นทูตเพื่อส่งไปฝรั่งเศส เส้นทางที่จะไปนั้นทั้งยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย คู่หมายของออเจ้าอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาก็เป็นได้กระมัง”

“ท่าน…เหตุใดท่านจึงวางแผนการกลั่นแกล้งคุณพี่เยี่ยงนี้”
“นั่นเป็นเพราะเจ้า…แม่การะเกด ออเจ้าทำให้แม่มะลิมีราคีก่อนที่จะมาเป็นเมียข้า ข้าจักแก้แค้นโดยการส่งให้คู่หมายของเจ้าไปตายกลางทะเล แลจับเจ้ามาเย็ดเสียให้สาแก่ใจ และจะทำให้เจ้าให้กำเนิดบุตรของข้าให้จงได้”
แม่การะเกดคิดไม่ถึงว่าฟอลคอนจะวางแผนการได้ชั่วร้ายยิ่งนัก แม้วันนี้นางจะหนีรอดไปได้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถูกจองล้างจองผลาญไปอีกนานแค่ไหน เคราะห์หามยามร้ายหากคุณพี่ไม่ได้กลับมาจากฝรั่งเศส นางคงต้องตกเป็นเมียอีกคนของฟอลคอนเป็นแน่

ไม่ทันที่แม่การะเกดจะคิดอะไรต่อไป แม่มะลิก็ก้มหน้าลงมาประกบปากจูบกับนาง บดริมฝีปากนางอย่างดูดดื่มจนทำให้แม่การะเกดถึงกับเคลิบเคลิ้ม สองมือของแม่มะลิเกาะกุมมือของแม่การะเกดไว้มือละข้าง หน้าอกของแม่มะลิก็กดทับอยู่บนหน้าอกของนาง น้ำนมของแม่มะลิไหลออกมาจนเปียกไปทั้งเนินอกของนางด้วย ส่วนรูหอยเบื้องล่างก็โดนเรือกลไฟของฟอลคอนโหมกระหน่ซอยไม่หยุด ตอนนี้ฟอลคอนไม่ได้เปลี่ยนไปเย็ดรูหอยของแม่มะลิอีกแล้ว แต่กลับกระหน่ำแทงใส่แม่การะเกดอยู่แต่เพียงผู้เดียว ความแรงและความเร็วที่เพิ่มขึ้นทำให้แม่การะเกดรับรู้ได้ว่า เรือกลไฟของฟอลคอนคงใกล้จะอับปางและหลั่งน้ำกามท่วมใส่อ่าวของนางแล้วกระมัง แต่เมื่ออยู่ในท่านี้นางไม่สามารถขยับตัวหนีไปไหนได้ จึงได้แต่เกร็งช่องรูหีรอรับน้ำกามจากเขาเพียงเท่านั้น

ไม่กี่อึดใจต่อมา ฟอลคอนก็โหมกระเด้าอย่างหนักติดๆกันถึงสี่ห้าครั้งจนโหนกหีของแม่การะเกดแทบยุบ ก่อนจะฉีดสายน้ำคาวสวาทเข้าช่องเสียวของแม่การะเกดระลอกแล้วระลอกเล่า แม่การะเกดเองก็เกร็งตัวกระตุกไปทั้งร่าง ร่องรูหีตอดขมุบขมิบดูดซับน้ำเงี่ยนจากเขาเข้าไปจนเต็มโพรงหี นางแต่ได้ส่งเสียงครางอู้อี้เพราะแม่มะลิยังประกบปากนางไว้แน่นไม่ยอมถอนออก จนกระทั่งพายุแห่งราคะลูกแรกได้พัดผ่านไปทุกอย่างก็สงบลง

ฟอลคอนพักเหนื่อยอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มขยับเอวสาวท่อนลำต่อ แม่การะเกดที่หายใจเหนื่อยหอบอยู่ก่อนหน้าก็เริ่มสูดปากครางอีกครั้ง เรือกลไฟของฟอลคอนกำลังจะออกเดินทางเป็นรอบที่สองโดยไม่ยอมหยุดพักสมดังคำที่แม่มะลิว่าไว้จริงๆ หากแต่ก่อนที่พายุลูกที่สองกำลังจะก่อตัวขึ้น ทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะมีบ่าวไพร่คนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องรับแขกนั้น

“นายท่านเจ้าขา..นายท่านเจ้าขา” บ่าหญิงผู้นั้นเข้ามาด้วยอาการรีบร้อน
“ข้าบอกแล้วไงว่า หากข้ากำลังเสพสุขอยู่กับเมียข้า ใครก็ห้ามเข้ามารบกวน มิฉะนั้นจะถูกโบย แล้วเจ้ามาขัดความสุขข้าด้วยเรื่องอันใด” ฟอลคอนหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่โดนขัดจังหวะ
“ขุนศรีวิสารวาจามาเจ้าค่ะ รออยู่หน้าเรือน”

สิ้นคำของนางบ่าวผู้นั้น ทั้งฟอลคอนและแม่มะลิต่างก็รีบคว้าเอาเสื้อผ้ามาสวมใส่ทันที ส่วนแม่การะเกดนั้นตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งอย่างหมดแรง เสื้อผ้าของนางถูกฟอลคอนดึงทึ้งเสียจนฉีกขาดสวมใส่ไม่ได้เสียแล้ว ฟอลคอนเห็นดังนั้นจึงใช้มือบีบคางนางให้หันหน้ามาพลางพูดขู่ไปว่า
“อย่าได้ปริปากเรื่องในวันนี้ มิฉะนั้นลูกของตองกีมาร์จะหามีชีวิตรอดไม่ แลรีบไปให้เมียข้าหาเสื้อผ้าใหม่ให้เจ้าใส่อย่าได้รอช้า”

สิ้นคำสั่งของฟอลคอน แม่มะลิก็รีบพานางหลบเข้าห้องไปหาเครื่องแต่งตัวให้ใหม่โดยเร็ว ปล่อยให้ฟอลคอนออกหน้ารับแขกผู้มาเยือนไปพลางๆก่อน

ระหว่างทางกลับเรือน พ่อเดชเอ่ยกับแม่การะเกดว่า
“ข้าไม่เห็นเจ้าบนเรือน คิดว่าเจ้าคงรีบร้อนมาหาแม่มะลิโดยลำพัง แลเห็นว่าเย็นชายบ่ายคล้อยแล้วเจ้ายังไม่กลับ ข้าจึงมารับ แล้วเหตุใดเจ้าจึงใส่เสื้อผ้าของแม่มะลิเล่า เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือแม่การะเกด”

“ปละ..เปล่าเจ้าค่ะ ข้าช่วยแม่มะลิทำขนม แล้วควันไฟกับคราบน้ำมันทำให้เสื้อผ้าข้าเปรอะเปื้อน แม่มะลิจึงอาสาจะซักให้ข้า และเปลี่ยนเอาชุดนี้มาใส่ให้ข้าเจ้าค่ะ”
แม่การะเกดพูดโกหกไปเพราะเป็นห่วงลูกของแม่มะลิจะโดนฟอลคอนทำร้ายหากนางพูดความจริง พ่อเดชก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอันใด ทั้งสองคนจึงขึ้นม้ากลับเรือนในที่สุด แม่การะเกดนั่งบนหลังม้าไปพลาง น้ำในรูหอยก็ไหลไปพลางจนซึมผ่านกางเกงที่นางนุ่งอยู่เปียกชุ่มไปทั้งอานม้า

ถ้าชอบเว็บนี้ คลิกแบนเนอร์ด้านบนวันละครั้ง ^-^
If you like this web. Please click banner above 1 click/day ^-^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *